แจกสูตร น้ำราดกล้วยปิ้ง สูตรโบราณ หวานมันเค็มกลมกล่อม ทำกินก็ได้ทำขายก็ดี

แจกสูตร น้ำราดกล้วยปิ้ง สูตรโบราณ หวานมันเค็มกลมกล่อม ทำกินก็ได้ทำขายก็ดี
PookieChan
27 มิถุนายน 2569 ( 17:49 )
30

    กล้วยปิ้งจะอร่อยไม่ได้มีแค่เรื่องของกล้วยที่หนึบหนับเท่านั้น เพราะหัวใจสำคัญที่ช่วยชูรสให้สมบูรณ์แบบคือ น้ำราดกล้วยปิ้ง นี่ล่ะค่ะ เรามี สูตรน้ำราดกล้วยปิ้ง อร่อยๆ มาฝากกันถึง 3 สูตรด้วยกัน ทั้ง น้ำราดกล้วยปิ้งสูตรโบราณ แบบไม่ใส่กะทิ น้ำราดกล้วยปิ้งแบบใส่กะทิ และ น้ำราดกล้วยปิ้งแบบใส่มะพร้าวอ่อน ถูกใจสไตล์ไหนลองทำตามกันได้เลยค่ะ

 

 

 

 

สูตรน้ำราดกล้วยปิ้ง แบบใส่กะทิ พร้อมวิธีทำ


      เสน่ห์ของสูตรนี้คือการดึงเอกลักษณ์ของน้ำตาล 3 ชนิดมาตัดกัน ทำให้ได้รสชาติหวานหอมมันแบบมีมิติ ไม่หวานแหลมแสบคอ และมีความหอมนัวจากกะทิสดด้วยค่ะ

ส่วนผสมหลัก

  • น้ำตาลมะพร้าวแท้ 150 กรัม
  • น้ำตาลโตนด 100 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
  • หัวกะทิสดคั้นข้น 300 มิลลิลิตร
  • เนยสดจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเม็ด (เกลือสมุทร) 1 ช้อนชา 
  • ใบเตยแก่ 3 ใบ

ขั้นตอนการทำ

  1. นำใบเตยมาขยำกับน้ำตาลทั้ง 3 ชนิด และหัวกะทิลงในหม้อ ขยำจนเนื้อน้ำตาลละลายเข้ากันดี
  2. เปิดไฟอ่อนที่สุด นำหม้อขึ้นตั้งไฟ คอยคนอย่างสม่ำเสมอและห้ามหยุดมือ เพื่อป้องกันไม่ให้กะทิแตกมันแยกชั้น
  3. ใส่เกลือเม็ดลงไป เคี่ยวต่อประมาณ 20–25 นาที จนน้ำกะทิเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ข้นหนืดเกาะพายพายไม้ จึงใส่เนยลงไปคนให้เข้ากัน ยกลงจากเตาพร้อมเสิร์ฟ

 

 

สูตรน้ำราดกล้วยปิ้ง สูตรที่ 2 แบบไม่ใส่กะทิ


      สำหรับใครที่อยากได้น้ำราดกล้วยปิ้งแบบโบราณที่เก็บไว้ทานได้นานเป็นเดือน หรือชอบน้ำราดเนื้อใสที่มีความเหนียวหนึบ เกาะกล้วยได้ดีเยี่ยม สูตรโบราณผสมผสานการรมควันเทียนนี้ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ

ส่วนผสมหลัก

  • น้ำตาลอ้อย (แบบก้อนหรือแบบผง) 300 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำสะอาด) 150 มิลลิลิตร
  • เกลือสมุทร 1/2 ช้อนชา
  • เทียนอบขนม 1 เล่ม


ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่น้ำตาลอ้อยและน้ำลอยดอกมะลิตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเริ่มเดือดเป็นฟองฟู
  2. หรี่ไฟอ่อน เคี่ยวต่อจนน้ำตาลเหนียวข้น (ทดสอบโดยการหยดลงในน้ำเย็น หากน้ำตาลจับตัวเป็นก้อนนิ่มแปลว่าใช้ได้) จากนั้นใส่เกลือ คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ
  3. จุดเทียนอบให้เปลวไฟลุกจนถึงไส้เทียน เป่าให้ดับแล้ววางใส่ถ้วยใบเล็ก นำไปลอยในหม้อน้ำราด ปิดฝาหม้ออบทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้กลิ่นควันเทียนแทรกซึมทั่วเนื้อ

 

สูตรน้ำราดกล้วยปิ้ง สูตรที่ 3 แบบใส่มะพร้าวอ่อน


      สูตรโบราณแท้จะไม่ใช้วิธีหั่นมะพร้าวอ่อนเป็นชิ้น แต่จะเลือกใช้มะพร้าวทึนทึกขูดด้วยมือเสือ เพื่อให้ได้เส้นฝอยบางเบา เวลาเคี่ยวเนื้อจะเนียนไปกับน้ำราดและเคลือบตัวกล้วยปิ้งได้อย่างลงตัว หรือหากชอบมะพร้าวอ่อนจะดัดแปลงใส่มะพร้าวอ่อนแทนก็ได้เช่นกันค่ะ

