"เนื้อวัว" เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารที่ได้รับความนิยมมาก ดังนั้นเราจึงมักต้องไปซื้ออยู่เป็นประจำ ซึ่งโดยทั่วไป เราจะชอบไปเลือกซื้อที่แม็คโคร เพราะมีให้เลือกครบตามความต้องการ มีการแยกส่วนเนื้อต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมสรรพ อยากได้ส่วนไหนก็คว้ามาได้เลยในราคาที่สมเหตุสมผล แต่การเลือกเนื้อวัวให้เป็น ก็สำคัญไม่แพ้กันนะ เพราะมันส่งผลต่อรสชาติมื้อนั้นทั้งมื้อเลย เราเลยขอนำวิธีเลือกเนื้อวัวสดใหม่มาฝากกัน 5 วิธีง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถเอาไปใช้ตามได้ทันที 1. เช็กสีเนื้อให้ชัวร์ว่าสดใหม่ สิ่งแรกที่เราเห็นและสังเกตได้ง่ายที่สุดก็คือ "สีของเนื้อ" เราสามารถสำรวจความสดใหม่ได้จากจุดนี้เป็นอันดับแรกเลย เนื้อวัวที่ดีต้องมีสีแดงระเรื่อ เป็นสีแดงสดตามธรรมชาติ ไม่แดงคล้ำจนเกือบดำและไม่ซีดจาง ที่สำคัญอย่าลืมสังเกต "ไขมัน" ที่แทรกตามเนื้อด้วยนะ ควรเป็นสีขาวหรือครีมนวล ๆ ถึงจะการันตีได้ว่านี่คือเนื้อที่ยังใหม่และน่าเอาไปทำอาหารที่สุด 2. กลิ่นต้องสะอาด...หอมกลิ่นเนื้อตามธรรมชาติ นอกจากตาดูแล้วต้องใช้จมูกช่วยเช็กด้วย เนื้อวัวที่สดใหม่ต้องมีกลิ่นสะอาด ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่หลายคนเรียกว่ากลิ่นธาตุเหล็ก หรือกลิ่นหอมโลหะจาง ๆ คล้ายกลิ่นเหรียญบาทที่สะอาด ๆ ผสมกับกลิ่นมันวัวอ่อน ๆ ดมแล้วต้องไม่คาวจัดจนคลื่นไส้ ที่สำคัญคือต้องไม่มีกลิ่นเปรี้ยวเหมือนของบูด หรือกลิ่นสาบแรงเหมือนแอมโมเนียเด็ดขาด เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าแบคทีเรียเริ่มทำงานจนเนื้อใกล้เสียแล้ว ถ้าเราดมแล้วรู้สึกกลิ่นไม่ฉุนและดูสะอาดแสดงว่าผ่าน เตรียมเอาไปทำเมนูหอม ๆ ได้เลย 3. บรรจุภัณฑ์ต้องปิดสนิท เช็กวันหมดอายุให้แน่ใจ วิธีเลือกเนื้อวัวสด ๆ แบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ คือการเลือกซื้อเนื้อในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท พยายามเลือกแพ็กที่ดูแน่นหนา ไม่มีรอยฉีกขาดหรือรอยแตกรั่ว เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อสัมผัสกับอากาศและเชื้อแบคทีเรียจากภายนอกได้ดีที่สุด ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ บนฉลากให้ถ้วนถี่เสมอ โดยควรเลือกแพ็กที่มีระยะเวลาเหลือเพียงพอสำหรับการเก็บรักษาและนำมาทำอาหารได้ทันเวลา เพื่อความมั่นใจว่าเนื้อที่เราเลือกไปนั้นยังอยู่ในช่วงเวลาที่สดใหม่และปลอดภัยต่อสุขภาพที่สุด 4. วิธีเลือกเนื้อวัวบด การเลือกซื้อเนื้อวัวบดให้ได้คุณภาพดี เราต้องสังเกตสัดส่วนของเนื้อแดงและไขมัน ควรเลือกเนื้อบดที่มีสีแดงสดและมีไขมันสีขาวกระจายตัวอยู่ทั่วอย่างสม่ำเสมอ ไม่จับตัวเป็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่เกินไป เพราะสัดส่วนไขมันที่พอดีจะช่วยให้เนื้อมีความนุ่มนวลและชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้างเวลาปรุงอาหาร ที่สำคัญคือต้องระวังเนื้อบดที่มีสีคล้ำออกน้ำตาลหรือมีลักษณะเหนียวแฉะเป็นเมือก และควรตรวจสอบวันผลิตที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด เพราะเนื้อที่ผ่านการบดจะสัมผัสกับอากาศได้มากกว่าเนื้อชิ้นปกติ ทำให้มีโอกาสเสื่อมสภาพได้เร็วกว่า การเลือกเนื้อบดที่ดูสดใหม่และแห้งกำลังดีจึงช่วยให้มื้ออาหารของเราทั้งอร่อยและปลอดภัยที่สุด 5. ข้อระวังในการเลือกเนื้อในกระบะ บางครั้งถ้าเราไปซื้อเนื้อวัวที่ไม่ได้แยกเป็นแพ็ค แต่ใส่ไว้ในกระบะเพื่อให้เราเลือกชิ้นเนื้อได้ตามความพอใจในปริมาณที่ต้องการ ซึ่งข้อดีคือเรามักจะได้เนื้อคุณภาพดีในราคาที่ถูกกว่าแบบแพ็คสำเร็จรูป แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยคือน้ำสีแดงที่นองอยู่ในกระบะ เจ้าสิ่งนี้คือน้ำในเซลล์เนื้อที่ไหลออกมา แม้เนื้อจะยังไม่เสีย แต่การที่น้ำพวกนี้ออกมาเยอะจะส่งผลให้เนื้อเสียรสชาติและความฉ่ำ ยิ่งน้ำไหลออกมามากเท่าไหร่ เวลาเอาไปปรุงสุกเนื้อจะยิ่งกระด้างและจืดลง เพราะความหวานที่เป็นหัวใจของเนื้อได้รั่วไหลออกมานองในกระบะหมดแล้ว ที่สำคัญคือไม่คุ้มน้ำหนัก เพราะเวลาเราคีบเนื้อที่ชุ่มน้ำไปชั่งกิโลเรากำลังจ่ายค่าเนื้อในราคาที่มีน้ำปนไปด้วย พอทำอาหารจริงเนื้อจะหดตัวลงมากกว่าปกติเพราะเสียน้ำไปเยอะแล้วนั่นเอง ดังนั้นถ้าต้องเลือกซื้อเนื้อจากกระบะ แนะนำให้ลองควานหาชิ้นที่แห้ง และอยู่ด้านบน ๆ หรือชิ้นที่ดูฉ่ำวาวแต่ไม่มีน้ำขังนอง จะได้เนื้อที่นุ่ม หอม และคุ้มค่าเงินที่เราจ่ายไปที่สุด Q&A Q1: ล้างเนื้อวัวก่อนปรุง ช่วยให้สะอาดขึ้นจริงไหม? A: ไม่แนะนำนะ การล้างเนื้อสัตว์จะทำให้เชื้อแบคทีเรียกระจายไปทั่วซิงค์และอุปกรณ์ครัว ความร้อนจากการปรุงสุกคือวิธีฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด Q2: เลือกเนื้อส่วนไหนมาทำ "เนื้อแดดเดียว" ถึงจะอร่อย? A2: แนะนำส่วน "สะโพก" เพราะเนื้อแน่น ไขมันน้อย เวลาตากแดดและนำไปทอดจะให้สัมผัสที่เคี้ยวสนุกและหอมมาก Q3: เนื้อวัวสดเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นานแค่ไหน? A: หากเป็นเนื้อชิ้น เก็บได้ประมาณ 3-5 วัน แต่ถ้าเป็น "เนื้อบด" ควรปรุงภายใน 1-2 วันเพราะบูดเสียได้ง่ายกว่า คลิกรับส่วนลด Lawry'sThe Prime Rib https://ttid.co/UAnK/0fxfd4q3 ภาพประกอบโดย CRUSHที่แปลว่าแอบชอบ ผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !