ล้างผักด้วยอะไรดี วิธีล้างผักให้สะอาดด้วย เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู และ เกลือ

ล้างผักด้วยอะไรดี วิธีล้างผักให้สะอาดด้วย เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู และ เกลือ
PookieChan
17 มีนาคม 2569 ( 14:00 )

        เปิดคู่มือล้างผัก ล้างผลไม้ให้สะอาด ควรใช้ เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู หรือ น้ำยาล้างผัก ดีกว่ากัน และ ห้ามใช้เกลือล้างผัก จริงไหม เพราะทุกวันนี้มีทั้ง ยาฆ่าแมลง เชื้อแบคทีเรีย หรือแม้แต่ ไข่พยาธิ การล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แล้วตัวไหนล่ะที่เหมาะกับผักผลไม้ประเภทไหนบ้าง เลือกใช้อะไรให้สะอาดชัวร์ TrueID Food รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่า

 

 

1. ล้างผักด้วย เบกกิ้งโซดา ปราบสารเคมีและยาฆ่าแมลง

       หากโจทย์ของคุณคือความกังวลเรื่องยาฆ่าแมลงที่ตกค้างอยู่ในผักใบเขียวหรือผลไม้เปลือกบาง เบกกิ้งโซดา (Sodium Bicarbonate) คือผู้ช่วยมือหนึ่งค่ะ

ประสิทธิภาพ: งานวิจัยระบุว่าเบกกิ้งโซดาสามารถช่วยลดสารพิษตกค้างได้สูงถึง 90-95% เนื่องจากฤทธิ์ที่เป็นด่างอ่อนๆ จะไปช่วยสลายโครงสร้างทางเคมีของยาฆ่าแมลงให้หลุดออกได้ง่ายขึ้น

เหมาะสำหรับ: ผักที่เสี่ยงต่อการฉีดยาเยอะ เช่น คะน้า กะเพรา ผักชี หรือผลไม้ที่กินทั้งเปลือกอย่าง องุ่น แอปเปิล และฝรั่ง

วิธีล้างที่ถูกต้อง: ผสมเบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอีกครั้ง

ข้อควรระวัง: อย่าใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้ผักนิ่มหรือรสชาติเปลี่ยน และผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม (โรคไต/ความดัน) ควรล้างน้ำเปล่าซ้ำหลายๆ รอบเพื่อไม่ให้มีสารตกค้าง

 

 

2. ล้างผักด้วย น้ำส้มสายชู ช่วยฆ่าเชื้อโรคและพยาธิ

       หากคุณชอบทาน "ผักสด" หรือผักสลัด ความกังวลอันดับหนึ่งคือเชื้อจุลินทรีย์และไข่พยาธิ ซึ่ง น้ำส้มสายชู คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

ประสิทธิภาพ: กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติเด่นในการ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น E. coli เชื้อรา และกำจัดไข่พยาธิ ที่อาจติดมากับดินหรือน้ำที่ใช้รดผัก แม้จะลดสารเคมีได้ไม่เท่าเบกกิ้งโซดา (ลดได้ประมาณ 29-38%) แต่เรื่องความสะอาดจากเชื้อโรคถือว่ายืนหนึ่ง

เหมาะสำหรับ: ผักใบที่กินสด เช่น ผักสลัด สะระแหน่ ผักกาดหอม รวมถึงผักไฮโดรโปนิกส์ที่อาจปนเปื้อนเชื้อในน้ำ

วิธีล้างที่ถูกต้อง: ใช้น้ำส้มสายชูความเข้มข้น 5% ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ข้อควรระวัง: น้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน หากล้างออกไม่หมดอาจทำให้รสชาติอาหารเพี้ยน และผักที่ใบบอบบางมากอาจเหี่ยวได้ง่ายถ้าแช่นานเกินไป

 

3. ล้างผักด้วย เกลือป่น สูตรโบราณที่ทำง่ายและช่วยเรื่องความสด

     เกลือ เป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุด หาได้ง่ายทุกครัวเรือน ซึ่งมักมีกระแสเฟกนิวส์บอกว่าการล้างผักด้วยเกลือจะทำให้ยาฆ่าแมลงซึมเข้าผักมากกว่าเดิม ซึ่งหลายฝ่ายก็ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่จริง ค่ะ จะช่วยเรื่องอะไรบ้างมาดูตามด้านล่างนี้เลย

ประสิทธิภาพ: เกลือช่วยในการดึงสิ่งสกปรก คราบดิน และกำจัดแมลงตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ย หรือหนอนให้หลุดออกจากซอกผักได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดสารพิษได้ในระดับปานกลาง (ประมาณ 27-38%)

เหมาะสำหรับ: ผักและผลไม้ทั่วไปที่มีดินติดเยอะ หรือผักที่ต้องการรักษาความกรอบเอาไว้

