วิธีลวกผักไม่ให้ดำ สีสวยเขียวกรอบน่ากิน เหมือนร้านอาหารมาเอง
อยากกินผักอร่อยๆ ต้องลอง วิธีลวกผักไม่ให้ดำ สีสวยเขียวกรอบน่ากิน เหมือนร้านอาหารมาเอง ไม่ว่าจะทำเมนูผักลวกจิ้มน้ำพริกแสนอร่อย หรือผัดผักรวมมิตรจานโปรด ก็สีเขียวกรอบน่ากิน ไม่ต้องกลัวผักดำ ผักเหี่ยวอีกต่อไป เพราะปัญหานี้แก้ได้ด้วย เทคนิคลวกผัก ขอแค่เข้าใจหลักวิทยาศาสตร์จะลวกผักออกมากี่ครั้งก็สีเขียวกรอบน่ากินทุกครั้งค่ะ
ทำไม ลวกผักแล้วดำ สีไม่เขียวสวย
สาเหตุหลักที่ทำให้ผักลวกเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ มาจากสารเคมีธรรมชาติที่ชื่อว่า เอนไซม์ PPO (Polyphenol Oxidase) สารตัวนี้เมื่อโดนออกซิเจนในอากาศจะทำปฏิกิริยาให้ผักกลายเป็นสีน้ำตาลหรือดำ
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการลวกผักให้เร็วที่สุดจะช่วยรักษาความสดได้ แต่ ไม่จริง เสมอไปค่ะ ความจริงแล้ว หากเราลวกเร็วเกินไป (Under-blanching) ความร้อนที่ไม่ทั่วถึงจะเข้าไป "กระตุ้น" ให้เอนไซม์ตัวนี้ทำงานหนักกว่าเดิม ส่งผลให้ผักดำคล้ำทันทีหลังตักขึ้นมา
ในทางกลับกัน หากลวกนานเกินไป สารคลอโรฟิลล์ที่ให้สีเขียวก็จะถูกทำลายจนซีดเซียวเช่นกัน ดังนั้น การ ลวกผักให้เขียวกรอบ จึงต้องพึ่งพาสูตรลับและเวลาที่แม่นยำ ลองมาทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้กันนะคะ
4 ไอเทม ตัวช่วยลวกผักไม่ให้ดำ
ก่อนจะนำผักลงหม้อ การเตรียมน้ำลวกคือหัวใจสำคัญค่ะ ลองเลือกเติมสารเหล่านี้ลงไปในน้ำเดือดดูนะคะ จะช่วยให้ลวกผักสีสวยมากขึ้นเยอะ
- เกลือป่น ใส่เพียง 1 ช้อนชา เกลือจะช่วยตรึงโครงสร้างคลอโรฟิลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ผักจึงคงสีเขียวสดใส และยังช่วยให้ผักมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น
- น้ำมันพืช หยอดลงไปเล็กน้อยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันจะลอยเคลือบอยู่บนผิวน้ำ เมื่อเรายกผักขึ้น น้ำมันจะเคลือบผิวผักให้มีความมันเงางาม ดูฉ่ำวาวน่ารับประทานเหมือนร้านอาหาร
- น้ำตาลทราย ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในเซลล์ผัก ทำให้ผักคงความหวานธรรมชาติและไม่เหี่ยวย่น
- เบกกิ้งโซดา (ผงฟู) ใส่ปลายช้อนชา เหมาะมากสำหรับ วิธีลวกผักบุ้งไม่ให้ดำ หรือผักที่มีสีเขียวเข้มและสุกยาก เช่น ถั่วฝักยาว เพื่อช่วยดึงสีเขียวให้สว่างและทำให้ผักนิ่มไวขึ้น (แต่ระวังอย่าใส่มากเกินไปเพราะจะทำให้ผักเละ)
วิธีลวกผักไม่ให้ดำ ไขปัญหาลวกผักอย่างไรให้สีสวย ต้องลวกผักกี่นาที
1. เริ่มต้นด้วยการตั้งเตาเร่งไฟแรงจนน้ำเดือดพล่าน
ย้ำว่าต้องเดือดจัดจริงๆ จากนั้นใส่เกลือและน้ำมันพืชลงไป ในระหว่างที่รอน้ำเดือด ให้เตรียมอาวุธลับชิ้นสำคัญนั่นคือ "ชามน้ำเย็นจัดผสมน้ำแข็ง" ตั้งรอไว้ข้างหม้อทันทีเพื่อเตรียมทำผักน็อคน้ำเย็น
2. เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้ว ให้นำผักลงลวก
โดยมีเทคนิคสำคัญคือแยกส่วนและประเภทผัก หากเป็นผักต้นใหญ่ที่มีทั้งก้านและใบ เช่น ผักคะน้า หรือผักกวางตุ้ง ให้ส่งส่วนก้านที่สุกยากลงไปแช่น้ำเดือดก่อนประมาณ 30 วินาที จากนั้นจึงกดส่วนใบตามลงไปให้จมน้ำทั้งหมด การทำแบบนี้จะช่วยให้ผักสุกพร้อมกันโดยที่ใบไม่เละไปเสียก่อนเมื่อผักสุกได้ที่ตามเวลาแล้ว ให้รีบตักผักขึ้นแล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นจัดทันที การทำ ผักน็อคน้ำเย็น จะช่วยหยุดกระบวนการความร้อนสะสมในตัวผักอย่างฉับพลัน ทำให้เซลล์ผักล็อกความสด กรอบ และสีเขียวเอาไว้ได้อย่างมหัศจรรย์ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาทีจนผักหายร้อน จากนั้นนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำ คลี่ผึ่งบนตะแกรง พร้อมนำไปจัดจานเสิร์ฟ
ลวกผักกี่นาที ดีที่สุด
กลุ่มผักใบรวมและใบอ่อน เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ยอดตำลึง และชะอม ผักกลุ่มนี้เนื้อบาง สุกง่ายมาก ให้ใช้เวลาลวกสั้นๆ เพียง 20 – 40 วินาที ก็เพียงพอ (ยกเว้นถั่วงอกที่ลวกเพียง 5-10 วินาที)
กลุ่มผักเนื้อแข็งและก้านหนา เช่น บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักยาว ถั่วพู แครอท หน่อไม้ฝรั่ง และฟักทอง ผักพวกนี้เนื้อแน่น เส้นใยหนา ความร้อนต้องใช้เวลาเดินทางเข้าสู่แกนกลาง จึงต้องใช้เวลาลวกประมาณ 1 – 2 นาที
หากวันไหนคุณต้องการลวกผักหลายชนิดทานคู่กับน้ำพริกในมื้อเดียว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ให้เสียเวลานะคะ ให้ใช้เทคนิคใส่ตามลำดับความสุกแทน โดยหย่อนผักเนื้อแข็ง เช่น แครอทและบรอกโคลีลงไปต้มก่อน จากนั้นค่อยโยนผักใบอ่อนตามลงไป ต้มต่ออีก 20 วินาทีสุดท้าย แล้วตักขึ้นมาน็อคน้ำเย็นจัดพร้อมกัน เท่านี้คุณก็จะได้เซ็ตผักลวกจิ้มน้ำพริกที่สีเขียวสดใส เนื้อกรอบกรุบ รสชาติหวานธรรมชาติ ไม่ช้ำ ไม่ดำคล้ำ ชวนเจริญอาหารในทุกๆ มื้อแล้วค่ะ
เคล็ดลับคู่ครัวที่คุณอาจสนใจ
- วิธีล้างเขียงไม้ กำจัดคราบดำฝังแน่น ไม่ขึ้นรา พร้อมทำเมนูอร่อย
- วิธีแก้หุงข้าวแฉะ แก้ง่ายๆ ข้าวกลับมาเรียงเม็ดสวย!
- 12 สูตรหมักหมู หมูนุ่ม หมูทอด หมูย่าง ทำกินได้ที่บ้าน ทำขายกำไรดี !
- ทำความรู้จัก เนื้อหมูส่วนต่างๆ เนื้อหมูส่วนไหน เอาไปทำเมนูอะไรอร่อย
- รวม 25 เคล็ดลับก้นครัว เคล็ดลับทำอาหารง่ายๆ ทำตามนี้ชีวิตดีแน่นอน