จากการตกแต่งร้านที่เหมือนกับร้านอาหารหรู ๆ มีเมนูอาหารที่หลากหลาย และการดูแลคุณภาพจากเชฟและอาจารย์ที่มากด้วยประสบการณ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนร้านอาหารดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด และหลังจากบริการและลิ้มลองรสชาติก็ทำให้คุณลืมไปเลยว่า Chef's Kitchen มันเป็นศูนย์ฝึกภาคปฏิบัติงานของนักศึกษาเลยทีเดียว Chef's Kitchen ร้านอาหารภายใต้การบริหารของคณะการจัดการธุรกิจอาหารในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ PIM อันเป็นสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติงานของนักศึกษา ตั้งแต่การจัดการร้าน การบริหารธุรกิจร้าน การบริการ และการฝึกงานครัว อันเป็นสถานที่จำลองการปฏิบัติงานของนักศึกษาก่อนที่จะพัฒนาสู่การจัดการธุรกิจและการสร้างอาชีพในอนาคต แน่นอนว่า Chef's Kitchen แห่งนี้เปิดให้บริการทั้งคณะครูบาอาจารย์ นักศึกษา ไปจนถึงลูกค้าภายนอกได้มาอุดหนุนกัน ซึ่งผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่จะได้มาลิ้มลองรสชาติของอาหาร บรรยากาศภายในร้านอาหาร และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานในสถานการณ์จริง ๆ พบลูกค้าจริง ๆ และเสนอความเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือปรับปรุงกัน ซึ่งการเสนอความเห็นหรือคอมเมนต์ที่มีประโยชน์เปรียบเสมือนเป็นสิ่งล้ำค่าของการพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น อืม เริ่มหิวแล้วล่ะ งั้น เข้าไปลุยกัน... บรรยากาศแรกพบที่น่าประทับใจ... ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan แม้จะเป็นสถานที่การฝึกปฏิบัติงาน แต่จากการได้สัมผัสภายในนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนภัตตาคารสไตล์ตะวันตกที่มีความกว้างขวาง หรูหรา สะอาดตา ประกอบกับมีโต๊ะหลากหลายรูปแบบตั้งแต่โต๊ะริมหน้าต่างบรรยากาศชิว ๆ , โต๊ะกลมที่มอบความเหนือระดับ, โต๊ะโซฟาสำหรับครอบครัว และโต๊ะแบบแปรผันที่สามารถรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ จุดเด่นที่สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดีก็คือมีการแบ่งโซนระหว่างห้องครัวใหญ่ ที่กั้นด้วยกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการของนักศึกษาที่จะมาทำอาหารกันสด ๆ ภายใต้การดูแลโดยอาจารย์และเชฟมืออาชีพ ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan จุดเด่นอย่างหนึ่งของร้าน Chef's Kitchen เป็นร้านอาหารที่บริการหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 21.00 น. จัดเต็มเช้ายันค่ำ (ส่วนมื้อดึกก็มี 7-Eleven อยู่ตรงชั้น 1 หลากหลายไม่แพ้กัน) โดยมีบริการตั้งแต่อาหารเช้า, Grab & Go ที่ซื้อเพื่อไปรับประทานที่อื่นต่อ (มีโซนนั่งรอรับอาหารด้านใน), Afternoon Tea & Cake หรือคาเฟ่ขนมของหวาน ชากาแฟ, บุฟเฟ่ต์กลางวันอาหารไทย 4 ภาค เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.30-14.00 ไปจนถึงเมนูดินเนอร์สุดโรแมนติก ที่จะให้บริการตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป (ออเดอร์สุดท้าย 20.15 น.) บริการอาหารต่าง ๆ ... ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan สำหรับอาหารหลัก ๆ จะมีอาหารไทย กับอาหารเอเชีย และอาหารยุโรป ซึ่งยังมีเมนูอาหารนานาชาติฟิวชั่น ของหวาน และเครื่องดื่มอีกมากมายให้ได้เลือกสรรอีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ผู้เขียนได้มาสัมผัสบรรยากาศของบุฟเฟ่ต์กลางวัน ซึ่งในปัจจุบันก็ได้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.30 - 14.00 น. โดยรูปแบบของอาหารนั้นจะเป็นเมนูไทย เมนูเอเชีย และฟิวชั่น ครบทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย ข้าว สลัดผัก เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ซุปแกง ผลไม้ และขนมหวานไทย ๆ ส่วนราคาต่อท่านจะอยู่ที่ 289 บาท ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan มาทางด้านอาหารที่ผู้เขียนจัดมาในวันนี้จะเป็นเมนูบุฟเฟ่ต์อาหารไทย 4 ภาค ซึ่งก็มีเมนูที่หลากหลายไม่น้อย มีให้เลือกทั้งข้าวราดแกง สลัดผัก ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวที่ตักไม่อั้น ประกอบกับมีเมนูแปลก ๆ ที่น่าสนใจ ชนิดที่ว่าหากมาได้ถูกจังหวะจะเหมือนถูกหวยก็ไม่ปาน เช่น ผักเกล็ดน้ำแข็งลุยสวน ซึ่งเป็นการนำผักเกล็ดน้ำแข็งมายำกับหมูสับ ที่ให้ความเปรี้ยวเผ็ดหวานกำลังดี แถมตัวผักเกล็ดน้ำแข็งก็สดกรอบเข้ากับรสเผ็ดของยำได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในบางวันก็อาจจะได้ยำส้มโอ ที่ยกระดับความเปรี้ยวจากส้มโอขึ้นกว่าเดิม ส่วนเมนูราดข้าวอื่น ๆ เช่น ปลาทอดสามรส หรือผัดซี่โครงหมู หรือมัสมั่นไก่ที่ให้ความมันมากไปหน่อย แม้จะทานร่วมกับข้าวแต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่เลี่ยนพอสมควร แต่ตัวฟักทองผัดไข่ กับแกงจืดหมูสับเต้าหู้ไข่ร้อน ๆ ก็ช่วยลดความเลี่ยนได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ตัวน้ำพริกกุ้งเสียบที่ให้ความกรอบ ทานคู่กับข้าวหอมมะลิหรือข้าวมันปูได้อร่อยลงตัว และยังช่วยเสริมกับข้าวมัน ๆ ให้มีรสชาติที่ดีขึ้นเลยทีเดียว ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan ปิดท้ายด้วยของหวานที่มีทั้งผลไม้ตามฤดูกาลที่สดใหม่พอดีคำ ส่วนในวันดังกล่าวก็มีเต้าส่วนราดน้ำกะทิที่ให้รสชาติหวานกำลังดี แต่เหมือนตัวน้ำเชื่อมจะหนืดกว่าที่เคยทานในร้านอื่น ๆ มาเสียอีก มีเมนูน่าสนใจอีกไหม ? นอกจากจะมีเมนูบุฟเฟ่ต์แล้ว ก็ยังมีเมนูอาหารจานเดียวให้บริการอีกด้วย เช่น แสร้งว่ากุ้ง , ผัดไทยกุ้งสด , หมูสามชั้นต้มซีอิ๊ว, อกเป็ดซอสส้ม, ข้าวเหนียวมะม่วง รวมไปถึงเมนูเครื่องดื่มนมเย็นปั่น เป็นต้น ที่ถือได้ว่าเป็นเมนูไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาดทีเดียว ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan จากการตกแต่งร้านที่เหมือนกับร้านอาหารหรู ๆ มีเมนูอาหารที่หลากหลาย และการดูแลคุณภาพจากเชฟและอาจารย์ที่มากด้วยประสบการณ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนร้านอาหารดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด และหลังจากบริการและลิ้มลองรสชาติก็ทำให้คุณลืมไปเลยว่า Chef's Kitchen มันเป็นศูนย์ฝึกภาคปฏิบัติงานของนักศึกษาเลยทีเดียว (ติดอย่างเดียวอยู่ที่บรรยากาศนอกหน้าต่างที่วิวอาจจะไม่สวยเท่า แต่ถ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูสร้างเสร็จสมบูรณ์ก็อาจจะดีขึ้นกว่านี้) ภาพประกอบโดย Mr. Leviathan Chef's Kitchen ตั้งอยู่ตรงถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 และก่อนถึงเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 21.00 น. สามารถเดินทางได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีหลายสายให้จอด หรือถ้ามาพร้อมรถส่วนตัวก็มีที่จอดรถให้บริการ รวมไปถึงยังมีที่ชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมาบริการด้วย