วิธีล้างที่ถูกต้อง: เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ไว้ 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดตาม

ข้อควรระวัง: ไม่ควรแช่นานเกินไปเพราะเกลือจะถูกดูดซึมเข้าเนื้อผัก ทำให้ผักมีรสเค็มและเพิ่มโซเดียมในมื้ออาหารโดยไม่จำเป็น

ล้างผักด้วย ด่างทับทิม

     การใช้ด่างทับทิมล้างผักช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารพิษตกค้างได้ 35-43% ค่ะ

ขั้นตอนการล้างผักด้วยด่างทับทิม

  • ใช้น้ำเปล่าประมาณ 4-5 ลิตร (กะละมังขนาดกลาง)
  • ใส่เกล็ดด่างทับทิมเพียง 20-30 เกล็ด (หรือไม่เกิน 4-5 เกล็ดสำหรับน้ำน้อย) ลงในน้ำ คนให้ละลายจนน้ำเป็น สีชมพูอ่อนหรือม่วงจางๆ ระวังหากน้ำสีเข้มเกินไป จะระคายเคืองผิวหนังและเป็นอันตราย
  • นำผักผลไม้ที่ล้างน้ำเปล่ารอบแรกแล้ว ลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
  •  หลังจากครบเวลา ให้ล้างผักด้วยน้ำสะอาดเปล่าอีกหลายๆ ครั้ง (อย่างน้อย 2-3 รอบ) เพื่อล้างสารตกค้างออกให้หมด

 

การล้างผักด้วย น้ำยาล้างผัก

        เป็นทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและครอบคลุมการทำความสะอาดในขั้นตอนเดียวครับ โดยน้ำยาเหล่านี้มักมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ (เช่น ข้าวโพด มะพร้าว) และสารลดแรงตึงผิวที่ปลอดภัย โดยควรเลือกซื้อน้ำยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (เช่น อย.) และระบุว่าเป็นสูตรธรรมชาติหรือ Food Grade เพื่อป้องกันสารเคมีแปลกปลอม

 

 

วิธีที่ล้างผักที่ขาดไม่ได้คือ "การล้างผ่านน้ำ"

      ไม่ว่าคุณจะเลือกแช่ด้วยอะไรก็ตาม ขั้นตอนสุดท้ายที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ การล้างผ่านน้ำไหล โดยเปิดน้ำเบาๆ แล้วใช้มือถูใบผักไปมาเบาๆ นานประมาณ 2 นาที วิธีนี้จะช่วยชะล้างทั้งสารทำความสะอาดที่เราใช้ และเศษสารพิษที่หลุดออกมาให้หมดจดจริงๆ

ตัวช่วยล้างผักเหมาะสำหรับกำจัดอะไรได้ดีสัดส่วน/วิธีใช้
เบกกิ้งโซดาผักใบ, ผลไม้กินทั้งเปลือกยาฆ่าแมลง สารเคมี (ลดได้ 90-95%)
1/2 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร (แช่ 15 นาที)
น้ำส้มสายชูผักสลัด, ผักสด, ผักไฮโดรฯเชื้อโรค ไข่พยาธิ เชื้อรา
1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10-15 นาที)
เกลือป่นผักทั่วไป, ผักที่มีดินเยอะคราบดิน แมลงตัวเล็ก
1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10 นาที)
ด่างทับทิมผักที่เสี่ยงต่อพยาธิสูงไข่พยาธิ เชื้อรา แบคทีเรีย
 ใช้ 20-30 เกล็ด : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10 นาที) 
แป้ง (แป้งสาลี หรือแป้งมัน)องุ่น, สตรอว์เบอร์รี่, บรอกโคลีคราบไขมัน นวลขาว ฝุ่น
โรยแป้งบนผิวผัก ผลไม้ แล้วถูเบาๆ ด้วยน้ำน้อยๆ
น้ำยาล้างผักทุกชนิด (เน้นความไว)ครอบคลุมทั้งสารเคมีและเชื้อโรค
ตามคำแนะนำข้างขวด (แช่ 3-5 นาที)
น้ำไหลผ่านผักทุกชนิด (ใช้ร่วมกับวิธีอื่น)เศษสิ่งสกปรกที่หลุดออกมา
เปิดน้ำไหลเบาๆ คลี่ใบออกมาถู (ประมาณ 2 นาที)
 

      ทำอาหารมื้อต่อไป ลองเลือกวิธีล้างผักให้เหมาะกับความต้องการกันดูนะคะ ซึ่งการเลือกวิธีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณได้ทานผักที่สะอาดและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าทางสารอาหารและรสชาติของผักนั้นๆ ไว้ได้ดีที่สุดด้วยค่ะ 

 

เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลาย

ได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขา พร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู

 >> กดรับสิทธิ์ ที่นี่ <<


บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

ยอดนิยมในตอนนี้