Den Kushi Flori ฉลองเข้าทำเนียบ MICHELIN Selected 2024 เปิดตัวเมนูใหม่

Den Kushi Flori ฉลองเข้าทำเนียบ MICHELIN Selected 2024 เปิดตัวเมนูใหม่
nnanthisin
5 มกราคม 2567 ( 17:00 )
80
 
      หลังเปิดให้บริการสาขากรุงเทพฯ เมื่อกรกฏาคม 2566 และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เดน คูชิ ฟลูโลริ (Den Kushi Flori) ร้านอาหารชื่อดังจากโตเกียวที่อยู่ในลิสต์ “ห้ามพลาด” ที่เพิ่งฉลองส่งท้ายปีกับการเป็นร้านอาหารแนะนำ หรือ MICHELIN Selected ในคู่มือ MICHELIN Guide Thailand 2024 ไปหมาดๆ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเมนูใหม่ประจำฤดูกาล Winter ให้เหล่านักชิมชาวไทยได้ลิ้มรสความอร่อยกันอย่างต่อเนื่อง
 

 
        อาหารของ Den Kushi Flori มีเอกลักษณ์จากการนำจุดเด่นของอาหารฝรั่งเศส มาผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ในสไตล์ innovative โดดเด่นด้วยเมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่น 100% เพื่อยังคงรสชาติและคอนเซ็ปต์ออริจินัลจากร้านที่ญี่ปุ่น ซึ่งวัตถุดิบที่เลือกใช้ไม่ใช่เฉพาะการคัดเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกด้วย ความลงตัวนี้มาจากความเชี่ยวชาญของ 2 เชฟที่เป็นเพื่อนกันมานาน คือ เชฟ ซาอิยุ ฮาเซกาวา (Chef Zaiyu Hasegawa) เจ้าของร้านและเชฟร้าน “Den” ร้านไคเซกิชื่อดังในโตเกียวที่ได้รับรางวัลอันดับ 1 จากการประกาศผล 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย “Asia’s 50 Best Restaurants for 2022” และ เชฟ ฮิโรยาสึ คาวาเตะ (Chef Hiroyasu Kawate) เจ้าของร้านและเชฟร้านอาหารฝรั่งเศสแนวโมเดิร์น “Florilège” แห่งเมืองโตเกียว ที่มีชื่อเสียงเรื่องการรังสรรค์เมนูได้อย่างงดงามจากวัตถุดิบตามฤดูกาลของญี่ปุ่น รสชาติมีความอร่อยแบบซับซ้อนที่น่าค้นหา ซึ่งได้รับรางวัลอันดับ 3 “Asia’s 50 Best Restaurants for 2022”          
 

 
        ในปี 2563 เชฟทั้ง 2 จับมือกันเปิดร้าน Den Kushi Flori ที่ชิบูยา กรุงโตเกียว โดยเลือกใช้คำว่า “Kushi” เชื่อมชื่อร้านของเชฟทั้ง 2 ซึ่ง Kushi เป็นอาหารที่เสิร์ฟแบบใช้ไม้เสียบ สื่อถึงการเชื่อมต่อสไตล์อาหารของ 2 ร้าน และการเชื่อมความผูกพันระหว่างลูกค้าและร้านอาหารด้วยกัน ด้วยเมนูที่เสิร์ฟในรูปแบบคอร์ส ซึ่งเรียกการจัดและเสิร์ฟอาหารที่เป็นเอกลักษณ์นี้ว่า innovative cuisine อันมีความคล้ายคลึงกับสไตล์ไคเซกิ (kaiseki) แต่ถูกนำเสนอในรูปแบบที่แปลกใหม่และน่าสนใจยิ่งขึ้น
 

 

        ซึ่งเมนูใหม่ประจำฤดูกาล Winter นี้ ยังคงความแปลกใหม่น่าสนใจ มาพร้อมรสชาติที่อร่อยลงตัวอย่างคาดไม่ถึง โดยมีเมนูไฮไลท์ อาทิ
 
  • เทอร์รีนผักเคล้าด้วยน้ำซุปดาชิและไข่ปลาแซลมอน (Terrine de Légumes topped with Ikura, Dashi and Wasabi)
  • ลูกชิ้นกุ้งสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟมาในต้มข่าไก่สูตรเฉพาะ (Shrimp Ball (Ebi Shinjo) with Tom kha Gai Soup)
  • ลูกชิ้นเป็ดและอกเป็ดเสียบไม้ เสิร์ฟพร้อมผักกวางตุ้งขนาดพอดีคำและซอสฟัวกราส์ (Duck Meat Ball and Duck Breast Kushi with Bok Choy and Foie gras Sauce)
  • ข้าวอบหม้อดินผักรวม ใส่เห็ด, โกโบ และแครอท ท๊อปด้วยลิ้นวัวคัดพิเศษชิ้นหนานุ่ม (Clay pot Rice with Mix Vegetable (Mushroom, Gobo or Burdock Root, Carrot) and Beef tongue)
  • พุดดิ้งนมถั่วเหลืองโรยทรัฟเฟิล ทานคู่กับหอยเชลล์ย่างราดซอสหัวไชเท้า (Soy Milk Pudding and Charred Scallop with Daikon Sauce and top with Truffle)
  • หอยเป๋าฮื้อนึ่งราดครีมซอสน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างฟักทองและเทมปุระมันฝรั่ง (Steamed Abalone with Apple vinegar Cream Sauce, Pumpkin and Potato Tempura)

 

 

        โดย Den Kushi Flori สาขากรุงเทพฯ ได้ เชฟ ซูซูมุ ชิมิสึ (Chef Susumu Shimizu) เฮดเชฟจากสาขาญี่ปุ่น ผู้ที่ทำให้ร้านสาขาญี่ปุ่นได้รับ 1 ดาวมิชลินในเวลาอันรวดเร็ว และมีชื่อเสียงโด่งดังจนต้องจองที่นั่งล่วงหน้าหลายเดือน ย้ายมาประจำการที่ไทย ซึ่งเชฟชิมิสึได้นำประสบการณ์จากการทำงานในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงทั้งที่ญี่ปุ่นและฝรั่งเศส อาทิ ร้านที่ได้รับรางวัลมิชลิน  3 ดาวอย่างเช่น ร้าน “Marc Veyrat”, ร้าน “Arpège” ของเชฟ Alain Passard ผู้ซึ่งจุดประกายให้เชฟชิมิสึมีแรงบันดาลใจในการเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารจานเนื้อ (meat specialist) และนำพาความชำนาญจากประสบการณ์การขายเนื้อที่ร้าน Hugo Desnoyer ซึ่งเป็นร้านขายเนื้อที่ดีที่สุดในปารีส มารังสรรค์เมนูที่น่าหลงใหลให้กับ Den Kushi Flori
 

 

        Den Kushi Flori สาขากรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ชั้น LG อาคารเอราวัณ แบงค็อก ที่สะดวกทั้งในการเดินทางและจอดรถในอาคาร เชฟชิมิสึและทีมเชฟ พร้อมโชว์วิธีการปรุงอาหารในรูปแบบ innovative cuisine ที่น่าสนใจและเสิร์ฟผ่านหน้าเคาน์เตอร์ให้กับลูกค้า ซึ่งนอกจากความอร่อย ลูกค้ายังจะได้รับความเพลิดเพลินและชื่นชมความคล่องแคล่วว่องไวของเชฟแบบใกล้ชิด 
 

 
        การตกแต่งภายในร้าน มีความคล้ายที่ญี่ปุ่นเพื่อคงไว้ซึ่งบรรยากาศเดียวกัน ด้านในตกแต่งโทนสีเข้ม ตัดกับแสงไฟที่มีความสลัวๆ ทำให้รู้สึกถึงการต้อนรับที่อบอุ่นทั้งจากเชฟและพนักงาน การจัดที่นั่งของร้าน ห้องหลักจะมีเคาน์เตอร์ตรงกลางรูปตัวยู ซึ่งหลังเคาน์เตอร์จะเป็นพื้นที่การจัดเตรียมและทำอาหารของเชฟ มีที่นั่ง 18 ที่ล้อมเคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากันกับที่โตเกียว แสดงถึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมสำหรับเชฟในการดูแลลูกค้าให้ทั่วถึง และมีห้องรับรองแบบส่วนตัว 1 ห้อง 6 ที่นั่ง ที่ดูสวยมีเสน่ห์จากการใช้โทนสีทองแดง 
 
 
        Den Kushi Flori สาขากรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) สอบถามข้อมูลและจองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. 02-022-0200 หรือ LINE OA: @denkushifloribkk โดยมื้อกลางวัน 5 คอร์ส ราคา 2,800++ บาท (เวลา 12.00 - 15.00 น.  last booking 13.00 น.) และ มื้อ Dinner 7 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท (เวลา 18.00 - 21.30 น. last booking 19.30 น.)
 
 
 

ยอดนิยมในตอนนี้

ยอดนิยมในตอนนี้