วิธีล้างเครื่องในหมู ไม่ให้มีกลิ่น ไม่เหม็นคาว สะอาดน่ากิน ทำเมนูไหนก็อร่อยไร้กลิ่นกวนใจ
เคยไหมคะ อยากจะโชว์ฝีมือทำ ตับหวาน นุ่มๆ หรือ ไส้อ่อนทอดกระเทียม หอมๆ แต่พอซื้อเครื่องในมาจากตลาดทีไร แค่ได้กลิ่นเครื่องในก็แทบถอดใจแล้ว แถมพอทำเสร็จดันมีกลิ่นคาวติดมาจนเสียรสชาติไปหมด ไม่ต้องกังวลนะคะ วันนี้เราจะสวมวิญญาณเชฟมือโปร ด้วย วิธีล้างเครื่องในหมู ฉบับเข้าใจง่าย เน้นเครื่องใน 3 ชนิดที่คนรักมากที่สุด แต่ก็เหม็นคาวที่สุดเช่นกันนั่นก็คือ ตับหมู ไส้หมู และกระเพาะหมู นั่นเองค่ะ
วิธีล้างตับหมู ล้างยังไงให้นุ่มเด้ง ไม่มีกลิ่น ไม่คาว
ตับหมูถือเป็นเครื่องในอันดับต้นๆ ที่คนเลิฟมาก แต่ก็เป็นโจทย์หินสำหรับมือใหม่เช่นกันค่ะ เพราะถ้าล้างไม่ดีตับจะขม มีกลิ่นเลือดแรง หรือพอเอาไปทำอาหารแล้วสีดำคล้ำดูไม่น่าทาน แถมบางครั้งยังเหนียวจนเคี้ยวไม่ออกอีกต่างหาก แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าลองทำตามสูตรนี้ค่ะ
วัตถุดิบ
- แป้งมัน ช่วยดูดซับสิ่งสกปรก
- น้ำส้มสายชู ช่วยเรื่องสีสันและลดคาว
วิธีล้างตับหมู
1. หั่นก่อนล้าง เริ่มต้นให้เพื่อนๆ หั่นตับเป็นชิ้นขนาดตามต้องการก่อนเลยค่ะ (แต่ไม่ควรบางจนเกินไปนะ) การหั่นก่อนจะช่วยเปิดหน้าสัมผัสของตับ ทำให้เราสามารถชะล้างเลือดที่ค้างอยู่ตามเส้นเลือดเล็กๆ ภายในเนื้อตับออกมาได้ง่ายกว่าการล้างทั้งก้อนใหญ่ๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของกลิ่นคาวนั่นเองค่ะ
2. นวดด้วยแป้งมัน นำตับที่หั่นแล้วใส่ชามใบใหญ่ โรยแป้งมันลงไปคลุกเคล้าให้ทั่วจนแป้งเคลือบชิ้นตับเป็นสีขาวขุ่น แป้งมันมีคุณสมบัติพิเศษคือความเหนียวของมันจะช่วยดูดซับเมือกคาวและคราบเลือดที่ฝังลึกให้ออกมาอย่างหมดจดค่ะ ให้เรานวดเบาๆ แล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีนะคะ
3. ล้างผ่านน้ำไหล เมื่อครบเวลา ให้เปิดน้ำก๊อกไหลผ่านแล้วค่อยๆ ล้างแป้งมันออกจนหมด เพื่อนๆ จะสังเกตเห็นเลยค่ะว่าน้ำที่ล้างออกมาในช่วงแรกจะมีสีแดงเข้มนั่นคือเลือดที่ถูกแป้งดึงออกมาค่ะ ให้ล้างจนน้ำเริ่มใสและชิ้นตับดูสะอาดขึ้น
4. แช่น้ำส้มสายชู นำตับมาแช่ในน้ำสะอาดที่ผสมน้ำส้มสายชู (ใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ชาม) แช่ไว้สั้นๆ เพียง 1-2 นาทีพอค่ะ กรดจากน้ำส้มสายชูจะช่วยล้างคราบคาวที่เหลืออยู่ และที่สำคัญที่สุดคือจะช่วย "ล็อกสี" ของตับไว้ ทำให้เวลาเรานำไปโดนความร้อน ตับจะยังมีสีอมชมพูสวย ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำจนดูแห้งกร้านค่ะ
5. ล้างน้ำสุดท้าย ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 1-2 รอบจนน้ำใสแจ๋วและไม่มีกลิ่นเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูหลงเหลืออยู่ เพียงเท่านี้เราก็ได้ตับที่สะอาด พร้อมจะนำไปปรุงเมนูอร่อยๆ แล้วค่ะ
เคล็ดลับพิเศษสำหรับคนรักตับ
ถ้าอยากให้ตับนุ่มเหมือนร้านอาหารจีน หลังจากล้างเสร็จแล้ว ลองนำไปแช่ในนมสดรสจืด ต่ออีกสัก 15 นาทีดูนะคะ โปรตีนในนมจะช่วยสลายเอนไซม์บางอย่างทำให้ตับนุ่มลิ้นขึ้นไปอีกระดับเลยล่ะค่ะ!
วิธีล้างไส้อ่อนหมู ขจัดความขม ล้างเมือกคาว ให้สะอาดใสพร้อมปรุง
ไส้อ่อนทอดกระเทียมหรือไส้อ่อนย่าง คือที่สุดของความอร่อยสำหรับคนรักเครื่องในเลย แต่ความน่ากลัวคือถ้าล้างไม่สะอาด นอกจากกลิ่นคาวจะพุ่งแล้ว รสขมๆ ที่ติดอยู่ข้างในยังอาจทำให้มื้อนั้นกร่อยไปเลย เคล็ดลับอยู่ที่การล้าง "ข้างนอกให้สาก ข้างในให้ใส" ค่ะ ทำอย่างไรมาดูกันเลย
วัตถุดิบ
- เกลือป่น
- น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว
- สมุนไพรดับคาวอย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด
วิธีล้างไส้อ่อนหมู
1. ห้ามตัดไส้เด็ดขาด กฎเหล็กข้อแรกคือ ต้องล้างทั้งเส้นยาวๆ นะคะ อย่าเพิ่งใจร้อนหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะเมือกและสิ่งสกปรกจะเข้าไปสะสมตามรอยตัด ทำให้ล้างยากขึ้นไปอีกค่ะ
2. กลับด้านล้าง ใช้ตะเกียบ หรือก้านไม้ที่ไม่มีเสี้ยน ดันปลายไส้ด้านหนึ่งย้อนกลับเข้าไปข้างใน แล้วค่อยๆ รูดรูดจนตะเกียบโผล่ออกมาอีกด้านหนึ่งค่ะ วิธีนี้จะทำให้เรากลับเอาด้านในสลับออกมาด้านนอกได้ง่าย เราจะเห็นพังผืดและเมือกสีเหลืองๆ ที่ทำให้ขม ให้ดึงหรือเอามีดขูดออกให้หมดค่ะ
3. ขยำเกลือรีดเมือกคาว ใส่ไส้อ่อนลงในกะละมัง โรยเกลือป่นกำใหญ่ๆ ลงไปเลยค่ะ จากนั้นใช้สองมือขยำไส้แรงๆ เหมือนเรากำลังซักผ้าด้วยมือ เกลือจะช่วยกัดเมือกขาวๆ เหนียวๆ ที่เกาะอยู่รอบนอกไส้ออกมา ขยำไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ามือเราเริ่มไม่ลื่น แล้วล้างน้ำทิ้ง ทำซ้ำแบบนี้ 2-3 รอบ
3. ใช้แป้งมันช่วยดึงกลิ่น หลังจากล้างเกลือแล้ว ให้ใส่แป้งมันลงไปนวดอีกรอบค่ะ แป้งมันจะช่วยดูดซับกลิ่นเฉพาะตัวของเครื่องในที่ติดอยู่ข้างในไส้ให้สะอาดขึ้นไปอีกระดับ จากนั้นกลับด้านไส้อีกรอบ
4. เทคนิคลับ "เปิดน้ำผ่านรู" นี่คือไม้ตายกำจัดความขมค่ะ ให้เราหาปลายข้างหนึ่งของไส้ แล้วเอาไปจ่อที่ก๊อกน้ำโดยตรง แหย่หัวก๊อกเข้าไปในรูไส้เล็กน้อยแล้วเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ให้น้ำพุ่งทะลุผ่านหลอดไส้ออกไปอีกด้านหนึ่ง น้ำจะช่วยพัดเอาเศษพังผืดหรือ "ขี้อ่อน" ที่มีรสขมจัดออกไปจนหมดจด ทำจนน้ำที่ไหลออกมาจากอีกฝั่งใสแจ๋วเลยนะ
5. ล้างซ้ำด้วยน้ำส้มสายชู หลังจากล้างข้างในสะอาดแล้ว ให้เอาไส้มาขยำกับน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวอีกรอบสั้นๆ ค่ะ วิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อและดับกลิ่นคาวที่อาจหลงเหลืออยู่ให้หายสนิท
6. ต้มสมุนไพรเปลี่ยนกลิ่น ก่อนจะเอาไปทำอาหาร ให้ตั้งหม้อต้มน้ำใส่ ข่าแก่บุบ ตะไคร้ และใบมะกรูด ลงไปเยอะๆ พอน้ำเดือดพล่านค่อยใส่ไส้ลงไปต้มจนเปื่อย สมุนไพรเหล่านี้จะซึมเข้าไปในเนื้อไส้ เปลี่ยนจากกลิ่นไม่น่าดมให้กลายเป็นความหอมแทนค่ะ
