วันนี้เราจะพาไปท่องเที่ยว ในโลกชุมชนธุรกิจทางบ้าน ได้ทั้งความรู้ บรรยากาศ สินค้าโอทอป อย่างแรกเลยไปรู้เกี่ยวกับธุรกิจ ‘ปลาฉิ้งฉ้างตากแห้ง’ พูดถึงจะมีใครรู้จักไหมนะ แต่ปลานี้ทานแบบตากแห้งก็ได้ หรือนำไปปรุงกับอาหารก็อร่อย เป็นของดีอย่างหนึ่ง ขึ้นเป็นสินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ของดีของชุมชน สินค้าโอทอปยอดนิยม อยากรู้มากกว่านี้ก็ไปฟังกันเลยธุรกิจส่วนตัวทางบ้านของดิฉัน คือ ปลาฉิ้งฉ้างตากแห้ง ก่อนอื่นเรามารู้จักปลาฉิ้งฉ้างกันก่อนนะคะ ปลาฉิ้งฉ้าง หรือ ปลากะตัก คือ ปลาประเภทเดียวกับปลากะตักของภาคกลาง เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว และแบนข้าง มีสันหนามที่ท้อง ขากรรไกรบนยาวเลยหลังตา ครีบหลังตอนเดียว ครีบหางเว้าลึก มีแถบสีเงินพาดผ่านในแนวยาวของลำตัว มีการจับปลาชนิดนี้มากในทะเลอันดามัน ซึ่งปลาฉิ้งฉ้างถือเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอันดับต้น ๆ เพราะสามารถส่งไปขายทั่วทุกภาคของประเทศ และส่งจำหน่ายในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศแถบเอเชีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน แต่บ้านดิฉันกำลังนำส่งไปประเทศจีน ดิฉันจะมาบอกหลาย ๆ คนที่กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียกชื่อปลา “จิ้งจัง” มักนำไปเรียกเรียกปลากะตักตัวเล็ก ๆ ที่ตากแห้ง “ปลาจิ้งจัง” แท้ที่จริง คือ ปลากะตักอบกรอบสมุนไพร หรือตากแห้ง สำเนียงที่เรียกออกเสียงใต้ฝั่งอันดามัน แถบพังงา ภูเก็ต คือ ออกเสียงว่า “ปลาฉิ้งฉั้ง หรือ ฉิ้งฉ้าง” ซึ่งแตกต่างกันทั้ง สำเนียง ความหมาย ชนิดปลา กรรมวิธีการทำ และการนำไปปรุงเป็นอาหาร สำหรับในตลาดท้องถิ่นอาจนำมาหมัก ทำบูดูจิ้งจัง ขายอีกส่วนหนึ่งด้วย แนะนำธุกิจเสร็จแล้ว อยากให้เพื่อน ๆ ได้นึกภาพตามบรรยากาศชุมชนปลากะตัก มีผู้คนมากมาย ชาวต่างชาติ เช่น พม่า มาทำการค้าขายปลาฉิ้งฉ้าง รายได้ต่อวัน 300 บาท ดิฉันก็ได้หัดทำปลาฉิ้งฉ้าง อยากให้เพื่อน ๆ ลองมาทำ จะได้เรียนรู้การทำปลาฉิ้งฉ้างของชาวบ้านในชุมชน บรรยากาศคล้าย ๆ โรงงาน แต่โรงงานนี้ไม่ได้เหมือนโรงงานทั่วไป เพราะชุมชนนี้มีการอนุรักษ์ และฟื้นฟูชุมชนให้ดูสะอาด โรงงานนี้ติดกับคลอง มีเรือผ่านไปผ่านมา ก็ดูธรรมชาติไม่เป็นพิษต่อแม่น้ำ ลำคลอง เศษปลาที่ทิ้ง ก็จะมีปลาเล็กมากินต่อ อยากให้ผู้อ่านมาเยี่ยมเยือนชุมชนของเรา สภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติ เพื่อเป็นช่องทางการขายสินค้าค่ะ ภาพถ่ายโดยผู้เขียน : ชาคริต พะสริ