How to แจกวิธี จัดตู้เย็นให้เหมาะ ดับกลิ่นตู้เย็น หมดปัญหาเหม็นกลิ่นอาหาร

How to แจกวิธี จัดตู้เย็นให้เหมาะ ดับกลิ่นตู้เย็น หมดปัญหาเหม็นกลิ่นอาหาร
PookieChan
7 สิงหาคม 2569 ( 16:11 )

      เคยไหมคะ ที่เปิดตู้เย็นทีไรต้องกลั้นหายใจทุกที ไหนจะ กลิ่นอับในตู้เย็น และ กลิ่นเหม็นอาหาร ตีกันจนหมดความอยากอาหารไปเลย หากใครเจอปัญหานี้ต้องดู ไอเดียจัดตู้เย็น ที่เราเอามาฝากกันนะคะ  เพราะปัญหา ตู้เย็นมีกลิ่นเหม็นอับ ไม่ได้ทำให้เสียสุขภาพจิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าอาหารภายในอาจเริ่มมีการปนเปื้อนหรือเสื่อมสภาพ ซึ่งเสี่ยงเจ็บป่วยหนักได้เลยทีเดียวค่ะ

 

 

ตู้เย็นเหม็น เกิดจากสาเหตุอะไร


      ต้นตอสำคัญของกลิ่นอับมักเกิดจากการยัดของใส่ตู้เย็นจนแน่นเกินไป ทำให้อากาศเย็นไม่สามารถหมุนเวียนได้ทั่วถึง รวมถึงการเก็บอาหารผิดวิธีจนเกิดการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ซึ่งอันตรายมากๆ ค่ะ

      วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดไม่ใช่การใช้สเปรย์น้ำหอมดับกลิ่น แต่คือ การจัดโซนนิ่ง (Zoning) วัตถุดิบต่างๆ ตามอุณหภูมิที่เหมาะสมของตู้เย็นแต่ละชั้น ลองมาจัดตู้เย็นด้วย 6 ขั้นตอนต่อไปนี้กันดูนะคะ นอกจากตู้เย็นเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นและเชื้อโรคหมักหมมอีกด้วยค่ะ

 

 

1. ชั้นบนสุด พื้นที่ความเย็นคงที่ แช่อาหารพร้อมทาน


       ชั้นบนสุดของตู้เย็นเป็นบริเวณที่มีการกระจายตัวของความเย็นได้ค่อนข้างสม่ำเสมอและอุณหภูมินิ่งที่สุด จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว อาหารกล่องสำเร็จรูป รวมถึงของเหลือจากมื้อก่อนหน้า

       อาหารทุกชนิดในชั้นนี้ควรเก็บในกล่องถนอมอาหารสูญญากาศ หรือกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด ห้ามใส่ถ้วยแล้วเปิดฝาทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้กลิ่นแกงหรือเครื่องเทศฟุ้งกระจายไปทั่วตู้เย็นแล้ว ยังทำให้อาหารแห้งและเสียรสชาติอีกด้วย

 

 

2. ชั้นกลาง พื้นที่เย็นปานกลาง แช่ผลิตภัณฑ์จากนมและไข่


       บริเวณชั้นกลางเป็นจุดที่อยู่ในระดับสายตาและหยิบใช้งานได้สะดวกที่สุด จึงควรจัดสรรไว้สำหรับของที่หยิบทานบ่อยๆ เช่น นม โยเกิร์ต ชีส เนย ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ

       ข้อควรระวัง หลายคนชอบเก็บขวดนมสดไว้ที่ประตูตู้เย็น แต่จริงๆ แล้วชั้นกลางคือจุดที่เหมาะสมกว่า เพราะความเย็นจะสม่ำเสมอตลอดเวลา ช่วยยืดอายุของนมไม่ให้บูดเสียก่อนกำหนด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุแอบแฝงของกลิ่นเปรี้ยวบูดในตู้เย็นค่ะ

 

 

3. ชั้นล่างสุด พื้นที่เย็นจัด แช่เนื้อสัตว์เตรียมปรุง


       จุดที่อยู่เหนือลิ้นชักแช่ผักมักจะเป็นจุดที่มีความเย็นจัดที่สุด (ไม่นับช่องแช่แข็ง) จึงเหมาะสำหรับการวางเนื้อสัตว์สด หมู ไก่ หรืออาหารทะเล ที่คุณเตรียมจะนำมาหมักหรือปรุงอาหารภายในวันนั้นๆ

       กฎเหล็กกันกลิ่น เนื้อสัตว์เป็นตัวการอันดับต้นๆ ของกลิ่นคาวฝังลึก จึงต้องเก็บใส่กล่องพลาสติกหรือกล่องแก้วที่ปิดสนิทเสมอ ห้ามวางทิ้งไว้บนจานเปล่าๆ หรือในถุงพลาสติกที่ผูกปากหลวมๆ เด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเลือดหรือน้ำคาวหยดลงไปปนเปื้อนผักผลไม้ในชั้นล่าง ซึ่งหากปล่อยให้หยดสะสม กลิ่นคาวจะติดแน่นจนเช็ดยากมากค่ะ

 

 

4. ลิ้นชักล่างสุด โซนกักเก็บความชื้น แช่ผักและผลไม้


       ลิ้นชักด้านล่างถูกออกแบบมาเพื่อรักษาระดับความชื้นให้พอเหมาะกับการถนอมผักและผลไม้ให้สดกรอบยาวนาน อย่างไรก็ตาม การเก็บผักผลไม้รวมกันอย่างสะเปะสะปะคือข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย ดังนั้นควรแยกถุงหรือกล่องเก็บผักและผลไม้ออกจากกันอย่างชัดเจนนะคะ เพราะผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรือมะละกอ จะปล่อย แก๊สเอทิลีน (Ethylene Gas) ออกมาตามธรรมชาติ ซึ่งแก๊สนี้จะไปเร่งกระบวนการสุก ทำให้ผักใบเขียวที่อยู่รอบๆ เน่าเสียและเปื่อยยุ่ยเร็วขึ้นจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าได้ค่ะ

 

 

5. ประตูตู้เย็น พื้นที่อุณหภูมิแกว่ง แช่เครื่องปรุงและเครื่องดื่ม


       บริเวณบานประตูเป็นส่วนที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดจากการเปิด-ปิดตู้เย็นตลอดทั้งวัน จึงไม่ควรเก็บอาหารที่บูดเสียได้ง่ายไว้ตรงนี้ พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการวางขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม ซอสปรุงรสต่างๆ และเครื่องเทศที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี ซอสที่ปิดฝาสนิทจะไม่ก่อให้เกิดกลิ่น และยังช่วยให้ตู้เย็นดูเป็นระเบียบอีกด้วยค่ะ

 

 

6. ช่องแช่แข็ง พื้นที่อุณหภูมิเยือกแข็ง แช่ของแยกประเภทชัดเจน

 

  • แบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจน แยกประเภทอาหาร เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารทะเล ผัก ผลไม้แช่แข็ง และอาหารพร้อมทาน
  • จัดเก็บด้วยกล่องและถุงซิปล็อก ใส่ของเหลวหรือเนื้อสัตว์ในถุงซิปล็อกแล้วรีดแบนราบ เพื่อให้สามารถวางซ้อนกันเหมือนหนังสือหรือเสื้อผ้า ช่วยประหยัดพื้นที่และละลายน้ำแข็งได้เร็วขึ้น
  • ติดป้ายชื่อและวันที่ เขียนชื่ออาหารและวันที่แช่แข็งไว้ที่กล่องหรือถุง เพื่อให้หยิบของที่เก่ากว่ามาใช้ก่อน (First In, First Out)
  • จัดวางตามความถี่ในการใช้งาน ของที่หยิบใช้บ่อยให้ไว้ด้านหน้าที่หยิบง่าย ของนานๆ ใช้ทีให้ไว้ด้านในสุด
          

 

แช่ 70% ว่าง 30% หัวใจสำคัญของการดับกลิ่น


       ไม่ว่าจะจัดของเป็นระเบียบแค่ไหน แต่ถ้าตู้เย็นแน่นเอี๊ยดไปด้วยของกิน กลิ่นอับก็จะยังคงสะสมอยู่ กฎสำคัญของการใช้ตู้เย็นคือ "ห้ามแช่ของจนแน่นตู้" แต่ควรพยายามเหลือพื้นที่ว่างไว้ประมาณ 30% เสมอค่ะ

      พื้นที่ว่าง 30% นี้จะทำหน้าที่เป็นช่องทางเดินลม ช่วยให้ลมเย็นหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงอาหารทุกชิ้นได้อย่างทั่วถึง คอมเพรสเซอร์ไม่ต้องทำงานหนัก อาหารจึงสดใหม่ยาวนาน ไม่เกิดจุดอับชื้นที่ทำให้เกิดเชื้อราและกลิ่นเหม็นนั่นเอง

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม ดับกลิ่นคูณสองด้วยวิถีธรรมชาติ


       หากเคลียร์ตู้เย็นและจัดระเบียบตาม 6 ขั้นตอนด้านบนแล้ว แต่ยังมีกลิ่นคาวหรือกลิ่นอับจางๆ หลงเหลืออยู่ ให้ลองใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติเพื่อดูดซับกลิ่นแทนสารเคมีได้ค่ะ

  • เบกกิ้งโซดา เทผงเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วนำไปวางไว้ตามมุมตู้เย็น แนะนำให้เปลี่ยนผงใหม่ทุกๆ 1-3 เดือน เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นด่าง ช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นได้อย่างดีเยี่ยม 

  • ถ่านหุงต้ม นำถ่านไม้ที่ใช้ก่อไฟมาทุบเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ถ้วยหรือห่อด้วยผ้าขาวบาง รูพรุนเล็กๆ จำนวนมหาศาลในก้อนถ่านจะทำหน้าที่เป็นฟิลเตอร์ชั้นดี ช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นคาวได้ชะงัดมากๆ

 

       การบอกลากลิ่นเหม็นในตู้เย็นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เริ่มต้นจากการคัดแยก จัดโซนให้ถูกที่ และปล่อยให้ตู้เย็นได้หายใจ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ตู้เย็นที่สะอาด ปราศจากกลิ่นอับ และปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวแล้วล่ะค่ะ

 

เคล็ดลับคู่ครัวที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

ยอดนิยมในตอนนี้