ท่ามกลางสีสันของย่านสีลมที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และสถานที่แฮงเอาต์มากมาย ถนนคอนแวนต์ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดสำคัญของคนรักค็อกเทลในกรุงเทพฯ และในปี 2026 ถนนเส้นนี้ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง Cherry Olive Cocktail Club บาร์ที่ไม่ได้พยายามเลือกว่าจะยืนอยู่ฝั่งความคลาสสิกหรือความร่วมสมัย แต่กลับนำทั้งสองโลกมาวางไว้เคียงข้างกันอย่างมีชั้นเชิง ผ่านสองสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่คนในวงการค็อกเทลคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือ “Cherry” และ “Olive” ชื่อ Cherry Olive ฟังดูเรียบง่าย แต่สำหรับคนทำงานหลังบาร์ สองคำนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงเครื่องตกแต่งแก้ว เพราะทั้งเชอร์รี่และมะกอกต่างมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับวัฒนธรรมค็อกเทลมาอย่างยาวนาน Cherry สื่อถึงความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมสมัย ขณะที่ Olive ชวนให้นึกถึงความสง่างามของ Classic Cocktail โดยเฉพาะภาพจำของ Martini แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นหัวใจของ Cherry Olive Cocktail Club เพราะที่นี่ไม่ได้บังคับให้ความคลาสสิกและความโมเดิร์นต้องแข่งขันกัน แต่เลือกนำทั้งสองโลกมาเล่าเรื่องร่วมกัน แต่หากจะทำความเข้าใจว่าเหตุใด Cherry Olive Cocktail Club จึงเป็นบาร์ที่น่าจับตามอง สิ่งที่ควรมองให้ลึกกว่าสูตรค็อกเทลหรือการออกแบบร้าน คือ “คนที่อยู่เบื้องหลังบาร์แห่งนี้” เมื่อบุคคลสำคัญหลายเจเนอเรชันของวงการบาร์ไทยมาอยู่หลังบาร์เดียวกัน สำหรับคนที่ติดตามวงการค็อกเทลไทยมานาน ชื่อของ ปาล์ม–ศุภวิช มุททารัตน์ (Supawit “Palm” Muttarattana), อั๋น–ชานนท์ บุรานนท์ (Chanond “Aunn” Purananda), บอย–ชาญชัย รอดบำรุง (Chanchai “Boyd” Rodbamrung) และ เข้ม–ธนัช สุทธิรักษ์ (Thanat “Kem” Suttirak) ล้วนมีเรื่องราวและเส้นทางของตัวเอง การมารวมตัวกันที่ Cherry Olive จึงมีความหมายมากกว่าการรวมทีมเพื่อเปิดบาร์แห่งใหม่ สื่อที่นำเสนอการเปิดตัวร้านอธิบายทีมนี้ว่าเป็นการรวมตัวของบุคลากรจาก สี่เจเนอเรชันของวงการบาร์เทนเดอร์ไทย ซึ่งเป็นภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนเติบโตมาในช่วงเวลาที่วงการค็อกเทลของประเทศไทยมีบริบทแตกต่างกัน และต่างมีส่วนร่วมกับการพัฒนาวัฒนธรรมการดื่มของไทยในแบบของตัวเอง คุณปาล์ม–ศุภวิช มุททารัตน์ คือหนึ่งในชื่อที่อยู่กับพัฒนาการของวงการ Modern Cocktail ในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลานาน เขาเคยคว้าแชมป์ Diageo World Class Thailand 2012 ก่อนผ่านบทบาทสำคัญในหลายบาร์ รวมถึงการทำงานที่ Vesper ซึ่งในช่วงที่เขาดูแลโปรแกรมเครื่องดื่มได้มีการผลักดันแนวคิด Modern Classic และการตีความงานศิลปะออกมาเป็นค็อกเทล นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์ Campari Bartender Competition Asia 2018 ซึ่งจัดรอบชิงที่มิลาน ก่อนจะเดินหน้าสู่บทบาทผู้ประกอบการและ Co-Founder ของ Dry Wave Cocktail Studio ในเวลาต่อมา เส้นทางของคุณปาล์มจึงสะท้อนช่วงหนึ่งของการเติบโตของวงการค็อกเทลไทยได้อย่างชัดเจน จากยุคที่บาร์เทนเดอร์ไทยต้องพิสูจน์ตัวเองบนเวทีการแข่งขัน สู่ยุคที่กรุงเทพฯ เริ่มมี Cocktail Bar ที่ได้รับความสนใจในระดับภูมิภาคและระดับโลก ปัจจุบัน Dry Wave Cocktail Studio ซึ่งเขาร่วมก่อตั้งก็ได้รับการยอมรับจากเวทีบาร์ระดับนานาชาติ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าบาร์เทนเดอร์ไทยสามารถสร้างแบรนด์และภาษาของตัวเองให้ผู้ดื่มต่างชาติรู้จักได้ อีกหนึ่งบุคคลสำคัญคือ คุณอั๋น–ชานนท์ บุรานนท์ ซึ่งถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในบุคลากรรุ่นบุกเบิกและเป็นเสาหลักที่อยู่กับวงการค็อกเทลไทยมาอย่างยาวนาน การมีคุณอั๋นอยู่ในทีมจึงช่วยเติมมิติของประสบการณ์และรากฐานของวัฒนธรรมบาร์เข้าไปใน Cherry Olive ไม่ใช่เพียงเรื่องของสูตรเครื่องดื่ม แต่รวมถึงความเข้าใจใน Hospitality และการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ดื่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ในการสั่งสม สื่อที่นำเสนอ Cherry Olive ถึงกับเรียกเขาว่า “long-standing pillar of Thailand’s cocktail scene” ซึ่งสะท้อนบทบาทที่เขามีต่อวงการได้เป็นอย่างดี ถัดมาคือ พี่บอย–ชาญชัย รอดบำรุง อีกหนึ่งชื่อที่คนในวงการบาร์ไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยพี่บอยเป็นผู้ชนะ Diageo World Class Thailand และมีประสบการณ์ในการสร้างและพัฒนา Cocktail Program ให้กับบาร์ชั้นนำหลายแห่งในกรุงเทพฯ บทบาทของเขาจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยืนหลังบาร์และสร้างเครื่องดื่ม แต่ยังรวมถึงการวางระบบ แนวคิด และทิศทางของโปรแกรมเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้าง Cocktail Bar ที่มีตัวตนชัดเจน และเมื่อประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนถูกส่งต่อมาถึงเจเนอเรชันปัจจุบัน ชื่อที่เข้ามารับหน้าที่สำคัญหน้าเคาน์เตอร์ของ Cherry Olive คือ น้องเข้ม–ธนัช สุทธิรักษ์ ผู้ชนะ Diageo World Class Thailand 2024 และรับตำแหน่ง Head Bartender ของ Cherry Olive Cocktail Club สิ่งที่น่าสนใจคือเส้นทางของเข้มไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นหนึ่งในบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลาง ecosystem ของวงการบาร์ไทยที่คนรุ่นก่อนช่วยกันสร้าง และมีเส้นทางการทำงานเชื่อมโยงกับ Dry Wave และคุณปาล์มมาก่อน การที่วันนี้เขาก้าวขึ้นมารับหน้าที่ Head Bartender จึงสามารถมองได้ว่าเป็นภาพของ การส่งต่อองค์ความรู้และพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ มากกว่าการสร้างบาร์ที่ยึดติดอยู่กับชื่อของคนรุ่นเดิมเพียงอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่ทำให้ทีมเบื้องหลัง Cherry Olive น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา วงการค็อกเทลของกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากเมืองที่ Cocktail Culture ยังอยู่ในวงจำกัด กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่นักดื่มและคนในอุตสาหกรรมบาร์จากทั่วโลกให้ความสนใจ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียวหรือบาร์เพียงแห่งเดียว แต่เกิดจากบาร์เทนเดอร์ ผู้ประกอบการ และทีมงานหลายรุ่นที่ร่วมกันสร้างมาตรฐาน พัฒนาบุคลากร ส่งตัวแทนไปแข่งขันในต่างประเทศ เปิดบาร์ที่มีแนวคิดชัดเจน และสร้างเครือข่ายกับวงการบาร์นานาชาติ ในบริบทนั้น คุณปาล์ม คุณอั๋น พี่บอย รวมถึงบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่อย่างน้องเข้ม จึงเป็นตัวแทนของคนต่างช่วงเวลาที่กำลังเดินมาเจอกันที่ Cherry Olive คนหนึ่งมีประสบการณ์ในการผลักดัน Modern Cocktail และสร้างชื่อบนเวทีระดับนานาชาติ คนหนึ่งเป็นเสาหลักที่อยู่กับวงการมายาวนาน อีกคนมีประสบการณ์ทั้งการแข่งขันและการสร้างโปรแกรมเครื่องดื่ม ขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังก้าวขึ้นมารับหน้าที่ Head Bartender และเขียนบทต่อไปของเรื่องราว ดังนั้น หากจะเรียกบุคคลรุ่นพี่เหล่านี้ว่าเป็น “ตำนาน” ของวงการบาร์ไทย ความหมายของคำนี้อาจไม่ได้อยู่เพียงจำนวนรางวัล แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของยุคที่ช่วยสร้างพื้นที่ให้ Thai Bartender และ Bangkok Cocktail Scene เป็นที่มองเห็นบนเวทีนานาชาติมากขึ้น พร้อมกับการสร้างคนรุ่นต่อไปให้สามารถก้าวขึ้นมายืนในพื้นที่เดียวกันได้ และ Cherry Olive Cocktail Club คือพื้นที่ที่เรื่องราวเหล่านั้นมาบรรจบกัน YOURS — เลือกค็อกเทลจากความรู้สึก ไม่ใช่แค่สปิริต หัวใจสำคัญของประสบการณ์ที่ Cherry Olive อยู่ที่เมนูซิกเนเจอร์ชื่อ “YOURS” ซึ่งเปลี่ยนวิธีการเลือกค็อกเทลจากสิ่งที่หลายคนคุ้นเคย ปกติเมื่อเปิดเมนู เราอาจเริ่มต้นด้วยคำถามว่าอยากดื่ม Gin, Rum, Whisky หรือ Tequila แต่ที่นี่กลับชวนให้เริ่มจากคำถามที่เป็นส่วนตัวกว่านั้นว่า “ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร?” ค็อกเทลถูกแบ่งออกเป็นสองบุคลิกหลัก ฝั่ง Cherry นำเสนอความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้เทคนิคสมัยใหม่ ส่วนฝั่ง Olive เชื่อมโยงกับ Classic Cocktail และโครงสร้างรสชาติที่มีความสุขุมมากขึ้น วิธีคิดเช่นนี้ช่วยลดกำแพงระหว่าง Cocktail Bar กับผู้ดื่ม เพราะแขกไม่จำเป็นต้องเข้าใจศัพท์เทคนิคหรือรู้จักสปิริตทุกชนิดก็สามารถเริ่มบทสนทนากับบาร์เทนเดอร์ผ่านอารมณ์ของตัวเองได้ ในมุมของ Mixology สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่การใช้เทคนิคที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการเลือกเทคนิคให้สอดคล้องกับเรื่องราว เพราะเทคนิคที่ดีไม่ควรมีหน้าที่เพียงแสดงความสามารถของบาร์เทนเดอร์ แต่ควรช่วยให้กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และประสบการณ์ของเครื่องดื่มชัดเจนขึ้น ตัวอย่างอย่าง Good Old Days ใช้แนวคิดเรื่องความทรงจำในวัยเด็กมาถ่ายทอดผ่านค็อกเทล ขณะที่ Nostalgic พาไปสำรวจความทรงจำในอีกมิติหนึ่งผ่าน Whisky และแรงบันดาลใจจากรสชาติของซีเรียล สิ่งเหล่านี้ทำให้เครื่องดื่มไม่ได้ทำงานเฉพาะกับประสาทรับรส แต่พยายามเชื่อมโยงกับความทรงจำและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ดื่ม อีกด้านหนึ่ง Curious แสดงให้เห็นความกล้าของการออกแบบรสชาติด้วยองค์ประกอบอย่าง Rum, Muscat Liqueur, Crème de Violette, Blue Cheese, Orgeat, Olive Oil และ Lemon ทำให้เครื่องดื่มเคลื่อนจากโครงสร้าง Sweet–Sour แบบคุ้นเคยเข้าสู่มิติ Savoury มากขึ้น ขณะที่ Nosy นำ Truffle, Jackfruit และ Beetroot มาสร้างบทสนทนาระหว่างกลิ่น รส และความคาดไม่ถึง นี่คืออีกภาพของ Cocktail Culture ยุคปัจจุบันที่เส้นแบ่งระหว่าง Kitchen และ Bar เริ่มเลือนลง วัตถุดิบที่ครั้งหนึ่งอาจถูกมองว่าอยู่บนจานอาหารเท่านั้น วันนี้สามารถถูกนำมาสร้างประสบการณ์ในแก้วได้ หากบาร์เทนเดอร์เข้าใจว่าต้องการให้มันทำหน้าที่อะไร มากกว่าค็อกเทล คือ Hospitality แม้เบื้องหลังเครื่องดื่มแต่ละแก้วจะเต็มไปด้วยความรู้และเทคนิค แต่ Cherry Olive ไม่ได้สร้างบรรยากาศให้แขกรู้สึกว่าต้องมีความรู้เรื่องค็อกเทลก่อนเดินเข้าร้าน ตรงกันข้าม ร้านเลือกวางตัวในรูปแบบ Cocktail Club ที่สามารถมานั่งพูดคุยกับเพื่อน ฟังเพลง และใช้เวลายามค่ำคืนได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับคนทำงานในวงการ นี่เป็นรายละเอียดที่สำคัญ เพราะ Cocktail Bar ที่ดีในยุคปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครใช้เทคนิคได้ซับซ้อนกว่าใคร การมีเครื่องดื่มที่ดีคือพื้นฐาน แต่ประสบการณ์ของแขกเกิดจากองค์ประกอบอีกมาก ทั้งการต้อนรับ วิธีที่บาร์เทนเดอร์พูดคุยกับแขก ดนตรี การออกแบบพื้นที่ Glassware, Garnish ไปจนถึงจังหวะของการเสิร์ฟ ทุกอย่างรวมกันเป็น Hospitality Experience หนึ่งชุด และแนวทางของ Cherry Olive ก็ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนกันยายน 2026 ร้านได้รับเลือกเป็นผู้ชนะหมวด Best New Bars in Bangkok for 2026 จาก B.A.D. Awards ของ BK Magazine ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการสร้างตัวตนในวงการบาร์กรุงเทพฯ หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน จากคนรุ่นบุกเบิก สู่คนรุ่นต่อไป หากมองภาพกว้าง Cherry Olive Cocktail Club จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นบาร์ใหม่บนถนนคอนแวนต์ มันคือพื้นที่ที่ Classic พบกับ Modern, Experience พบกับ New Generation และ Legacy พบกับ Future จากคุณปาล์ม คุณอั๋น และพี่บอย ผู้ผ่านช่วงเวลาสำคัญของการเติบโตของวงการบาร์ไทย มาจนถึงน้องเข้มในบทบาท Head Bartender ซึ่งเป็นตัวแทนของเจเนอเรชันใหม่ ภาพของคนทั้งสี่ที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันจึงสะท้อนสิ่งที่สำคัญมากในอุตสาหกรรม Hospitality นั่นคือ องค์ความรู้จะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อมันถูกส่งต่อ เพราะวงการบาร์ที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากการมีบาร์เทนเดอร์เก่งเพียงหนึ่งคน แต่เกิดจากคนรุ่นหนึ่งสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นต่อไปสามารถก้าวขึ้นมาได้ และเมื่อคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้น พวกเขาก็จะสร้างพื้นที่ให้กับคนรุ่นถัดไปเช่นเดียวกัน นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Cherry Olive มีเสน่ห์สำหรับคนในวงการเป็นพิเศษ เราสามารถมาที่นี่เพื่อดื่มค็อกเทลหนึ่งแก้ว แต่ในเวลาเดียวกัน เรากำลังนั่งอยู่ในพื้นที่ที่มีเรื่องราวหลายยุคของวงการบาร์ไทยซ้อนทับกันอยู่ สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบาร์แห่งนี้ Cherry Olive Cocktail Club ตั้งอยู่ที่ 10 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 เดินทางสะดวกจาก BTS ศาลาแดง โดยเปิดให้บริการช่วงค่ำตั้งแต่ 18.00–01.00 น. ท้ายที่สุด Cherry Olive Cocktail Club แสดงให้เห็นว่า Classic และ Modern ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกัน เช่นเดียวกับ Old Generation และ New Generation ที่ไม่จำเป็นต้องแทนที่กัน เมื่อประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนถูกส่งต่อให้ความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงค็อกเทลแก้วใหม่ แต่คือการเดินหน้าของวัฒนธรรมบาร์ทั้งวงการ Cherry และ Olive จึงอาจไม่ได้เป็นเพียง Garnish สองชนิดที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน แต่มันเปรียบเสมือนสองยุค สองแนวคิด และหลายเจเนอเรชันที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวในแก้วเดียว และสำหรับ Cherry Olive Cocktail Club เรื่องราวในแก้วนั้นเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น #รูปภาพทั้งหมดเป็นของผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !