“แอปเปิ้ล” เป็นผลไม้ที่มีติดตู้เย็นไว้เสมอ เพราะกินง่าย เก็บไว้ได้นาน และสมาชิกในครอบครัวก็ชอบกันทุกคน ดึก ๆ หิวขึ้นมา คว้าแอปเปิ้ลมากินก็อิ่มแล้ว ด้วยความรู้สึกดีต่อตัวเอง ที่กินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เรามาดูกันดีกว่าว่ามียังไงวิธีเลือกแอปเปิ้ลยังไงให้หวาน กรอบ ซึ่งการเลือกก็ไม่ยากเลย สำหรับครั้งนี้เราจะมาชวนเลือก “แอปเปิ้ลฟูจิ” ที่มีขายตามตลาด ซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป ซึ่งเรามีที่ซื้อประจำนั่นก็คือแม็คโครใกล้บ้าน ซื้อมาแบบ แพ็ค 10 ลูก ราคาประมาณ 99 บาท เฉลี่ยลูกละไม่ถึง 10 บาท เรียกว่าถ้าเลือกเป็นก็ได้ของพรีเมียมในราคาประหยัด ขั้นตอนการเลือกก็ง่ายมาก 5 วิธีเท่านั้นเอง ถ้าเราไม่ได้ซื้อ "แอปเปิ้ล" แบบที่วางเรียงให้เราเลือกหยิบได้ทีละลูกเหมือนร้านขายผลไม่ทั่วไป ก็จะแอบเลือกยากหน่อย เพราะส่วนใหญ่เขาจะจัดใส่แพ็คไว้ให้เรียบร้อย แถมมีตาข่ายโฟมห่อผลไม้เพื่อป้องกันการกระแทก ไม่ให้ผลไม้ช้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่เราจะไม่เห็นผลแอปเปิ้ลที่อยู่ด้านในทั้งหมด ดังนั้นการเลือกจึงเป็นการดูแบบคร่าว ๆ เท่านั้นเอง แต่ก็พอจะมองเห็นนั่นแหละ เพราะถุงพลาสติกที่ใส่มานั้นมักจะเป็นพลาสติกใส หยิบมาหมุนสำรวจไปรอบ ๆ ถุงได้สบาย ๆ โดยการยกถุงขึ้นมาส่องกับไฟในซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วมองลอดผ่านช่องว่างของตาข่ายโฟมเพื่อเช็กสีผิวและรอยบุบเบื้องต้น สามารถใช้นิ้วกดเบาๆ ผ่านรูตาข่ายเพื่อเช็กความแน่นของเนื้อดู แค่นี้เราก็พอจะคัดลูกที่ดูดีที่สุดในแพ็คนั้น ๆ ได้แล้ว วิธีที่ 1 เมื่อหยิบถุงใส่แอปเปิ้ลมาเลือก สิ่งแรกที่ควรทำคือเช็คไอน้ำในถุงก่อน ถ้าในถุงมีละอองน้ำหรือหยดน้ำเกาะเยอะเกินไป เป็นไปได้ว่าแอปเปิ้ลถูกวางทิ้งไว้นอกความเย็นนาน หรือเริ่มมีการคายน้ำ เนื้ออาจจะไม่กรอบเท่าที่ควร จากนั้นก็สังเกตสติกเกอร์ที่แปะหน้าถุง ซึ่งถ้าซื้อที่แม็คโครหรือซูเปอร์มาเก็ตหลาย ๆ แห่งก็มักจะมีวันที่บอก ให้เลือกวันที่ใหม่ที่สุดไว้ก่อนเสมอ วิธีที่ 2 มองลอดผ่านตาข่ายโฟมลงไปเพื่อส่องลายเส้นและสีผิว ให้เน้นมองหาลูกที่มีลายเส้นสีผสมกัน อาทิ แดง-ส้ม, เหลือง-แดง ยิ่งลายเส้นชัดและถี่เท่าไหร่ เนื้อแอปเปิ้ลจะยิ่งหวานและฉ่ำน้ำมากขึ้นเท่านั้น ตรงกันข้ามกับลูกที่สีแดงเข้มทึบหรือสีเรียบเนียนเสมอกันทั้งลูก ซึ่งบางทีอาจจะสวยแค่รูปแต่รสชาติจืดชืดกว่า และถ้าแดงคล้ำเกินไปเนื้อก็อาจจะเริ่มนิ่มไม่กรอบแล้ว วิธีที่ 3 เช็คที่ "ก้นแอปเปิ้ล" กับ "รูปร่าง" วิธีนี้คือการเช็คความสุก เราต้องเลือกแพ็คที่ก้นแอปเปิ้ลมีสีเหลืองนวลหรือเหลืองทอง แทนที่จะเป็นสีเขียวอ่อน เพราะสีเหลืองคือสัญญาณว่าแอปเปิ้ลสุกเต็มที่และมีความหวานสะสมไว้สูงแล้ว นอกจากสีที่ก้นแล้ว ควรเลือกรูปทรงที่ดูสมมาตร ไม่บิดเบี้ยว และถ้าลูกไหนมีจุดสีขาวเล็ก ๆ'กระจายตัวอยู่ทั่วผิว เหมือนลายจุดจางๆ ก็จะบ่งบอกได้ว่าเป็นแอปเปิ้ลที่มีความหวานกรอบน่ากินมาก ๆ วิธีที่ 4 ความแน่นของแอปเปิ้ล เช็คได้ไม่ยาก ลองใช้นิ้วบีบหรือกดลงไปเบา ๆ ที่ตัวลูกแอปเปิ้ลผ่านรูตาข่ายโฟม ถ้ารู้สึกว่าเนื้อ แน่นและแข็ง ไม่ยุบตามแรงกดและไม่มีส่วนไหนที่นิ่มเหลวก็เลือกซื้อได้เลย แต่ถ้ากดแล้วรู้สึกบุ๋มหรือนิ่มมือก็ควรเลี่ยง เพราะนั่นคือสัญญาณว่าแอปเปิ้ลเริ่มเก่าและเป็นทรายที่เราเรียกว่านื้อฟ่ามนั่นแหละ สังเกตเพิ่มเติมอีกนิดถ้ามีจุดเสียแม้แต่เพียงจุดเล็ก ๆ ก็ไม่ควรซื้อ วิธีที่ 5 การเช็กน้ำหนักเป็นวิธีง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้ แม้ว่าในแพ็คนั้นจะมีแอปเปิ้ลหลายลูก เราก็แค่ลองหยิบแพ็คแอปเปิ้ลที่มีขนาดไล่เลี่ยกันขึ้นมาเปรียบเทียบกันดู แพ็คไหนที่รู้สึกว่าหนักมากกว่าก็เลือกแพ็คนั้น เพราะน้ำหนักที่มากกว่าคือตัวที่บ่งบอกว่ามีความสดใหม่ของเนื้อที่ยังแน่นและมีปริมาณน้ำสะสมอยู่เยอะกว่านั่นเอง เวลากินจะได้สัมผัสเนื้อแอปเปิ้ลที่ฉ่ำน้ำและสดชื่นสุด ๆ ไปเลย การเลือกแอปเปิ้ล ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ร่างกายเราและคนในครอบครัว ดึก ๆ หิวเมื่อไหร่ แค่หยิบแอปเปิ้ลฟูจิหวานกรอบที่คัดมาอย่างดีจากตู้เย็นมากิน ก็อิ่มสบายท้องแบบไม่รู้สึกผิดแล้ว ลองเอาวิธีนี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าได้แอปเปิ้ลที่ถูกใจแน่นอน ภาพประกอบโดย ฉันท์ชมา ผู้เขียน