วิกฤตน้ำท่วม กับการจัดการด้านอาหาร เราต้องเตรียมตัวยังไงดี อ่านต่อเลย! เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ภาวะน้ำท่วมสูงและมีฝนตกหนักคือสิ่งแวดล้อมอีกหนึ่งอย่าง ที่เป็นสถานการณ์ที่เราสามารถพบเจอได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยเราค่ะ ซึ่งคุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า หากเราจะเชื่อมโยงเรื่องวิกฤตการมีน้ำท่วมสูงมาหาคนเราในด้านอาหารนั้น จะมีในเรื่องของการสุขาภิบาลอาหารที่เราต้องให้ความสำคัญนะคะ เพราะอาหารสามารถเป็นสื่อของความเจ็บป่วยในรูปแบบต่างๆ ในคนเราได้ ดังนั้นการจัดการด้านอาหารจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เราต้องเดินลุยน้ำ และมีน้ำท่วมในส่วนที่ทำอาหารในบ้านของเรา ซึ่งต่อไปนี้คือแนวทางรับมือและเตรียมความพร้อมในคนที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูง และยังเป็นแนวทางที่ดีสำหรับคนที่อาจเจอปัญหานั้นอยู่แล้ว ที่ต้องบริหารจัดการเรื่องอาหารการกินค่ะ โดยข้อมูลในบทความนี้จะช่วยทำให้คุณผู้อ่านมองเห็นภาพมากขึ้น และรู้ว่าต้องทำอะไรยังไงดี เพื่อจัดการด้านอาหารของบ้านตัวเองในช่วงหน้าฝนนี้นะคะ 1. อย่าเก็บอาหารที่ลอยมากับน้ำท่วม ในฤดูฝนที่มาพร้อมกับน้ำท่วมฉับพลัน สิ่งหนึ่งที่เราควรระลึกไว้เสมอ คือ อย่าเก็บอาหารที่ลอยมากับน้ำโดยเด็ดขาดค่ะ หลายคนอาจมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้อาหารฟรี หรือเสียดายของที่เห็นลอยมา แต่ความจริงแล้วอาหารเหล่านั้นปนเปื้อนสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์มากมายที่เรามองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งปฏิกูล สารเคมีจากโรงงาน หรือแม้แต่ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย การนำอาหารเหล่านี้มาบริโภค ไม่ว่าจะนำไปล้าง ทำความสะอาดหรือปรุงสุกแล้วก็ตาม ก็ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยจากที่มีอาหารเป็นสื่อตามมาได้ ดังนั้นเพื่อสุขอนามัยที่ดีของตัวเราเองและคนที่เรารัก ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วมค่ะ 2. ยกอาหารขึ้นที่สูง คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า สิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับแรกๆ ในช่วงที่มีระดับท่วมสูงนั้น คือเราต้องรีบยกของขึ้นที่สูงค่ะ นี่ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไปนะคะ แต่เป็นการเตรียมตัวที่สำคัญมาก เพราะหลายพื้นที่มักจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น คือ การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ที่จำเป็นต้องมีการจัดการที่ดี เพราะหากน้ำท่วมสูงขึ้นมา การเดินทางออกไปหาซื้ออาหารจะทำได้ยากลำบาก ดังนั้นการยกอาหารขึ้นที่สูง หรือจัดเก็บในที่ที่พ้นจากระดับน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำและสิ่งสกปรก อีกทั้งยังช่วยให้เรามีเสบียงสำรองเพียงพอสำหรับการดำรงชีพในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และลดความกังวลในการเข้าถึงแหล่งอาหารลงได้ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในช่วงวิกฤตได้อย่างอุ่นใจมากขึ้นค่ะ 3. ล้างมือให้สะอาด นอกจากเรื่องของการอพยพหรือการดูแลทรัพย์สินแล้ว สิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือเรื่องของสุขอนามัยค่ะ โดยเฉพาะการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะเมื่อน้ำท่วม สิ่งสกปรก และจุลินทรีย์ต่างๆ มักจะปนเปื้อนมากับน้ำ ทำให้เรามีโอกาสสัมผัสสิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการเดินลุยน้ำ การทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด หรือแม้แต่การเตรียมอาหาร การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่มักจะมาพร้อมกับน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี ซึ่งการใส่ใจเรื่องเล็กๆ อย่างการล้างมือ จะช่วยให้เราและคนในครอบครัวลดความเสี่ยงที่สามารถคุกคามเราได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนะคะ 4. จัดเก็บให้มิดชิด หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำกินน้ำใช้ที่ต้องระวังนะคะ แต่การจัดเก็บอาหารให้มิดชิด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เรามองข้ามไม่ได้เลยคะ เพราะเมื่อน้ำท่วมสิ่งสกปรก แมลง สัตว์มีพิษต่างๆ เช่น หนู งู หรือตะขาบ มักจะถูกพัดพามากับกระแสน้ำและอาจเข้ามาในบ้านได้ง่ายๆ หากเราเก็บอาหารไม่ดีพอ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารปรุงสุกแล้วก็ตาม ก็เสี่ยงที่จะปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมหรือถูกสัตว์เหล่านี้กัดแทะได้ ซึ่งการจัดเก็บอาหารในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท หรือใส่ไว้ในตู้กับข้าว ตู้เย็น หรือที่สูงที่มิดชิด จึงช่วยป้องกันความเสียหาย ป้องกันการปนเปื้อน และรักษาคุณภาพอาหารให้ปลอดภัยต่อการบริโภคได้ยาวนานขึ้น ทำให้เรามีอาหารที่สะอาดและเหมาะสมไว้กินในช่วงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมค่ะ 5. สังเกตลักษณะอาหาร อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ การสังเกตลักษณะของอาหารก่อนบริโภคทุกครั้งค่ะ เพราะถึงแม้เราจะเก็บอาหารไว้อย่างดีแล้วก็ตาม แต่ในสถานการณ์น้ำท่วมที่ทั้งความชื้นและสิ่งสกปรกมีอยู่มาก อาหารก็ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือเน่าเสียได้ง่ายกว่าปกติ เราจึงควรหมั่นตรวจสอบว่าอาหารมีกลิ่น สี หรือเนื้อสัมผัสที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ เช่น มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว กลิ่นอับชื้น มีราขึ้น หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม หากพบความผิดปกติเหล่านี้ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ไม่ควรเสี่ยงนำมารับประทานเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการสังเกตลักษณะอาหารนี้ จะช่วยปกป้องสุขอนามัยของเราและคนในครอบครัว ให้ปลอดภัยจากภัยเงียบที่มาพร้อมกับน้ำท่วมได้เป็นอย่างดีค่ะ 6. เลือกซื้อที่มีวันหมดอายุยาวนาน ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันนั้นเราห้ามไม่ได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกว่าค่ะโดยเฉพาะเรื่องของเสบียงอาหาร เพราะเมื่อน้ำท่วมการเดินทางออกไปหาซื้อของจะทำได้ยากลำบากมาก ดังนั้นการเลือกซื้ออาหารที่มีวันหมดอายุยาวนาน จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและช่วยให้เราอุ่นใจได้มาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม UHT หรือขนมปังกรอบ เพราะอาหารเหล่านี้สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเน่าเสียเร็วเหมือนอาหารสด ทำให้เรามีแหล่งอาหารสำรองที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ในช่วงเวลาที่ต้องติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม และยังช่วยลดความจำเป็นในการออกไปเสี่ยงภัยภายนอกเพื่อหาซื้ออาหารอีกด้วยค่ะ 7. เลือกอาหารปรุงสุกใหม่ ถึงแม้ว่าการมีอาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปติดบ้านไว้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเป็นไปได้ การเลือกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดค่ะ เพราะน้ำท่วมมักจะนำพาสิ่งสกปรกต่างๆ มาด้วย ทำให้อาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ หรืออาหารที่เตรียมไว้นานแล้ว มีโอกาสปนเปื้อนและเน่าเสียได้ง่ายกว่าปกติ การทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ จะช่วยได้ ทำให้ลดความเสี่ยงจากที่มีอาหารเป็นสื่อ โดยเฉพาะสิ่งที่มักจะระบาดในช่วงน้ำท่วมได้เป็นอย่างดีค่ะ 8. ทิ้งอาหารที่ปนเปื้อน รู้ไหมคะว่า ในช่วงที่ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม สิ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่องอาหารการกินค่ะ เพราะน้ำท่วมมักนำพาสิ่งสกปรก จุลินทรีย์ และสารเคมีต่างๆ มาด้วย ทำให้มีโอกาสที่อาหารจะปนเปื้อนสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารสดที่โดนน้ำท่วม อาหารแห้งที่เปียกชื้น หรืออาหารที่ถูกสัตว์พาหะ เช่น หนู แมลงสาบ กัดแทะ การทิ้งอาหารที่ปนเปื้อนเหล่านี้ทันที จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ไม่ควรรู้สึกเสียดายและพยายามนำมาบริโภค เพราะอาหารที่ปนเปื้อนมักมีเรื่องของจุลินทรีย์หรือสารพิษแฝงอยู่ ซึ่งหากรับประทานเข้าไปอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย ดังนั้นการตัดสินใจทิ้งอาหารที่สงสัยว่าไม่สะอาด คือ แนวทางหนึ่งในการปกป้องสุขอนามัยของตัวเราเองและคนในครอบครัวที่มาพร้อมกับน้ำท่วมค่ะ 9. ทำความสะอาดภาชนะต่างๆ ให้ดี สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอาหารการกินก็คือ ความสะอาดของภาชนะต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ เพราะเมื่อน้ำท่วม สิ่งสกปรก จุลินทรีย์ และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ มักจะถูกพัดพามากับน้ำ ทำให้ภาชนะที่เราใช้ ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม แก้วน้ำ ช้อนส้อม หรือแม้แต่หม้อหุงข้าว มีโอกาสสัมผัสและปนเปื้อนได้ง่ายมาก การล้างภาชนะให้สะอาดด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจานอย่างถูกวิธี รวมถึงการตากให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารได้เป็นอย่างดี เพราะหากภาชนะไม่สะอาด จุลินทรีย์ที่มองไม่เห็นก็พร้อมที่จะปะปนไปกับอาหารที่เราทาน ทำให้เกิดความเจ็บป่วยอื่นๆ ตามมาได้ การใส่ใจในความสะอาดของภาชนะ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปกป้องสุขวิทยาของเราและคนในครอบครัวในช่วงเวลาที่สถานการณ์ไม่ปกติค่ะ 10. สังเกตอาการเจ็บป่วยจากที่มีอาหารเป็นสื่อ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักถึงอย่างมาก คือ การสังเกตอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดจากอาหารเป็นสื่อค่ะ เพราะในสถานการณ์แบบนี้แหล่งน้ำสะอาดอาจปนเปื้อนได้ง่าย การเตรียมอาหารก็อาจไม่ถูกสุขลักษณะเท่าที่ควร และอาหารที่เก็บไว้ก็มีโอกาสเน่าเสียหรือปนเปื้อนได้ง่ายขึ้น หากเราหรือคนในครอบครัวเริ่มมีอาการผิดปกติ หลังจากการรับประทานอาหารใดๆ ก็ตาม ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจเกิดจากสื่อ และควรรีบไปพบแพทย์หรือปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที การใส่ใจและไม่ละเลยสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ นี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรงในช่วงเวลาวิกฤตได้ค่ะ ก็จบแล้วค่ะ ที่โดยสรุปแล้วในช่วงที่ฝนตกหนักและน้ำท่วม สิ่งสำคัญที่สุดที่เราควรตระหนัก คือ ความปลอดภัยด้านอาหารค่ะ ซึ่งการที่เราเข้าใจว่าจะต้องจัดการกับเรื่องอาหารการกินอย่างไร ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยปกป้องสุขอนามัยของเราและคนในครอบครัวจากสิ่งที่คุกคามคนเราได้ ที่มักจะมาพร้อมกับน้ำท่วม การมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจ ลดความกังวลเรื่องปากท้อง และสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างปลอดภัยนะคะ โดยในสถานการณ์จริงนั้น เมื่อฝนเริ่มตกหนักและมีแนวโน้มจะเกิดน้ำท่วม สิ่งแรกที่เราควรเริ่มทำเพื่อสร้างภาพรวมที่ชัดเจน คือ การประเมินสถานการณ์และสิ่งที่มีอยู่ค่ะ ลองสำรวจดูว่าตอนนี้เรามีอาหารอะไรบ้าง ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารสำเร็จรูป จากนั้นให้วางแผนว่าอาหารเหล่านั้นควรถูกจัดเก็บอย่างไรให้ปลอดภัยจากน้ำท่วมและสิ่งปนเปื้อน รวมถึงพิจารณาว่ามีอะไรที่ต้องซื้อเพิ่มบ้าง เช่น อาหารที่เก็บได้นาน หรือน้ำดื่มสะอาด เมื่อเราประเมินและวางแผนเบื้องต้นเช่นนี้ได้แล้ว เราก็จะเห็นภาพรวมของความพร้อมด้านอาหารในบ้าน ทำให้สามารถจัดลำดับความสำคัญและลงมือทำในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างเป็นระบบต่อไปค่ะ สำหรับผู้เขียนนั้นยังไม่ได้เจอปัญหาเรื่องที่มีระดับน้ำท่วมสูงจนต้องหนีน้ำค่ะ แต่เจอว่าช่วงนี้ฝนตกหนักมาก ซึ่งเรื่องการจัดเก็บอาหารไม่ให้โดนความชื้น การสังเกตอาหารก่อนนำมารับประทาน การเลือกซื้ออาหารที่มีความสดใหม่ และการทำความสะอาดอุปกรณ์ทำอาหารเป็นอย่างดี ที่นี่ยังต้องทำเหมือนกันค่ะ อย่างไรก็ตามหากคุณผู้อ่านมีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม แนวทางข้างต้นคือการเตรียมตัวเพื่อรับมือค่ะ ด้วยความตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากสนใจเนื้อหาเช่นนี้อีก อย่าลืมกดติดตามหรือบุ๊กมาร์กโปรไฟล์ไว้ เพื่อรับข้อมูลใหม่ๆ ในบทความต่อไป และถ้าต้องการอ่านบทความทั้งหมดโดยผู้เขียน ให้กดดูโปรไฟล์ได้เลยค่ะ เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก โดย Dibakar Roy จาก Unsplash และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1-2 โดยผู้เขียน, ภาพที่ 3 โดย Valeria_aksakova จาก FREEPIK และภาพที่ 4 โดย Senivpetro จาก FREEPIK เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 8 วิธีเลือกปลากระป๋อง แบบไหนดี น่าซื้อ ดูยังไง ขั้นตอนขัดเครื่องครัวสะอาด ด้วยเบกกิ้งโซดา ขจัดคราบรอยไหม้ดำ 9 ทริคเก็บไข่ไก่นอกตู้เย็น ในอุณหภูมิห้อง ทำยังไง อยู่ได้นาน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !