7 สูตรชีสเค้กถ้วยไม่อบ เมนูสร้างรายได้ วัตถุดิบน้อย ทำง่ายไม่ต้องใช้เตา

7 สูตรชีสเค้กถ้วยไม่อบ เมนูสร้างรายได้ วัตถุดิบน้อย ทำง่ายไม่ต้องใช้เตา
WeenayA
9 กรกฎาคม 2569 ( 07:08 )
26

     แจก 7 สูตรชีสเค้กถ้วยไม่อบ เมนูทำขายสร้างรายได้เสริมยอดฮิตที่ใครก็ทำได้ ด้วยเมนูสร้างรายได้สุดปัง วัตถุดิบน้อย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แถมไม่ต้องลงทุนซื้อเตาอบราคาแพง เพียงแค่ผสมแช่เย็น ก็พร้อมตักเสิร์ฟความฟินในถ้วยน่ารักๆ ซื้อไปกินก็อร่อยทำขายกำไรงามแน่นอน 

 

7 สูตรชีสเค้กถ้วยไม่อบ เมนูสร้างรายได้ วัตถุดิบน้อย ทำง่ายไม่ต้องใช้เตา

 

ชีสเค้กมะม่วงเสาวรส

ไฮไลต์คือความฉ่ำของมะม่วงสุกและเสาวรสสดรสเปรี้ยวหวานตัดเลี่ยน ผสานครีมชีสเนื้อนุ่มละมุนลิ้นและฐานแครกเกอร์กรุบกรอบ อร่อยสดชื่นคลายร้อน ยิ่งแช่เย็นยิ่งฟิน

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือบิสกิต  100 กรัม
  • เนยจืดละลาย 40 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 200 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 120 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 40 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา 
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • เนื้อมะม่วงสุกหั่นเต๋า 1 ลูก
  • เนื้อเสาวรสสด 1-2 ลูก

วิธีทำ

  1. นำแครกเกอร์ใส่ถุงซิปล็อคแล้วบดให้ละเอียดตามชอบ ถ้าชอบเคี้ยวกรุบๆ ก็ไม่ต้องบดละเอียดมาก จากนั้นเทเนยละลายตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อคล้ายทรายเปียก ตักแครกเกอร์แบ่งใส่แก้ว กดเบาๆ ให้แน่นพอประมาณ แล้วเอาไปแช่ในช่องฟรีซรอไว้เลย
  2. นำชามผสมมาใส่ครีมชีสลงไป ใช้ตะกร้อมือหรือเครื่องตี ตีจนเนื้อเนียนนุ่ม ไม่เป็นก้อน ากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันจนเนียน
  3. ตีวิปปิ้งครีมในชามอีกใบจนตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆ ตักมาผสมกับครีมชีส ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. นำแก้วแครกเกอร์ออกมา ตักหรือบีบครีมชีสใส่ลงไป เกลี่ยหน้าให้เรียบสวย
  5. วางเนื้อมะม่วงสุกหั่นเต๋าไว้ด้านบน แล้วราดซ้ำด้วยเนื้อเสาวรสสดเพิ่มความฉ่ำและตัดเลี่ยน
  6. นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ให้ชีสเค้กเซ็ตตัวและเย็นฉ่ำ ก็พร้อมทาน

เคล็ดลับ: ถ้าเสาวรสเปรี้ยวจี๊ดเกินไป แนะนำให้เอาเนื้อเสาวรสไปผสมน้ำเชื่อมเล็กน้อยก่อนนำมาราด จะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นเยอะ

 

พายแอปเปิ้ลและชีสเค้ก

สลับชั้นเลเยอร์สวยงาม หอมละมุนเนยและอบเชย ให้สัมผัสกรุบกรอบจากแครกเกอร์ผสมถั่ว ตัดกับครีมชีสเนียนนุ่มและแอปเปิ้ลผัดรสเปรี้ยวหวานลงตัว ยิ่งแช่เย็นยิ่งฟินโชว์ความน่ากิน

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือคุ้กกี้เนย  80 กรัม
  • ถั่วอัลมอนด์หรือวอลนัทสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนยจืดละลาย 30 กรัม
  • ครีมชีส (อุณหภูมิห้อง) 150 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • แอปเปิ้ลแดงหรือเขียว (ปอกเปลือกหั่นเต๋าชิ้นเล็ก) 1 ลูก
  • เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายแดง 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามความหวานของแอปเปิ้ล)
  • ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. บดแครกเกอร์กับถั่วสับให้ละเอียดพอประมาณ ผสมเนยละลายลงไปให้เข้ากัน ตักส่วนหนึ่งใส่ก้นโหลแก้วแล้วกดเบาๆ นำไปแช่เย็น แบ่งแครกเกอร์ที่เหลือเก็บไว้โรยหน้าตอนท้ายด้วย
  2. ตั้งกระทะไฟอ่อน ละลายเนยจืดแล้วใส่แอปเปิ้ลหั่นเต๋าลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายแดงและผงอบเชย ผัดจนแอปเปิ้ลนิ่มและมีน้ำเชื่อมสีน้ำตาลทองเคลือบจนทั่ว บีบน้ำมะนาวลงไปตัดรสนิดหน่อย คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟตักพักไว้ให้เย็น
  3. ตีครีมชีส น้ำตาลไอซิ่ง และกลิ่นวานิลลาจนเนื้อเนียนเข้ากันดี แยกตีวิปปิ้งครีมอีกชามให้ตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆ เอามาตะล่อมรวมกับครีมชีสอย่างเบามือ
  4. ตักครีมชีสใส่โหลแก้วทับชั้นแครกเกอร์ ตามด้วยแอปเปิ้ลผัดอบเชย จะใส่ไว้ตรงกลาง หรือทำสลับชั้นเป็นเลเยอร์ ก็ได้ตามใจชอบ
  5. ปิดท้ายด้วยครีมชีสอีกชั้น แล้วโรยหน้าด้วยแครกเกอร์บดที่เหลือให้ฟูๆ เหมือนเนื้อครัมเบิล
  6. แช่ตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมงให้เย็นฉ่ำ เท่านี้ก็ตักทานฟินๆ ได้เลย

เคล็ดลับ: กลิ่นผงอบเชยจะเข้ากับแอปเปิ้ลได้ดีมาก แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นอบเชย สามารถเปลี่ยนเป็นผัดแอปเปิ้ลกับน้ำตาลทรายแดงและเนยเฉยๆ ก็ได้ความอร่อยแบบคลาสสิก

 

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก

โดดเด่นด้วยบลูเบอร์รี่สดลูกโตเต็มคำ ให้รสเปรี้ยวอมหวานตัดเลี่ยน ผสานครีมชีสฟูนุ่มละมุนลิ้น และฐานแครกเกอร์กรุบกรอบหอมเนย เสิร์ฟในแก้วใสเห็นชั้นสวยงามทำง่าย

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือบิสกิตโฮลวีต 80-100 กรัม
  • เนยจืดละลาย 35 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 180 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 35 กรัม 
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา
  • บลูเบอร์รี่สด 1 กล่องเล็ก (ประมาณ 100 กรัม)

วิธีทำ

  1. บดแครกเกอร์ในถุงซิปล็อคให้พอมีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวกรุบๆ จากนั้นเทเนยละลายลงไปคลุกให้ทั่ว ตักใส่แก้วใสแล้วใช้ช้อนกดเบาๆ ให้แน่นแบ่งแครกเกอร์เก็บไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะเอาไว้โรยหน้า เสร็จแล้วเอาแก้วไปแช่ตู้เย็นรอไว้
  2. ใส่ครีมชีสลงในชาม ตีด้วยตะกร้อมือจนเนื้อนุ่มเนียน ใส่น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา และน้ำมะนาวลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  3. ตีวิปปิ้งครีมอีกชามให้ตั้งยอดอ่อน แล้วค่อยๆ ตะล่อมผสมกับครีมชีสอย่างเบามือ เนื้อชีสเค้กจะฟูนุ่มละมุนลิ้น
  4. นำแก้วแครกเกอร์ออกมา ตักครีมชีสใส่ลงไป หรือจะใส่ถุงบีบให้เป็นคลื่นสวยๆ ตามขอบแก้วก็ได้
  5. วางบลูเบอร์รี่สดลงไปให้เต็มหน้าชีสเค้ก แล้วโรยเศษแครกเกอร์ที่แบ่งไว้เล็กน้อยให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น
  6. แช่เย็นไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้เซ็ตตัว พร้อมเสิร์ฟแบบเย็นฉ่ำชื่นใจ

เคล็ดลับ: ถ้าชอบความฉ่ำเยิ้ม สามารถแบ่งบลูเบอร์รี่สดส่วนหนึ่งไปเคี่ยวกับน้ำตาลและน้ำมะนาวเล็กน้อย ทำเป็นซอสบลูเบอร์รี่โฮมเมดราดคู่กับผลสด จะได้รสชาติที่เข้มข้นสะใจขึ้น

 

 


พีชชีสเค้ก

เมนูสีสันน่ารักโดนใจสายคาเฟ่ โดดเด่นด้วยลูกพีชสีส้มอมชมพูหวานฉ่ำหอมละมุน ตัดกับครีมชีสฟูนุ่มเนียนลิ้น และฐานแครกเกอร์ผสมถั่วรสกรุบกรอบเคี้ยวมัน ทำง่ายไม่ต้องอบ แช่เย็นทานแล้วสดชื่น 

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือบิสกิตรสเนย 80 กรัม
  • ถั่ววอลนัทหรืออัลมอนด์อบสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนยจืดละลาย 35 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 180 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 35 กรัม 
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา 
  • ลูกพีชสด (หรือพีชในน้ำเชื่อมกระป๋อง) หั่นเต๋าชิ้นเล็กพอดีคำ 1 ลูก

วิธีทำ

  1. บดแครกเกอร์กับถั่วสับรวมกันในถุงซิปล็อคให้ละเอียดพอประมาณ เทเนยละลายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหมือนทรายเปียก ตักใส่แก้วกดเบาๆ แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้
  2. ตีครีมชีสในชามผสมจนนุ่มเนียน ใส่น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ตีวิปปิ้งครีมแยกอีกชามจนตั้งยอดอ่อน แล้วนำมาตะล่อมรวมกับครีมชีสเบาๆ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. นำแก้วแครกเกอร์ออกมา ตักหรือบีบครีมชีสทับลงไป จะบีบสลับชั้นก็เลือกได้ตามชอบ
  4. ตักเนื้อพีชหั่นเต๋าวางเรียงด้านบนสุดให้เต็มหน้าแก้ว สีส้มอมชมพูของพีชจะตัดกับสีขาวของครีมชีสดูน่ารักมาก 
  5. เข้าตู้เย็นแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้ครีมชีสเซ็ตตัวดี เท่านี้ก็พร้อมตักทานฟินๆ แล้ว

เคล็ดลับ: ถ้าใช้พีชสดแล้วรสเปรี้ยวนำ แนะนำให้เอาไปคลุกกับน้ำตาลไอซิ่งหรือน้ำผึ้งนิดหน่อยก่อนแต่งหน้า ส่วนถ้าใช้พีชกระป๋อง ให้ใช้ทิชชู่ซับน้ำเชื่อมออกเล็กน้อยก่อนหั่น เนื้อชีสเค้กจะได้ไม่แฉะเกินไป

 


กีวี่ช็อกโกแลตชีสเค้ก

โดดเด่นด้วยสีเขียวสดของกีวี่ตัดกับสีเข้มของคุกกี้ช็อกโกแลตอย่างสวยงาม รสเปรี้ยวอมหวานฉ่ำตัดรสเข้มข้นลงตัว ผสานครีมชีสฟูนุ่มละมุนลิ้นและฐานกรุบกรอบ เมนูไม่อบทำง่ายหน้าตาหรูหรา

ส่วนผสม

  • คุ้กกี้หรือบิสกิตรสช็อกโกแลต 90 กรัม
  • เนยจืดละลาย 35 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 180 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30-35 กรัม
  • ผงโกโก้ หรือ เศษคุ้กกี้ช็อกโกแลตบดละเอียด 1 ช้อนชา 
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • กีวี่สด (หั่นเต๋าชิ้นเล็ก) 1-2 ลูก

วิธีทำ

  1. บดคุ้กกี้ช็อกโกแลตให้ละเอียดพอดีๆ เทเนยละลายลงไปคลุกให้เนื้อชุ่มเนย ตักส่วนหนึ่งใส่ก้นโหลแก้วแล้วกดเบาๆ เก็บส่วนที่เหลือไว้ทำชั้นสลับและโรยหน้าจากนั้นเอาแก้วไปแช่เย็นรอไว้
  2. ตีครีมชีสจนเนียนนุ่ม ใส่น้ำตาลไอซิ่งและกลิ่นวานิลลาลงไปคนให้เข้ากัน ถ้าอยากให้เนื้อครีมมีลายจุดสวยๆ ลองใส่เศษคุ้กกี้ช็อกโกแลตป่นลงไปผสมในเนื้อครีมนิดหน่อย
  3. ตีวิปปิ้งครีมอีกชามจนตั้งยอดอ่อน แล้วเอามาตะล่อมรวมกับครีมชีสเบาๆ จนเนียนเข้ากัน
  4. นำแก้วออกมา ตักครีมชีสใส่ทับฐานช็อกโกแลตลงไปครึ่งหนึ่งก่อน โรยผงคุ้กกี้ช็อกโกแลตตรงกลางทำเป็นชั้นสีเข้มสวยๆ แล้วตักครีมชีสทับลงไปอีกชั้นจนเกือบเต็ม ปาดหน้าให้เรียบ
  5. โรยหน้าด้านบนสุดด้วยคุ้กกี้ช็อกโกแลตบดที่เหลือให้ทั่ว แล้ววางกีวี่สดหั่นเต๋าไว้ตรงกลาง สีเขียวของกีวี่จะตัดกับสีน้ำตาลของช็อกโกแลตดูเด่นน่าทานมาก
  6. แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 1-2 ชั่วโมง ให้เย็นฉ่ำและเซ็ตตัวดีก็พร้อมกิน

เคล็ดลับ: กีวี่สดบางทีอาจจะเปรี้ยวแหลมไปนิด หลังจากหั่นเสร็จแล้ว ลองเอาไปคลุกกับน้ำตาลไอซิ่งหรือน้ำผึ้งบางๆ ทิ้งไว้สัก 5 นาทีก่อนแต่งหน้า จะช่วยลดความเปรี้ยวจัดและทำให้กีวี่ดูเงาสวยน่ากินขึ้น

 


มะม่วงชีสเค้กสไตล์เลเยอร์

โดดเด่นด้วยการจัดชั้นสีเหลืองทองสวยจากมะม่วงน้ำดอกไม้สุกธรรมชาติ ผสานซอสเจลลี่ฉ่ำว้าว ครีมชีสมะม่วงเนื้อนุ่มละมุน และฐานแครกเกอร์กรุบกรอบ เมนูไม่อบสุดหรูหรา หน้าตาดี รสหวานหอมชวนกิน

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือบิสกิตบดละเอียด 80 กรัม
  • เนยจืดละลาย 35 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 150 กรัม
  • เนื้อมะม่วงสุกปั่นละเอียด (Mango Purée) 60 กรัม 
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
  • เจลาตินผง 1/2 ช้อนชา (ละลายในน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะสำหรับใส่ครีมชีส)
  • เนื้อมะม่วงสุกปั่นละเอียด 80 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา (ถ้ามะม่วงหวานอยู่แล้วไม่ต้องใส่ก็ได้)
  • เจลาตินผง 1/4 ช้อนชา (ละลายในน้ำอุ่น 1 ช้อนชา สำหรับใส่ซอสมะม่วง)

วิธีทำ

  1. ผสมแครกเกอร์บดกับเนยละลายให้เข้ากัน ตักใส่แก้วก้านทรงสวยๆ ใช้ช้อนกดเบาๆ ให้เสมอกัน แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นรอไว้
  2. ตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งจนเนียน เทเนื้อมะม่วงปั่น 60 กรัม ลงไปคนให้กลายเป็นสีเหลืองนวล ค่อยๆ เทเจลาตินที่ละลายน้ำอุ่นแล้วตามลงไป รีบคนผสมให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว
  3. ตีวิปปิ้งครีมแยกอีกชามจนตั้งยอดอ่อน แล้วนำมาตะล่อมรวมกับครีมชีสมะม่วงจนเนียนละเอียด ตักใส่แก้วทับบนชั้นแครกเกอร์ เกลี่ยหน้าให้เรียบแล้วแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที เพื่อให้ชั้นนี้เซ็ตตัวก่อน เวลาเทซอสจะได้แยกชั้นกันสวย
  4. นำเนื้อมะม่วงปั่นส่วนที่เหลือ 80 กรัม มาผสมกับน้ำตาลทรายและน้ำเจลาตินที่ละลายไว้ คนจนเนียนเข้ากัน
  5. นำแก้วชีสเค้กออกมาค่อยๆ เทซอสมะม่วงราดลงไปเป็นชั้นบนสุดให้หนากำลังสวย นำกลับเข้าแช่ตู้เย็นต่ออีก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ชีสเค้กเย็นฉ่ำและซอสมะม่วงเซ็ตตัวเป็นเจลลี่
  6. ก่อนเสิร์ฟปักยอดใบสะระแหน่สีเขียวสดเพิ่มความสวยงามพร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ: เมนูนี้แนะนำให้เลือกใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สุก เพราะหอมและหวานละมุนมาก แถมจะได้สีเหลืองทองสวยเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งสีผสมอาหาร

 

 

สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก

ไฮไลต์อยู่ที่ซอสสตรอว์เบอร์รี่โฮมเมดเคี่ยวสดสีแดงฉ่ำเยิ้มรสเปรี้ยวหวาน ผสานครีมชีสฟูนุ่มละมุนลิ้นและฐานแครกเกอร์กรุบกรอบหอมเนย สวยงามน่ากินในแก้วใส 

ส่วนผสม

  • แครกเกอร์หรือบิสกิตรสเนย 80 กรัม
  • เนยจืดละลาย 35 กรัม
  • ครีมชีส (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นุ่ม) 180 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลไอซิ่ง 35 กรัม 
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา
  • สตรอว์เบอร์รี่สดหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย (ประมาณ 100-150 กรัม)
  • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. บดแครกเกอร์ในถุงซิปล็อค เทเนยละลายตามลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักแบ่งใส่ลงก้นแก้วสวยๆ กดเบาๆ ให้แน่นสม่ำเสมอกัน แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นพักไว้
  2. นำสตรอว์เบอร์รี่หั่นชิ้นเล็ก ใส่น้ำตาลทราย และน้ำมะนาวใส่หม้อใบเล็ก ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 5-7 นาที จนสตรอว์เบอร์รี่นิ่มคายน้ำออกมา ซอสจะเริ่มข้นเหนียวและเป็นสีแดงฉ่ำสวย ปิดไฟแล้วตักพักไว้ให้เย็นสนิท
  3. ตีครีมชีสในชามผสมให้นุ่มฟูเนื้อเนียนละเอียด ใส่น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา และน้ำมะนาวลงไป คนผสมให้เข้ากันดี
  4. ตีวิปปิ้งครีมในชามอีกใบจนตั้งยอดอ่อน แล้วนำมาใส่รวมกับชามครีมชีส ใช้พายยางค่อยๆ ตะล่อมเบาๆ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. นำแก้วแครกเกอร์ออกมา ตักหรือบีบเนื้อครีมชีสใส่ลงไปเกือบเต็มแก้ว ปาดหน้าให้เรียบสวย
  6. ราดทับชั้นบนสุดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่โฮมเมดที่เราเคี่ยวไว้จนฉ่ำเยิ้ม แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ให้ครีมชีสเซ็ตตัวและเย็นจัด เวลาทานจะสดชื่นสุด

เคล็ดลับ: ตอนเทซอสสตรอว์เบอร์รี่ด้านบนสุด ต้องมั่นใจว่าตัวซอสเย็นสนิทแล้วจริงๆ เพราะถ้าซอสยังอุ่นอยู่ จะทำให้เนื้อครีมชีสด้านล่างละลายและแยกชั้นไม่สวยงาม

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

ยอดนิยมในตอนนี้