ส่วนผสมหลัก

  • น้ำตาลปึก 300 กรัม
  • หางกะทิ 200 มิลลิลิตร
  • เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง (ใช้มะพร้าวอ่อนหั่นเส้นแทนได้)
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. นำน้ำตาลปึก หางกะทิ และเกลือป่น ใส่รวมกันในหม้อ ตั้งไฟกลางค่อนอ่อน คนจนน้ำตาลละลายหมด
  2. เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำราดเริ่มงวดและมีความข้นขึ้นเล็กน้อย
  3. ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเส้นลงไป เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 นาที เทคนิคนี้จะช่วยให้น้ำตาลซึมเข้าเนื้อกล้วยได้ดีเมื่อนำไปราด และช่วยให้เนื้อมะพร้าวสุกทั่ว ไม่บูดง่าย
  4. ยกลงพักให้พออุ่น พร้อมเสิร์ฟ

 

เทคนิคการย่างกล้วยปิ้งโบราณ


     อยากให้กล้วยปิ้งมีผิวนอกนุ่มนวล เนื้อในเหนียวหนึบ ไม่แข็งกระด้าง และไม่มีรสฝาด มีหัวใจสำคัญ 4 ข้อนี้ที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

 1. การเลือกกล้วยน้ำว้า (สำคัญที่สุด)

     ต้องเลือกกล้วย "สุกห่าม" เปลือกมีสีเขียวปนเหลือง (ประมาณ 30-40%) เนื้อจะยังแข็งอยู่เล็กน้อย ห้ามใช้กล้วยสุกงอมเปลือกเหลืองล้วน เพราะย่างแล้วจะเละและเละคามือเมื่อนำไปทับ และห้ามใช้กล้วยดิบเพราะจะฝาดและแข็งเกินไปค่ะ

2. การควบคุมไฟและเตาย่าง

    ใช้ไฟอ่อนค่อนไปทางกลาง และต้องสม่ำเสมอ หากใช้เตาถ่าน แนะนำ "ถ่านไม้โกงกาง" หรือ "ถ่านอัดแท่ง" เพราะไฟจะเสถียร ไม่มอดง่าย และไม่มีควันดำมาเกาะผิวกล้วยจนขม

    ส่วนเวลาปิ้งให้วางตะแกรงย่างให้ห่างจากกองถ่านประมาณ 15-20 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ผิวกล้วยไหม้ก่อนที่เนื้อในจะสุกค่ะ

3. ขั้นตอนการย่างแบบมืออาชีพ

  • เสียบไม้ ปอกเปลือกกล้วย ดึงเสี้ยนออกให้หมด ตัดหัวท้าย ตัดเป็นแว่นหนาประมาณ 1 นิ้ว หรือจะย่างทั้งลูกก็ได้
  • พลิกบ่อยๆ นำกล้วยขึ้นย่าง ต้องหมั่นพลิกหมุนชิ้นกล้วยทุกๆ 1-2 นาที เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง เนื้อจะฟูสม่ำเสมอ
  • ระยะเวลา ย่างจนผิวนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและมีรอยเกรียมเล็กน้อย (ประมาณ 10-15 นาที) ลองกดดูจะรู้สึกว่าเนื้อกล้วยมีความยืดหยุ่นนุ่มมือ


4. เทคนิคการทับและการชุบน้ำราด

  • ทับตอนร้อน เมื่อกล้วยสุกรีบนำลงมาใส่ถุงพลาสติกสะอาด หรือวางบนเขียง แล้วใช้ไม้กระดานทับเบาๆ ให้แบนพอดี (หนาประมาณ 1 เซนติเมตร) ห้ามทับแรงจนเนื้อแตกเละ

  • ชุบแล้วย่างซ้ำ นำกล้วยที่ทับแบนแล้วไปจุ่มในน้ำราดกล้วยปิ้งสั้นๆ 1 รอบ แล้วนำกลับขึ้นไปย่างบนเตาต่ออีก 1-2 นาที น้ำราดจะงวดเคลือบผิวและซึมเข้าเนื้อกล้วย ทำให้ฉ่ำวาวและหอมอร่อยยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมกะระยะและคุมไฟดีๆ นะคะ เพราะจะไหม้ง่ายมากหากไฟแรงเกินหรือปิ้งนานเกินไป

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

------------------------------
หากคุณอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเลือกหัวข้อต่อไปนี้ได้เลยครับ:

* อยากทราบ วิธีการเก็บรักษากล้วยปิ้งที่ย่างแล้ว ไม่ให้แข็งตัวเมื่อทิ้งไว้นานๆ ไหม?
* อยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับ เตาย่างไร้ควันสำหรับทำทานในคอนโดหรือบ้าน หรือไม่?