เคล็ดลับสำหรับคนเลิฟไส้ทอด
ถ้าอยากให้ไส้อ่อนทอดออกมาแล้วกรอบนอกนุ่มใน หลังจากต้มไส้จนเปื่อยได้ที่แล้ว ให้ซับไส้ให้แห้งสนิทก่อนจะนำไปคลุกแป้งบางๆ แล้วทอดนะคะ วิธีนี้จะช่วยให้น้ำมันไม่กระเด็นและไส้กรอบทนนานขึ้นค่ะ
วิธีล้างกระเพาะหมู ขจัดเมือกและกลิ่นสาบ กรอบเด้งไม่เหนียว
กระเพาะหมูคือพระเอกในเมนูต้มเลือดหมูหรือกระเพาะหมูเกี้ยมฉ่ายที่หลายคนโปรดปราน แต่ปัญหาใหญ่คือกลิ่นสาบที่ติดทนติดนาน และเมือกเหนียวที่ทำให้มือใหม่หลายคนถอดใจ ลองทำตามเคล็ดลับนี้กันดูนะคะ ช่วยได้แน่นอน
วัตถุดิบ
- เกลือเม็ด
- สารส้ม
- น้ำปูนใส
- แป้งมัน
วิธีล้างกระเพาะหมู
1. กลับด้านในออกมาคือหัวใจหลัก กระเพาะหมูจะมีลักษณะเหมือนถุง ให้เราหาช่องเปิดแล้วค่อยๆ พลิกกลับเอาด้านในออกมาด้านนอกค่ะ เมื่อกลับออกมาแล้วจะเห็นชั้นเมือกสีขาวขุ่นหรือเหลืองนวลปกคลุมอยู่หนามาก ให้ใช้มีดคมๆ ค่อยๆ ขูดเอาเมือกเหล่านั้นออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ พร้อมกับสังเกตพังผืดหรือก้อนไขมันสีเหลืองๆ ที่เกาะอยู่ตามผนัง ให้เล็มทิ้งไปให้หมด เพราะส่วนนี้แหละค่ะที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นสาบที่รุนแรงที่สุด
2. สครับด้วยเกลือเม็ดและสารส้ม โรยเกลือเม็ด (เกลือเม็ดจะมีความหยาบช่วยขัดได้ดีกว่าเกลือป่น) ลงไปขยำแรงๆ จนเมือกเริ่มหลุดออกมา จากนั้นใช้ก้อนสารส้มถูให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของกระเพาะหมู สารส้มจะช่วยให้เมือกที่เหนียวหนึบหลุดออกมาเป็นก้อนๆ อย่างมหัศจรรย์เลยค่ะ
3. ล้างออกด้วยน้ำสะอาดนวดแป้งมันปิดท้าย เพื่อความมั่นใจแบบ 100% ให้ใส่แป้งมันลงไปนวดกับกระเพาะหมูที่ผ่านการขัดมาแล้วอีกรอบ แป้งมันจะช่วยดูดซับกลิ่นสาบที่ฝังลึกและเศษเมือกเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นให้หลุดตามออกมา ล้างน้ำซ้ำหลายๆ รอบจนผิวสัมผัสดูสากสะอาด ไม่ลื่นมือ
4. แช่น้ำปูนใสเพิ่มความกรอบ นำกระเพาะหมูที่ล้างสะอาดแล้วไปแช่ในน้ำปูนใส ประมาณ 15-20 นาที วิธีนี้เป็นเทคนิคโบราณที่จะทำให้กระเพาะหมูมีความ "กรอบเด้ง" เวลาเคี้ยวจะสู้ฟัน ไม่เหนียวเป็นยางพาราแน่นอนค่ะ
5. พลิกกลับคืนรูปเดิม เมื่อสะอาดจนพอใจแล้ว ให้ พลิกกลับเอาด้านหน้า (ด้านเรียบ) ออกมาเหมือนเดิม ล้างน้ำผ่านอีกรอบเพื่อให้ทรงสวย พร้อมสำหรับการนำไปต้มจนเปื่อยนุ่มค่ะ
เคล็ดลับพิเศษในการต้มกระเพาะหมู
เพื่อให้หอมเย้ายวนใจ ให้ใส่พริกไทยขาวบุบเยอะๆ และรากผักชี ลงไปในน้ำต้มด้วยนะคะ ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยจะช่วยชูรสหวานของเครื่องในให้เด่นขึ้น และทำให้กลิ่นที่เคยคาวกลายเป็นความหอมยั่วน้ำลายแทนค่ะ
บทความที่คุณอาจสนใจ