ในชีวิตประจำวันของเรา มีสมุนไพรและผลไม้หลายชนิดที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด บางอย่างถูกนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มมานานหลายร้อยปี แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพืชเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง “กระเจี๊ยบแดง” และ “พุทราจีน” ถือเป็นตัวอย่างของพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมทั้งในด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติ หลายคนอาจเคยดื่มน้ำกระเจี๊ยบที่มีรสเปรี้ยวสดชื่น หรือเคยเห็นพุทราจีนในซุปยาจีนและเครื่องดื่มสมุนไพร แต่รู้หรือไม่ว่า พืชทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติเท่านั้น ภายในยังมีสารอาหารและสารสำคัญที่อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพในหลายด้าน ตั้งแต่การดูแลระบบย่อยอาหาร การช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย ไปจนถึง การเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติอีกด้วย กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย นิยมนำกลีบเลี้ยงสีแดงสดมาทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรอย่าง “น้ำกระเจี๊ยบ” ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วให้ความสดชื่น โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน ภายในกระเจี๊ยบแดงมีสารสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามินซี กรดอินทรีย์ และสารกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดงตามธรรมชาติ สารเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายนอกจากนั้น กระเจี๊ยบยังมีกรดธรรมชาติที่ช่วยให้เครื่องดื่มมี รสเปรี้ยวสดชื่น จึงมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกายได้ดี หลายคนจึงนิยมดื่มน้ำกระเจี๊ยบหลังมื้ออาหารหรือในช่วงอากาศร้อน อีกหนึ่งจุดเด่นของกระเจี๊ยบคือมีใยอาหารบางส่วน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม พุทราจีนเป็นผลไม้ที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนานในวัฒนธรรมจีน ทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม และตำรับสมุนไพรแผนจีน พุทราจีนมีลักษณะเป็นผลกลมรี เมื่อแห้งจะมีสีน้ำตาลแดง และมีรสหวานอ่อน ๆ นิยมใช้ใส่ในซุป สมุนไพรต้ม หรือชาสมุนไพร เนื่องจากช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม ในด้านโภชนาการ พุทราจีนมีสารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามินซี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระบางประเภท นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่อาจช่วยสนับสนุนระบบย่อยอาหารได้ด้วยเหตุนี้ พุทราจีนจึงมักถูกนำมาใช้ในเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ในตำราสมุนไพรพื้นบ้านและตำรับเครื่องดื่มสมุนไพรบางแห่ง มีการกล่าวถึงการนำ “กระเจี๊ยบแดง” มาต้มร่วมกับ “พุทราจีน” เพื่อทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร โดยเชื่อกันว่าอาจช่วยสนับสนุนการดูแลระดับไขมันในเลือดได้ กระเจี๊ยบแดงมีสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยดูแลสมดุลของไขมันในร่างกาย ขณะที่พุทราจีนก็มีใยอาหารและสารอาหารจากธรรมชาติที่อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบย่อยอาหาร เมื่อทั้งสองอย่างนำมาต้มรวมกันจึงมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพในวิถีแบบดั้งเดิม วิธีต้มน้ำกระเจี๊ยบกับพุทราจีน ขั้นตอนแรก เตรียมกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1 กำมือ พุทราจีนแห้ง 1 กำมือ น้ำสะอาด 1 ลิตร หากชอบรสหวานให้เตรียมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเล็กน้อย (ตามความชอบ) วิธีทำ ให้นำกระเจี๊ยบแดงแห้ง และพุทราจีนแห้งที่เตรียมไว้มาล้างในน้ำสะอาด นำมาพักไว้บนตะแกรงหรือกระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำ ตั้งหม้อน้ำต้มสะอาด ใช้ไฟกลางจนเดือดนำ กระเจี๊ยบแดงแห้งและพุทราจีนที่พักไว้ ลงไปต้มประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้สีของกระเจี๊ยบแดงและรสชาติความหวานตามธรรมชาติของพุทราจีนออกมา ปิดไฟ แล้วกรองเอากากกระเจี๊ยบแดงและพุทราจีนออก หากชอบรสหวานให้เติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเล็กน้อยตามชอบ คนให้ละลาย แต่หากไม่ต้องการเติมน้ำตาล สามารถเพิ่มจำนวนพุทราจีนได้เล็กน้อย เพื่อให้ได้ความหวานจากธรรมชาติแทนการเติมน้ำตาล สามารถดื่มได้ทั้งแบบ อุ่น ๆ หรือแช่เย็น หากนำไปแช่เย็นจะให้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับอากาศร้อนของบ้านเรา สิ่งสำคัญในการดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดง+พุทราจีน ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หากชอบหวานไม่ควรเติมน้ำตาลมากเกินไป เพราะน้ำตาลที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ การดูแลระดับคอเลสเตอรอลควรทำควบคู่กับ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ดังนั้น กระเจี๊ยบอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มสมุนไพรจากธรรมชาติที่ช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพได้ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีหลักในการรักษาหรือควบคุมคอเลสเตอรอลเพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพ โดยรวมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวค่ะ “โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปปรับใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว” รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน สร้างโดย A.I. # สุขภาพ#สมุนไพร#กระเจี๊ยบ#พุทราจีน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !