หากพูดถึงร้านราเมงในกรุงเทพฯ ที่คนรักอาหารญี่ปุ่นควรหาโอกาสไปลองสักครั้ง ชื่อของ “Shugetsu Ramen” น่าจะเป็นหนึ่งในร้านที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบ Tsukemen หรือราเมงแบบแยกเส้นและน้ำซุป เพราะนี่คือเมนูที่สร้างชื่อให้กับ Shugetsu จนเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ และเมื่อได้มีโอกาสไปลองด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เส้นราเมง น้ำซุป ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ในแต่ละองค์ประกอบ รสชาติค่อนข้างชัด มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากราเมงทั่วไปที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าถ้าเป็นสายราเมงหรือชอบอาหารญี่ปุ่นรสชาติเข้มข้น ร้านนี้มีอะไรให้ค้นหาอยู่ไม่น้อย Shugetsu มีต้นกำเนิดจากจังหวัดเอฮิเมะ บนเกาะชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขยายชื่อเสียงออกไปยังหลายพื้นที่ รวมถึงฮ่องกง ซึ่งเป็นสาขาที่ทำให้ชื่อของ Shugetsu เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้น จากการได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ในกลุ่ม Bib Gourmand ต่อเนื่องหลายปี ก่อนที่ร้านจะเดินทางมาเปิดในประเทศไทยที่กรุงเทพฯ โดยยังคงนำเอกลักษณ์สำคัญของต้นตำรับมาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นราเมงที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ น้ำซุปสูตรเฉพาะ และโชยุที่ผ่านกระบวนการหมักยาวนานถึง 18 เดือน ทำให้รสชาติที่ได้มีทั้งความเข้มข้น ความหอม และมิติที่แตกต่างจากราเมงในแบบทั่วไป ร้าน Shugetsu Ramen ในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ภายในโครงการ The 49 Terrace ซอยสุขุมวิท 49 ย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดี ตัวร้านให้บรรยากาศเรียบง่าย สบาย ๆ ในแบบร้านราเมงญี่ปุ่น ไม่ได้เน้นการตกแต่งที่หวือหวาจนเกินไป แต่ให้ความสำคัญกับอาหารและประสบการณ์การรับประทานเป็นหลัก บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเป็นกันเอง เหมาะทั้งสำหรับการมาทานคนเดียว มื้อกลางวันกับเพื่อน หรือมื้อสบาย ๆ กับครอบครัว เมื่ออาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ความสนใจก็แทบทั้งหมดถูกดึงไปอยู่ที่ชามราเมงตรงหน้า โดยเฉพาะเมนู Signature อย่าง Shugetsu Tsukemen ความแตกต่างของ Tsukemen กับราเมงทั่วไปอยู่ที่วิธีการเสิร์ฟ เพราะเส้นและน้ำซุปจะถูกแยกออกจากกัน แทนที่จะนำเส้นลงไปอยู่ในชามน้ำซุปตั้งแต่แรก วิธีรับประทานคือคีบเส้นขึ้นมาปริมาณพอดีคำ แล้วนำไปจุ่มลงในน้ำซุปเข้มข้นก่อนรับประทาน วิธีนี้ทำให้เราสัมผัสได้ถึงคุณภาพและ Texture ของเส้นอย่างชัดเจนมากขึ้น และสำหรับ Shugetsu ต้องบอกเลยว่า “เส้น” คือหนึ่งในพระเอกสำคัญของมื้อนี้อย่างแท้จริง เส้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีความเหนียวนุ่ม หนึบ และเด้งกำลังดี เมื่อเคี้ยวจะรู้สึกถึงเนื้อสัมผัสของเส้นอย่างชัดเจน ไม่เละหรืออ่อนจนเสียบุคลิก และยิ่งนำไปจุ่มกับน้ำซุปเข้มข้น ก็ยิ่งช่วยให้รสชาติของทั้งสององค์ประกอบทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งความน่าสนใจคือผู้รับประทานสามารถเลือกปริมาณเส้นให้เหมาะกับความต้องการได้ ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้ร้านตอบโจทย์ได้ตั้งแต่คนที่อยากลองแบบเบา ๆ ไปจนถึงสายราเมงที่ต้องการจัดเต็ม ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นว่า Shugetsu ให้ความสำคัญกับเส้นมากเพียงใด