ฟังจากชื่อเรื่องแล้วหลายท่านคงสงสัย ว่าขนมบัวลอยไข่หวานเร้กเก้นั้นเป็นยังไง ขนมบัวลอยไข่หวานเป็นขนมที่คู่กับคนไทยมานาน เชื่อว่าหลายๆ คนคงทำอร่อยไม่แพ้กัน แต่ที่ตั้งชื่อว่าเร้กเก้นั้นก็เป็นเพราะสีสรรค์ที่ฉูดฉาด ผิดแปลกไปจากขนมบัวลอยตามร้านต่างๆ นั้นเอง เห็นสีสรรค์แล้วบางท่านอาจจะมองว่าน่ากลัว แต่ขอบอกเลยว่าสีที่ใช้เป็นสีผสมอาหารทั่วไป เพียงแค่เติมลงไปให้เข้มกว่าเดิมสักหน่อย เน้นสี เขียว เหลือง แดง จึงทำให้บัวลอยไข่หวานถ้วยนี้ดูไม่ธรรมดาขึ้นมาเลยทีเดียว นอกจากสีสรรค์ที่ฉูดฉาด สะดุดตาแล้ว เรื่องรสชาติก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ผู้เขียนชวนให้ท่านผู้อ่านมาทำตามสูตรนี้ รับรองเลยว่า ทำทีไรก็อร่อยทุกครั้ง ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน วัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1.แป้งข้าวเหนียว 2.น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย 3.หัวกะทิสด หางกะทิ 4.เกลือป่นเล็กน้อย 5.ไข่ไก่ 6.ใบเตย 7.เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเส้น 8.สีผสมอาหาร ใช้สี เขียว เหลือง แดง 9.น้ำเปล่า วิธีทำ 1.นำแป้งข้าวเหนียวใส่ลงในชามผสม ค่อยๆ เติมน้ำเปล่าทีละนิดๆ และนวดจนได้ที่ ไม่เหนียวติดมือ (ผู้เขียนไม่บอกจำนวนว่าต้องใส่แป้งปริมาณเท่าใหร่ เพราะสูตรนี้ปรับได้ตามจำนวนคนที่จะรับประทานในครั้งนั้นๆ) หลังจากนวดแป้งได้ที่แล้ว เราจะแบ่งแป้งออกเป็น 4 ก้อน นำใส่ถ้วยพักไว้ แล้วเติมสีผสมอาหารลงไป ทั้ง 3 สี ส่วนแป้งอีกถ้วยเราจะไม่ผสมสีลงไป เพราะเราจะทำเป็นสีขาว หลังจากนั้น ก็ปั้นแป้งแต่ละสีให้เป็นก้อนกลมๆ ประมาณเท่าปลายนิ้วก้อยของเราเอง ไม่ต้องให้เล็กมากนัก เพราะเวลาเคี้ยวขนมแล้วจะได้รู้สึกถึงเนื้อขนมในปาก หนุบหนับ หนุบหนับ ปั้นแป้งขนมแล้ว พักไว้ เอาผงแป้งโรยเพื่อไม่ให้แป้งที่ปั้นแล้วติดกัน 2.ตั้งน้ำเปล่าบนเตา เปิดไฟปานกลาง เติมหางกะทิลงไปเล็กน้อย นำใบเตยล้างสะอาดสัก 3-4 ใบ ขยี้เล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมของใบเตยออกได้ดียิ่งขี้น ใส่ลงไปต้มน้ำให้เดือด แล้วนำแป้งบัวลอย ลงต้มทีละสี สังเกตุแป้งที่สุกจะลอยขึ้นมา ทำจนครบทุกสีแล้วตักใส่หม้อพักไว้ เติมหางกะทิให้ท่วมแล้วคน กันแป้งติดกัน แป้งที่ต้มพักไว้ 3.มาดูในส่วนของน้ำกะทิ ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำแป้งเลยเดียว เริ่มจากตั้งหางกะทิบนไฟปานกลาง นำใบเตยที่ล้างสะอาดสัก 3-4 ใบ ขยี้เล็กน้อยใส่ลงไป ต้มจนน้ำเดือด ใส่น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่นเล็กน้อย เคี่ยวจนกลิ่นใบเตยหอมและน้ำตาลละลายเข้ากันดี ชิมรสชาติ น้ำกะทิจะหอมน้ำตาลปิ๊บกับใบเตยเอามากๆ เลยทีเดียว เติมน้ำตาลทรายลงไปเพื่อเพิ่มความหวานแหลมอีกนิด ชิมรสหวานจนพอใจแล้วเบาไฟลงให้อ่อน ตักใบเตยออกทิ้ง แล้วเอาแป้งบัวลอยที่ต้มพักไว้ใส่ลงในหม้อน้ำกะทิ เปิดไฟให้แรงอีกนิด รอจนน้ำกะทิเดือด แล้วตอกไข่ไก่ลงไปในหม้อจำนวนตามต้องการ ขั้นตอนนี้ห้ามคนโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไข่แตก และจะมีกลิ่นคาว ทำให้เสียรสชาติของขนมไปเลยทีเดียว ปิดฝาทิ้งไว้จนกว่าไข่จะสุก ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดไว้ และเติมหัวกะทิตามลงไป รอให้กะทิเดือดอีกรอบไม่ต้องให้แตกมัน เสร็จแล้วยกลงขากเตา จะเสริฟตอนร้อนหรือรอให้เย็น ก็อร่อยไม่แพ้กัน ใส่ไข่แล้วห้ามคน เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เราจะไม่ต้มแป้งลงไปพร้อมกับน้ำกะทิในคราวเดียวกันเพราะจะทำให้น้ำกะทิเหนียวข้นไม่น่ารับประทาน ::ภาพประกอบโดยผู้เขียน