โอ้โห!! ป๊อบคอร์น ที่แท้เป็นแบบนี้!! "ป๊อบคอร์น" ขนมยอดฮิตที่ใครหลาย ๆ คนจะต้องรู้จัก และอาจจะมีแอบสงสัยด้วยว่าใครเป็นคนคิดค้นมันขึ้นมา รู้แค่เพียงว่าเวลาไปโรงหนังทีไรก็ไม่วายที่จะต้องเลือกรสชาติสุดโปรดที่หน้าโรงหนัง ซื้อติดไม้ติดมือเข้าไปทานด้วยทุกครั้งไป ซึ่งโรงหนัง หรือภาพยนต์นี่เอง ที่เป็นสถานที่ยอดฮิต ที่เหล่าหนุ่มสาวมักจะมีการนัดเดทกัน หรืออาจจะเป็นการนัดสังสรรค์ระหว่าง เพื่อนฝูง ญาติมิตรและครอบครัว เพื่อทำชมภาพยนตร์ร่วมกัน ดูหนังคลายเครียด และหาความบันเทิงไปพร้อมกัน ซึ่ง "ป๊อบคอร์น" มักจะเป็นอาหาร ที่มักถูกเลือกให้ใช้เป็นขนมขบเคี้ยวระหว่างดูหนัง และก็น่าแปลกที่บางครั้งหนังก็ทำให้ป๊อบคอร์นอร่อยขึ้น หรือ ป๊อบคอร์นทำให้หนังสนุกขึ้นไปซะอย่างนั้น เรามาทำความรู้จักกับป๊อบคอร์นให้มากขึ้นกันดีกว่า ว่าแท้ที่จริงแล้วใครคิดค้นมันขึ้นมา และมันมาจากไหน !? ตามมาดูพร้อม ๆ กันเลย !! ภาพจาก Pixabay สำหรับ ต้นกำเนิดของ ป๊อปคอร์น ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ที่ได้ค้นพบกับหลักฐานชิ้นสำคัญของโลกเลยทีเดียว ว่าเป็นเจ้าข้าวโพดคั่ว ในซากเมืองโบราณหลายแห่ง ซึ่งการค้นพบเหล่านี้จะบ่งบอกว่า เมื่อกว่า 5600 ปีมาแล้ว ชาวอินเดียนแดงเป็นผู้เริ่มทำข้าวโพดคั่วรับประทาน หรือเป็นต้นกำเนิดของ “ป๊อปคอร์น” นั่นเอง ล่ะ โอ้โห!! จริงหรือเนี่ย!! โดยจากการสันนิษฐานนั้นพบว่า กรรมวิธีการทำข้าวโพดคั่วในอดีตนั้น ค่อนข้างจะยุ่งยากและซับซ้อนกว่าในปัจจุบันมากทีเดียว กระทั่งปี 1885 ธุรกิจข้าวโพดคั่วเติบโตขึ้นโดยมี นายชาลส์ เครเตอร์ ได้ผลิตเครื่องคั่วข้าวโพดขึ้น และได้พัฒนา ต่อยอด จนกลายเป็นเครื่องคั่วข้าวโพดแบบไฟฟ้า ในปี 1925 เรียกได้ว่าเป็นเครื่องแรกของโลกเลยล่ะ จากนั้นเค้าก็ได้เริ่มจำหน่ายให้กับโรงหนัง ปรากฎว่าได้รับความนิยม กลายเป็นอัตลักษณ์ประจำโรงหนังไปเสียอย่างนั้น ภาพจาก Pixabay ทำไมต้อง “ป๊อปคอร์น” คู่กับโรงหนัง ? ก่อนจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมเวลาเราไปดูหนังมักจะต้องเผลอปันเงินในกระเป๋าไปซื้อป๊อปคอร์นเข้าไปนั่งเคี้ยวเพลิน ๆ ในโรงหนังด้วยนั้น ต้องขอเท้าความไปถึง ยุค 1929 เศรษฐกิจของอเมริกาตกต่ำ ข้าวโพดคั่วสามารถหาซื้อได้ง่ายในราคาถูก และก็ได้ขยับขยายมาวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต สวนสนุก สวนสาธารณะจนลามเข้าไปถึงหน้าโรงหน้าในที่สุด และแม้จะมีธุรกิจใด ๆ ได้ล้มละลายไป แต่ข้าวโพดคั่วกลับสวนกระแสขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแทนเรื่อยมาจนถึงยุค 1930 ซึ่งกลับมาเป็นยุคทองของวงการโรงหนังในอเมริกา ป๊อปคอร์นก็ยังคงความเป็นที่นิยมในฐานะขนมกินเล่นในโรงหนังอยู่เช่นเดิมจากความนิยมที่กล่าวในข้างต้นนั้นเอง ทำให้เจ้าของธุรกิจโรงหนังต่างเล็งเห็นกำไรที่ได้มาจากการจำหน่ายป๊อปคอร์น จากนั้นเหล่าเจ้าของธุรกิจทั้งหลายล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญในการโปรโมต “ป๊อปคอร์น” ไม่ต่างกับการโปรโมตหนังเรื่องใหม่ ๆ เลยทีเดียว ภาพจาก Freepik โดยสามารถสังเกตได้จากรสชาติของป๊อปคอร์น ที่แต่เดิมเป็นเพียงข้าวโพดคั่วเกลือก็ได้เปลี่ยนมาเป็นรสคาราเมล รสบาร์บีคิว รสชีส และรสชาติอื่น ๆ ตามแต่กระแสของช่วงเวลานั้น ๆ ยังไม่พอกับเหล่าเซ็ตสะสมจากหนังดังเรื่องต่าง ๆ ที่ขยันออกคอลเลคชั้นมาให้เหล่าคอหนังได้สะสมกันอีกด้วย แม้ว่า “ป๊อปคอร์น” บนโรงหนังจะมีราคาค่อนข้างแรงแทบเท่าการซื้อตั๋วเข้าชมหนัง แต่มันก็เปรียบเสมือนธุรกิจที่พึ่งพากัน เพราะหากไม่มีกำไรจากป๊อปคอร์นแล้วค่าตั๋วหนังอาจจะแพงขึ้นก็ได้ ดังนั้นเมื่อคุณเลือกจะไปดูหนังเรื่องโปรดซักเรื่องก็อย่าลืมเลือกป๊อปคอร์นรสโปรดเข้าไปเคี้ยวเพลิน ๆ ระหว่างดูหนังกันด้วยนะคะ ภาพจาก Freepik ที่มา https://mgronline.com/travel/detail/9570000020253