เพราะเส้นไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงส่วนประกอบสำหรับรองรับน้ำซุป แต่เป็นองค์ประกอบที่มีบุคลิกและรสสัมผัสของตัวเอง ส่วนหัวใจอีกด้านของ Shugetsu Tsukemen คือ “น้ำซุป” ที่มีรสชาติเข้มข้นและค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่คำแรก น้ำซุปของร้านมีมิติของรสเค็ม เปรี้ยว หวาน และความอูมามิจากปลาแห้งผสมผสานกันอยู่ โดยมีโชยุเป็นองค์ประกอบสำคัญ รสชาติไม่ได้เดินไปในทางนุ่มนวลหรือเบาบาง แต่ค่อนข้างจัดและมี Character เป็นของตัวเอง จึงควรใช้วิธีจุ่มเส้นลงในซุปในปริมาณที่พอดี แทนที่จะนำเส้นแช่ลงไปทั้งหมดเหมือนราเมงทั่วไป เมื่อรับประทานอย่างถูกวิธี ความเข้มของน้ำซุปจะเคลือบอยู่บนผิวเส้นในปริมาณกำลังดี ทำให้ได้ทั้งความหอม ความเค็ม ความเปรี้ยว และอูมามิพร้อมกับความหนึบของเส้นในคำเดียว สิ่งที่ผมชอบคือรสชาติของ Shugetsu ไม่ได้พยายามทำให้เป็นราเมงที่เข้าใจง่ายจนสูญเสียเอกลักษณ์ แต่กลับมีบุคลิกที่ค่อนข้างชัด น้ำซุปมีความเข้ม มีรสเปรี้ยวแทรกขึ้นมาช่วยตัดความเค็มและความมัน ทำให้แต่ละคำมีความสดขึ้น และช่วยให้สามารถรับประทานต่อได้เรื่อย ๆ ยิ่งเมื่อรวมกับกลิ่นและรสของปลาแห้ง รวมถึงโชยุที่ผ่านการหมักมาอย่างยาวนาน ก็ยิ่งสร้างความลึกของรสชาติที่ทำให้ Tsukemen ชามนี้แตกต่างออกไป นอกจากเส้นและน้ำซุปแล้ว เครื่องที่เสิร์ฟมาด้วยก็มีส่วนช่วยให้จานสมบูรณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมูชาชูที่ให้ทั้งความนุ่มและความหอม รวมถึงไข่ต้มปรุงรสที่เข้ากันได้ดีกับเส้นและน้ำซุป การสลับรับประทานระหว่างเส้น ชาชู ไข่ และน้ำซุปทำให้มื้อนี้ไม่รู้สึกจำเจ และยิ่งรับประทานก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน สำหรับคนที่ไม่เคยรับประทาน Tsukemen มาก่อน อาจรู้สึกแปลกเล็กน้อยในช่วงแรก เพราะน้ำซุปมีความเข้มข้นกว่าราเมงทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำซุปของ Tsukemen ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ “จุ่ม” เส้น ไม่ใช่สำหรับซดในปริมาณมากตั้งแต่ต้น เมื่อเข้าใจวิธีรับประทานแล้วจะเริ่มเห็นเสน่ห์ของเมนูนี้ทันที เพราะเราสามารถควบคุมปริมาณน้ำซุปในแต่ละคำได้ด้วยตัวเอง อยากได้รสเบาก็จุ่มเพียงเล็กน้อย หรือถ้าชอบรสจัดก็สามารถจุ่มเพิ่มขึ้นได้ นอกจาก Signature Tsukemen แล้ว Shugetsu ยังมีเมนูอื่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสำรวจโลกของราเมงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Shoyu Ramen ที่มาในรูปแบบราเมงน้ำซุปปลาและโชยุ เสิร์ฟพร้อมหมูชาชูและไข่ต้มปรุงรส หรือ Abura Soba ราเมงแห้งที่ใช้โชยุสูตรเฉพาะ น้ำมันหอยเชลล์ และผงปลาเข้ามาสร้างรสชาติ เหมาะกับคนที่ชอบราเมงแบบไม่มีน้ำซุปแต่ยังต้องการความเข้มข้นและอูมามิเต็ม ๆ ขณะที่เมนูทานเล่นอย่าง Karaage และ Gyoza ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับสั่งมาแชร์ระหว่างรอราเมงจานหลัก อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Shugetsu น่าสนใจคือเบื้องหลังของวัตถุดิบและวิธีคิดในการทำอาหาร ร้านให้ความสำคัญกับเส้นอย่างมาก โดยข้อมูลเกี่ยวกับร้านระบุว่าใช้เส้นทำสดและมีการนำวัตถุดิบบางส่วนจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ ขณะที่โชยุซึ่งเป็นหัวใจของรสชาติก็ผ่านการหมักเป็นเวลานานถึง 18 เดือน รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่ออ่านอยู่บนเมนู แต่เมื่อได้ลองจริงจะเข้าใจว่าทำไมรสชาติของน้ำซุปจึงมีความลึก และทำไมเส้นจึงสามารถยืนเป็นพระเอกของจานได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องจำนวนมาก ชื่อเสียงด้าน Michelin ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนรู้จัก Shugetsu แต่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า การได้รับการยอมรับจาก Michelin Guide ที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์นั้นเกิดขึ้นกับสาขาฮ่องกง ซึ่งได้รับการแนะนำในหมวด Bib Gourmand ต่อเนื่องหลายปี ก่อนที่ชื่อเสียงของร้านจะขยายไปสู่ประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงคำว่า Michelin เท่านั้น แต่คือการได้ลองอาหารจากร้านที่มีพื้นฐานและมาตรฐานซึ่งเคยได้รับการยอมรับจากคู่มืออาหารระดับโลก และยังคงรักษา Signature อย่าง Tsukemen เอาไว้เป็นหัวใจสำคัญของร้าน หลังจากได้มาลองด้วยตัวเอง สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดจึงไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือรางวัล แต่เป็นความชัดเจนของรสชาติ ทุกองค์ประกอบรู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่อะไร เส้นมีความหนึบและมีตัวตน น้ำซุปมีความเข้มและมีเอกลักษณ์ ชาชูช่วยเติมความมันและความหอม ขณะที่รสเปรี้ยวบางส่วนในน้ำซุปช่วยตัดความหนัก ทำให้ภาพรวมออกมามีความน่าสนใจ เป็นราเมงที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อยแบบตรงไปตรงมา แต่ยังทำให้เราอยากค่อย ๆ ชิมและทำความเข้าใจกับรสชาติไปทีละคำ ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบราเมงอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Tsukemen ร้าน Shugetsu Ramen เป็นอีกหนึ่งพิกัดในกรุงเทพฯ ที่น่าหาโอกาสมาลอง ส่วนคนที่ยังไม่เคยรับประทาน Tsukemen มาก่อน ที่นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะจะได้สัมผัสทั้งวิธีการรับประทานที่แตกต่าง เส้นที่มี Texture ชัดเจน และน้ำซุปรสเข้มที่แสดงให้เห็นว่าโลกของราเมงยังมีรายละเอียดมากกว่าราเมงน้ำซุปแบบที่เราคุ้นเคย โดยรวมจากประสบการณ์ที่ได้ไปลองครั้งนี้ ต้องบอกว่า Shugetsu Ramen ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมร้านจึงสามารถสร้างชื่อจากญี่ปุ่นไปถึงฮ่องกงและกลายเป็นที่รู้จักในหมู่คนรักราเมง จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่คือการนำเส้น น้ำซุป โชยุ ชาชู และเครื่องต่าง ๆ มารวมกันอย่างมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ Shugetsu Tsukemen ที่ถือเป็นเมนูซึ่งสะท้อนตัวตนของร้านได้ดีที่สุด สำหรับผมแล้วนี่เป็นอีกหนึ่งมื้อที่เรียกได้ว่า “อย่างเด็ด” ทั้งในเรื่องของรสชาติและประสบการณ์ และเป็นร้านที่คนรักราเมงควรจดชื่อไว้ในลิสต์อย่างแน่นอน Shugetsu Ramen ตั้งอยู่ที่ The 49 Terrace ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันวันจันทร์–ศุกร์เปิดให้บริการช่วง 11.30–15.00 น. และ 18.00–22.00 น. ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์เปิด 11.00–22.00 น. โทร. 097-115-5157 ทั้งนี้เวลาเปิดให้บริการอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบกับทางร้านอีกครั้งก่อนเดินทาง โดยเฉพาะใครที่กำลังมองหาร้านราเมงในย่านสุขุมวิท หรืออยากสัมผัส Tsukemen ที่มีรากฐานจากญี่ปุ่นและมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับ Michelin Guide ร้าน Shugetsu Ramen ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าแวะมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง #รูปภาพทั้งหมดเป็นของผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !