ท่ามกลางความคึกคักของย่านสุขุมวิทที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายสไตล์ มีร้านหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่ของรสชาติ บรรยากาศ และการนำเสนอที่มีความร่วมสมัย ร้านแห่งนี้คือ “La Galette” ร้านอาหารสไตล์ Modern French Bistro ที่ตั้งอยู่ภายใน RQ หรือ The Racquet Club บริเวณสุขุมวิท 49 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนรักอาหารฝรั่งเศส ตั้งแต่มื้อเช้า Brunch มื้อกลางวัน ไปจนถึง Dinner รวมถึงกาแฟ เบเกอรี และของหวานที่สามารถแวะมารับประทานได้ตลอดทั้งวัน La Galette ให้ความรู้สึกแตกต่างตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการออกแบบร้านที่นำบรรยากาศแบบ French Bistro มาตีความใหม่ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ตัวร้านมีพื้นที่สองชั้น ใช้องค์ประกอบของไม้และโทนสีที่ช่วยสร้างความอบอุ่น ผสมกับรายละเอียดการตกแต่งที่มีสีสัน ทำให้บรรยากาศไม่ดูเป็นทางการจนเกินไป แม้จะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสก็ตาม ความรู้สึกโดยรวมจึงเหมาะทั้งสำหรับการมานั่งรับประทานอาหารแบบจริงจัง นัดพบเพื่อน พาครอบครัวมารับประทานอาหาร หรือจะแวะมานั่งจิบกาแฟพร้อมเบเกอรีในช่วงสายหรือบ่ายก็ลงตัวเช่นกัน อีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของ La Galette คือแนวคิดในการทำอาหารที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำเสนออาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม แต่เลือกหยิบพื้นฐานของ French Cuisine มาปรับรายละเอียดและเพิ่มลูกเล่นใหม่ ๆ เข้าไป ทำให้หลายเมนูยังคงมีกลิ่นอายของความคลาสสิก ขณะเดียวกันก็มีรสชาติหรือองค์ประกอบบางอย่างที่สร้างความประหลาดใจ โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบหรือรสชาติที่คนเอเชียคุ้นเคยมาผสมผสานกับเทคนิคและโครงสร้างของอาหารฝรั่งเศส เมนูของร้านค่อนข้างหลากหลาย เริ่มได้ตั้งแต่อาหารเช้าและ Brunch ไปจนถึงอาหารจานหลัก โดยในช่วงเช้าสามารถเลือกอาหารในสไตล์คลาสสิกอย่าง Breakfast Platter, Omelette หรือ Croque Madame รวมถึงเมนูที่ใช้ครัวซองต์เป็นองค์ประกอบ ขณะที่สายเบเกอรีก็มีทั้ง Croissant, Tart และขนมอบต่าง ๆ ให้เลือก เหมาะกับการจับคู่กับกาแฟสำหรับมื้อเช้าแบบง่าย ๆ หรือ Afternoon Break ในวันที่ต้องการพักจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ เมื่อเข้าสู่เมนูอาหารคาว จะเริ่มเห็นบุคลิกของ La Galette ชัดเจนมากขึ้น หนึ่งในเมนูที่สะท้อนแนวคิดของร้านได้ดีคือ Citrus Scallop Crudo ซึ่งใช้หอยเชลล์ฮอกไกโดมานำเสนอคู่กับรสชาติของ Citrus และ Olive Oil เป็นจานเริ่มต้นที่เน้นความสดและความสะอาดของรสชาติ ความหวานตามธรรมชาติของหอยเชลล์ทำงานร่วมกับความเปรี้ยวสดชื่นของ Citrus ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารก่อนเข้าสู่จานที่มีรสชาติเข้มข้นขึ้น เป็นตัวอย่างของอาหารที่องค์ประกอบดูไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยคุณภาพวัตถุดิบและความแม่นยำในการปรุงเป็นสำคัญ อีกเมนูที่น่าสนใจคือ Chicken Cordon Bleu หนึ่งในอาหารคลาสสิกที่หลายคนอาจคุ้นเคย แต่ La Galette เพิ่มรายละเอียดให้จานมีเอกลักษณ์มากขึ้น ตัวไก่สอดไส้แฮมและชีส ก่อนนำไปชุบแป้งและทอดจนด้านนอกมีความกรอบ ขณะที่เนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟกับซอสครีมที่ช่วยเสริมความละมุน และมี Chilli Oil เข้ามาเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งเพื่อช่วยตัดความมันและเพิ่มมิติของรสชาติ นับเป็นการเชื่อมระหว่างอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกกับรสชาติที่ผู้รับประทานชาวเอเชียสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารที่มีความสร้างสรรค์มากขึ้น Duck Breast “Ispahan” ถือเป็นหนึ่งในจานที่น่าสนใจ เพราะคำว่า Ispahan ในโลกของขนมฝรั่งเศสมักเชื่อมโยงกับการผสมผสานระหว่าง Raspberry, Rose และ Lychee ซึ่งให้ทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้ ความหวานหอมของผลไม้ และความเปรี้ยวที่ช่วยสร้างความสดชื่น แต่ที่ La Galette แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงของหวาน เพราะถูกนำมาตีความใหม่ร่วมกับอกเป็ด กลายเป็นอาหารคาวที่มีทั้งความเข้มข้นของเนื้อเป็ดและกลิ่นรสของผลไม้กับดอกไม้ เป็นการนำเส้นแบ่งระหว่างอาหารคาวและหวานมาเล่นได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีอาหารฝรั่งเศสในแนว Comfort Food อย่าง Beef Cheek Bourguignon ซึ่งนำแก้มวัวมาตุ๋นจนมีเนื้อสัมผัสนุ่ม เป็นอาหารที่สะท้อนเสน่ห์ของการปรุงแบบฝรั่งเศสได้ดี เพราะความอร่อยไม่ได้เกิดจากการตกแต่งที่ซับซ้อน แต่เกิดจากเวลา การควบคุมความร้อน และการสร้างรสชาติให้ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในเนื้อ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากรับประทานอาหารฝรั่งเศสที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเต็มมื้อมากขึ้น แต่หากพูดถึงหนึ่งในเมนูที่กลายเป็นภาพจำของ La Galette ชื่อของ “Ispahan French Toast” คงเป็นเมนูที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการนำ French Toast มาสร้างบุคลิกใหม่ผ่านแนวคิด Ispahan โดยใช้ Brioche เนื้อนุ่มเป็นหัวใจสำคัญ ผ่านการปรุงจนด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ ขณะที่ด้านนอกมีสัมผัสและกลิ่นหอมจากการปรุงด้วยเนย ก่อนจับคู่กับ Raspberry, Lychee และกลิ่น Rose ซึ่งช่วยทำให้ของหวานจานนี้มีทั้งความหอม ความหวาน ความเปรี้ยว และความสดชื่นในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Ispahan French Toast ไม่ได้ให้ความรู้สึกหวานหนักเพียงอย่างเดียว เพราะ Raspberry ช่วยสร้างความเปรี้ยว ขณะที่ Lychee ให้ความหวานหอมแบบผลไม้ และ Rose ช่วยเติมมิติของกลิ่น เมื่อรวมกับ Brioche และองค์ประกอบเย็นอย่าง Raspberry Sorbet จึงเกิดความแตกต่างทั้งด้านอุณหภูมิและเนื้อสัมผัส เป็นของหวานที่สามารถรับประทานปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสดชื่น หรือจะตั้งใจมาที่ร้านเพื่อรับประทาน French Toast คู่กับกาแฟโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน นอกจากอาหารแล้ว ส่วนของ Bakery ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยให้ La Galette มีความเป็น All-Day Dining อย่างสมบูรณ์ เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาที่นี่เพื่อรับประทานอาหารเต็มมื้อเสมอไป การแวะเข้ามาเลือก Croissant หรือขนมอบสักชิ้น จับคู่กับกาแฟ แล้วใช้เวลานั่งพักภายในร้าน ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่เข้ากับบรรยากาศของร้านได้ดี ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ La Galette สามารถเปลี่ยนบุคลิกไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่ร้านอาหารเช้าในตอนเช้า คาเฟ่ในช่วงบ่าย ไปจนถึง French Bistro สำหรับมื้อเย็น ในด้านทำเล La Galette ตั้งอยู่ที่ 165 RQ บริเวณซอยสุขุมวิท 49/11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ภายในโครงการ The Racquet Club หรือ RQ49 จึงเดินทางได้ค่อนข้างสะดวกสำหรับผู้ที่อยู่ในย่านสุขุมวิท พร้อมพื้นที่จอดรถภายในโครงการ ตัวร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00–21.30 น. ทำให้สามารถเลือกมาได้ตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำ โดยเฉพาะวันหยุดที่อยากหาร้านสำหรับ Brunch แบบสบาย ๆ ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับบรรยากาศของร้านไม่น้อย ภาพรวมของ La Galette จึงไม่ได้มีเสน่ห์เพียงเพราะคำว่า “อาหารฝรั่งเศส” แต่เป็นการนำวัฒนธรรมการกินแบบ French Bistro มาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีทั้งอาหารที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและเมนูที่กล้าสร้างความแตกต่าง ขณะเดียวกันบรรยากาศของร้านก็ไม่ได้สร้างระยะห่างระหว่างอาหารฝรั่งเศสกับผู้รับประทานมากจนเกินไป สำหรับคนที่ชื่นชอบการสำรวจรสชาติใหม่ ๆ จุดที่น่าสนใจของร้านคือการได้เห็นว่าองค์ประกอบอย่าง Rose, Raspberry และ Lychee สามารถเดินทางจากโลกของ Patisserie ไปสู่อาหารคาวอย่าง Duck Breast ได้อย่างไร หรือ Chilli Oil สามารถเข้ามาเพิ่มชีวิตให้กับอาหารคลาสสิกอย่าง Chicken Cordon Bleu ได้อย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ทำให้แต่ละจานไม่ได้มีเพียงความอร่อย แต่ยังมีเรื่องราวและแนวคิดให้ค้นหาตลอดมื้ออาหาร La Galette จึงเป็นอีกหนึ่งร้านในย่านสุขุมวิทที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาอาหารฝรั่งเศสในบรรยากาศที่ร่วมสมัยและเป็นกันเอง ไม่ว่าจะมาเพื่อมื้อเช้า Brunch มื้อกลางวัน Dinner หรือเพียงกาแฟกับขนมอบสักชิ้น ร้านสามารถตอบโจทย์ได้ในหลายช่วงเวลา และหากเป็นการมาเยือนครั้งแรก การเหลือพื้นที่สำหรับของหวานอย่าง Ispahan French Toast ก็น่าจะช่วยปิดท้ายประสบการณ์ที่ La Galette ได้อย่างสมบูรณ์แบบ #รูปภาพทั้งหมดเป็นของผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !