ประโยชน์ของ บรอกโคลี สรรพคุณ ผักฤทธิ์เย็น กินสดได้ ช่วยป้องกันโรค

ประโยชน์ของ บรอกโคลี สรรพคุณ ผักฤทธิ์เย็น กินสดได้ ช่วยป้องกันโรค
nnanthisin
30 พฤศจิกายน 2565 ( 15:30 )
9.1K

       กินบรอกโคลี ดียังไง ? ผักฤทธิ์เย็น สีเขียว มีประโยชน์เพียบ! วันนี้เราจะพามารู้จัก ประโยชน์ของ บรอกโคลี กันค่ะ บอกเลยว่านอกจากรสชาติหวานกรอบอร่อย บรอกโคลีมีคุณค่าทางโภชนาการ มากมายกว่าที่คิด จากทานสดก็ได้ หรือจะนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนูก็รสชาติดีไปอีกแบบ และจะมีข้อควรระวังในการทาน บรอกโคลี อย่างไรบ้าง ตามเรามาดูกันเลยค่ะ

 

 

ต้นกำเนิด บรอกโคลี

        บรอกโคลี เป็นพืชผักเมืองหนาวมีถิ่นเดิมอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปหรือบริเวณประเทศอิตาลี เริ่มมีมากและนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยในระยะแรกมีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากเป็นของแปลกใหม่ ปลูกทางแถบภาคเหนือซึ่งได้ผลผลิตน้อย และจะมีผลได้เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพันธุ์ให้ทนกับอากาศร้อนได้มากขึ้น

 

 

สายพันธุ์ของ บรอกโคลีที่ปลูกในประเทศไทย

  • พันธุ์เด ซิกโก (De Cicco) อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 65 วัน
  • พันธุ์ซากาต้า หรือพันธุ์ Green Duke อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 60 วัน
  • พันธุ์กรีน โคเมท (Green Comet) เป็นพันธุ์จากญี่ปุ่น เก็บเกี่ยวได้เร็ว ประมาณ 40 วัน ให้ผลผลิตสูง มีลักษณะตรงตามความต้องการของตลาด
  • พันธุ์ท็อปกรีน ให้ผลผลิตสูง

 

ลักษณะของ บรอกโคลี

        บรอกโคลี (Broccoli) หรือ ดอกกะหล่ำอิตาเลียน มีลักษณะต้นคล้ายดอกกะหล่ำ แต่มีสีเขียวเข้มกว่า และมีรูปทรงสูงกว่า ดอกอยู่รวมกันเป็นกลุ่มช่อหนาแน่นขนาดใหญ่ มีใบสีเขียวเข้มออกเทากว้างๆ ริมขอบใบหยัก นิยมทานส่วนที่เป็นดอก และส่วนลำต้น นำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท ไม่ว่าจะนำไปลวก ทานกับสลัด หรือจะนำไปผัดผักก็หวานกรอบ อร่อย รวมถึงสามารถนำไปทำเป็นซุปบรอกโคลีได้

 

 

คุณค่าทางโภชนาการของบร็อกโคลี่ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 34 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 6.64 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.6 กรัม
  • ไขมัน 0.37 กรัม
  • โปรตีน 2.82 กรัม
  • น้ำ 89.3 กรัม
  • วิตามินเอ 31 ไมโครกรัม 4%
  • เบต้าแคโรทีน 361 ไมโครกรัม 3%
  • ลูทีน และ ซีแซนทีน 1,403 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี1 0.071 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี2 0.117 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินบี3 0.639 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี5 0.573 มิลลิกรัม 11%
  • วิตามินบี6 0.175 มิลลิกรัม 13%
  • วิตามินบี9 63 ไมโครกรัม 16%
  • วิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม 107%
  • วิตามินอี 0.78 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินเค 101.6 ไมโครกรัม 97%
  • ธาตุแคลเซียม 47 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุเหล็ก 0.73 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมงกานีส 0.21 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุซีลีเนียม 2.5 ไมโครกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุสังกะสี 0.41 มิลลิกรัม 4%

 

 

ประโยชน์ของ บรอกโคลี

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา สามารถป้องกันการเกิดต้อกระจกได้
  • ช่วยยับยั้งการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้
  • ช่วยป้องกันการทำลายหลอดเลือดที่เกิดจากโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจวาย
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรือ strokes
  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น 
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ 
  • ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขข้อ

 

 

ข้อควรระวังในการทาน บรอกโคลี

        ควรทานบรอกโคลี ในปริมาณที่พอเหมาะ หากทานในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น หากใครที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนควรหลีกเลี่ยงการทาน เพราะเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูง ทำให้จุกเสียดแน่นท้องได้ และผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เนื่องจากมีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งไม่ดีต่อผู้ที่เป็นโรคไต

 

🙏 ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ , ศูนย์วิจัยระบบทรัพยากรเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้