ถ้าพูดถึงผลไม้ภาคใต้ คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก? ทุเรียน มังคุด เงาะ หรือลองกอง… ผลไม้เหล่านี้อาจเป็นของคุ้นเคยที่เราเห็นตามตลาดอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าลองมองให้ลึกลงไปอีกนิด จะพบว่าผลไม้แต่ละชนิดมีเรื่องราวของตัวเองซ่อนอยู่ บางชนิดเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่หาได้จากพื้นที่เฉพาะ บางชนิดกลายเป็นของกินขึ้นชื่อที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก และบางชนิดก็มีวิธีกินหรือการแปรรูปที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน และนี่คือ 5 ผลไม้ภาคใต้ที่อยากชวนให้ลองทำความรู้จักสักครั้ง เริ่มจากผลไม้ชนิดหนึ่งที่หน้าตาเหมือนขนุน แต่ถ้าเดินเข้าไปถามแม่ค้าว่า “ขนุนเท่าไหร่ครับ?” อาจได้คำตอบที่ทำให้คุณต้องหันกลับมามองอีกครั้ง เพราะสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ขนุน แต่คือ จำปาดะ ผลไม้พื้นถิ่นของภาคใต้ที่มีเปลือกเป็นปุ่มหนาม เนื้อสีเหลืองทอง และกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว มีขนาดเล็กกว่า แต่เนื้อสัมผัสนุ่มเหนียวกว่าขนุนอย่างชัดเจน สตูล คือหนึ่งในพื้นที่ที่จำปาดะกลายเป็นผลไม้อัตลักษณ์ของท้องถิ่น มีสายพันธุ์อย่าง “ขวัญสตูล” ที่มีเนื้อสีเหลืองทองและเนื้อแน่นเป็นเอกลักษณ์ ฤดูจำปาดะของสตูลโดยทั่วไปอยู่ประมาณ พฤษภาคม-สิงหาคม แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศของแต่ละปี และสตูลยังมี “สวนจำปาดะกะแหม” ที่มีต้นจำปาดะพื้นเมืองอายุกว่า 200 ปี และมีภูมิปัญญาการทำ “โคระ” และถ้าอยากรู้ว่าคืออะไรและทำยังไง คงต้องหาโอกาสลองไปเที่ยวสตูล และชิมจำปาดะอายุเก่าแก่สักครัง จังหวัดพังงา ก็มีจำปาดะที่คนท้องถื่นพูดถึงกันบ่อยเหมือนกัน นั่นคือ “ทองตาปาน” จำปาดะพื้นถิ่นจากอำเภอกะปง ผลใหญ่ เนื้อสีทอง หวานจัด และมีกลิ่นหอมละมุน และสำหรับคนใต้ จำปาดะไม่ได้มีไว้กินสดเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อเอาเนื้อไปชุบแป้งแล้วทอดลงในน้ำมันร้อนๆ ความหอมหวานของผลไม้จะเปลี่ยนไปเป็นของว่างกรอบๆ ด้านนอก แต่นุ่มหวานอยู่ด้านใน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมจำปาดะถึงเป็นผลไม้ที่คนไม่คุ้นเคยควรลองสักครั้ง เพราะมันไม่ได้มีรสชาติแบบผลไม้ทั่วไป และยิ่งไม่ได้มีวิธีกินเพียงแบบเดียว ผลไม้แนะนำต่อไปคือ “มังคุดเขาคีรีวง” ช่วงเดือนกรกฎาคม เมื่อฝนเริ่มโปรยลงมาบนภูเขา ผลมังคุดก็เริ่มเปลี่ยนสีอยู่ตามสวนของคีรีวง มังคุดเขาคีรีวงมีเอกลักษณ์จากสภาพพื้นที่ที่ปลูกบนภูเขาและสวนที่มีร่มเงาของพืชชนิดอื่น ผลมีผิวมัน เปลือกค่อนข้างหนา และมีรสเปรี้ยวอมหวานเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้าไปถึงนครศรีธรรมราชแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่ามังคุดต้องกินตอนสุกสีม่วงเข้มเท่านั้น เพราะที่นี่มีอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ “มังคุดคัด” — มังคุดแก่ที่ยังไม่สุก นำมาปอกเปลือกแล้วเสียบไม้กิน กลายเป็นของว่างที่มีทั้งความกรอบ ความหวาน และรสเปรี้ยวเล็กๆ ผลไม้ที่เรามักรอให้สุก กลับถูกหยิบมากินในวันที่ยังไม่สุกเสียอย่างนั้น ใครที่ได้แวะไปนครศรีธรรมราช อย่าลืมแวะทานมังคุดคัดที่ไม่เหมือนใครกันด้วยนะ ผลไม้ต่อไป โด่งดังและหากินได้ง่ายมากในพื้นที่ภาคใต้เพราะเอื้อต่อการปลูก นั่นคือ “ลองกอง” เป็นผลไม้ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อน เปลือกบางสีเหลืองนวล เพียงแกะออกก็เจอเนื้อใส ๆ เรียงกันเป็นพู แต่ความพิเศษอยู่ตรงความหวานหอมที่ค่อย ๆ กระจายออกมา และถ้าเป็น “ลองกองตันหยงมัส” จากนราธิวาส มีความพิเศษยิ่งกว่านั้นอีก คือ มีเนื้อที่ค่อนข้างแห้งกว่าลองกองจากพื้นที่อื่น มีเมล็ดน้อย หรือบางผลแทบไม่มีเมล็ดเลย แถมเปลือกยังไม่มียาง ล่อนออกจากเนื้อได้ง่าย เวลากินไม่ต้องคอยระวังยางติดมือ จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกลองกองที่กว้างขวางมาก เนื่องด้วยมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าและภูเขา อีกทั้งยังมีสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง มีฝนตุกตลอดทั้งปี รวมถึงมีดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุสูงมาก ทำให้ลองกองที่ปลูกมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้ถ้าใครอยากลองกินลองกองสดๆ รสชาติหวานอร่อย ให้มาเที่ยวนราธิวาสในช่วงต้นฤดูฝนปลายๆ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน รสชาติที่อาจทำให้คุณติดใจและหลงรักในภาคใต้แน่นอน จากต้นเงาะที่นำมาปลูกบริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งในบ้านนาสาร กลับกลายเป็นชื่อที่คนใต้พูดติดปากว่า “เงาะโรงเรียน” เพราะรสชาติที่หวาน มีเนื้อกรอบ และล่อนออกจากเมล็ดได้ง่าย ทำให้สาวกที่ชื่นชอบการกินเงาะ แต่ไม่ชอบเงาะติดเปลือกเมล็ดเป็นต้องชอบ เมื่อฤดูเงาะมาถึง ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน บ้านนาสารไม่ได้มีเพียงช่อเงาะสีแดงเต็มสวน แต่ยังมีการนำผลไม้ประจำถิ่นมาต่อยอดเป็นอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือชาเงาะ เครื่องดื่มที่หยิบความหวานหอมของเงาะมาผสมกับรสเข้มของชา กลายเป็นรสชาติที่ให้ความรู้สึกเป็น “เมืองเงาะ” ในรูปแบบใหม่ที่อยากให้ทุกคนได้ไปลองกินกัน ทุกคนอาจคิดว่าทุเรียนผลไม้ที่ปลูกกันตามภาคตะวันออก แต่จะมีสักคนที่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ “ทุเรียนสาลิกา” —ของดีของอำเภอกะปง จังหวัดพังงา เป็นทุเรียนลูกเล็กที่ต้องเดินทางเข้าไปนั่งกินใต้ต้นในสวนถึงถิ่น ทุเรียนสาริกาเป็นทุเรียนลูกค่อนข้างเล็ก รูปทรงค่อนข้างกลม เปลือกบาง และหนามสั้นและถี่ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าขนาดคือเนื้อด้านใน ที่แกะออกมาหนา ละเอียด มีสีเหลืองเข้ม และเมล็ดมีขนาดเล็ก พูดง่าย ๆ คือ ลูกไม่ใหญ่ แต่เปิดออกมาแล้วเนื้อแน่นกว่าที่หน้าตาบอก อีกทั้งยังมีกลิ่นที่หอมแบบทุเรียน แต่ไม่ถึงกับฉุนและรุนแรงเกินไป คนท้องถิ่นเปรียบเปรยความอร่อย คล้ายกับจะงอยปากของนกสาลิกา จึงทำให้เกิดชื่อทุเรียนที่เป็นเอกลักษณ์ของคนพังงา ภาคใต้ยังมีผลไม้อีกมากมายที่รอให้เราได้รู้จัก และบางทีผลไม้ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ อาจกลายเป็นรสชาติที่จำได้ไปอีกนาน แล้วคุณล่ะ เคยลองผลไม้ภาคใต้ชนิดไหนที่ทำให้ประหลาดใจที่สุด หรือมีผลไม้ที่เป็นแรร์ไอเทมประจำถิ่นของตัวเองที่อยากแชร์เรื่องเล่าบ้างไหม หรือมีผลไม้แปรรูปแบไหนที่น่าลอง ร่วมกันแชร์ไอเดียร์ล่างคอมเม้นต์ได้เลย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !