9 สาเหตุของวิกฤติอาหาร จนกระทบต่อสุขอนามัย และความเป็นอยู่ เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล หลายคนยังไม่รู้ว่า วิกฤติอาหารสามารถส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและความเป็นอยู่ได้โดยตรง เพราะอาหารไม่ได้แยกขาดจากน้ำ ความสะอาด พลังงาน และสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน เมื่อระบบอาหารเริ่มสั่นคลอน ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการเก็บและปรุง ความเสี่ยงด้านสุขอนามัยจะเกิดขึ้นทันที อาหารสดเน่าเสียง่ายในภาวะอากาศร้อนจัด น้ำใช้และน้ำดื่มมีโอกาสปนเปื้อนมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายและราคาพลังงานที่สูงขึ้นบีบให้ครัวเรือนลดการดูแลด้านความปลอดภัยของอาหารโดยไม่ตั้งใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ปัญหาอาหารกลายเป็นปัญหาสุขภาพและคุณภาพชีวิตในเวลาเดียวกันค่ะ และในสถานการณ์จริงจุดเสี่ยงจะทวีความชัดเมื่อผู้คนต้องเผชิญความแออัด การจัดการขยะอาหารที่ไม่เหมาะสม และการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่จำกัด โรคจากอาหารและน้ำสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้เปราะบาง วิกฤติอาหารจึงไม่ใช่เพียงเรื่องปากท้อง แต่เป็นตัวเร่งให้ระบบสุขาภิบาลอ่อนแอลง หากไม่มองเห็นและจัดการจุดเสี่ยงเหล่านี้อย่างเป็นระบบ การกินอยู่พื้นฐานจะกลายเป็นความเสี่ยงในทุกมื้อ ดังนั้นการเข้าใจความเชื่อมโยงของอาหาร สุขอนามัย และความเป็นอยู่ คือจุดตั้งต้นสำคัญของการรับมือวิกฤติอย่างมีสติและยั่งยืนค่ะ ซึ่งต่อไปนี้คือ 9 สาเหตุของวิกฤติอาหาร จนกระทบต่อสุขอนามัย และความเป็นอยู่นะคะ 1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อมระดับโลกเท่านั้นค่ะ แต่กำลังค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฤดูกาลที่แปรปรวน ฝนตกผิดช่วง ภัยแล้งยาวนาน หรืออุณหภูมิที่ร้อนจัดและหนาวจัดสลับกันบ่อย เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการผลิตอาหาร แหล่งน้ำ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เมื่อธรรมชาติขาดสมดุล ระบบพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงชีวิตอย่างอาหารและน้ำย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย โดยในมุมของสุขอนามัยและความเป็นอยู่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม น้ำท่วมนำมาซึ่งการปนเปื้อนของน้ำใช้และอาหาร ขณะที่ช่วงอากาศร้อนจัดทำให้อาหารบูดเสียเร็ว จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น ผู้คนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจึงเผชิญปัญหาการเจ็บป่วยและการเข้าถึงอาหารปลอดภัยยากขึ้น ดังนั้นการเข้าใจภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับตัว ดูแลสุขอนามัย และออกแบบการดำรงชีวิตให้ปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาวนะคะ 2. ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ผันผวน กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในวงกว้าง เมื่อค่าไฟ ค่าน้ำมัน และต้นทุนพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนการผลิตอาหาร การแปรรูป การเก็บรักษา และการขนส่งก็เพิ่มตามไปด้วย และผลที่เกิดขึ้นตามมาคือราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็ว ขณะที่รายได้ของคนจำนวนมากไม่ได้เพิ่มในอัตราเดียวกัน ส่งผลให้การเข้าถึงอาหารที่เพียงพอและปลอดภัยกลายเป็นเรื่องยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในเชิงสุขอนามัยความกดดันทางเศรษฐกิจทำให้หลายครัวเรือนจำเป็นต้องลดคุณภาพอาหาร เลือกของราคาถูก เก็บอาหารนานเกินควร หรือใช้พลังงานไม่เพียงพอในการปรุงและเก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธี ภาวะเช่นนี้เพิ่มความเสี่ยงการปนเปื้อนและการเจ็บป่วยจากอาหารและน้ำ เมื่อพลังงานกลายเป็นต้นทุนที่ต้องประหยัด สุขอนามัยขั้นพื้นฐานจึงถูกลดความสำคัญลงโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเงิน แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว 3. ความขัดแย้งและสงคราม ความขัดแย้งและสงครามไม่เพียงทำลายชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสั่นคลอนระบบพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของผู้คนอย่างรุนแรงค่ะ เพราะพื้นที่เพาะปลูกถูกทำลาย แหล่งน้ำและทรัพยากรถูกควบคุมหรือปนเปื้อน เส้นทางขนส่งอาหารถูกตัดขาด ทำให้อาหารไม่สามารถกระจายไปถึงผู้ที่ต้องการได้ตามปกติ เมื่อระบบอาหารหยุดชะงัก ความขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร ในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมผลกระทบของความขัดแย้งจะยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อระบบสาธารณสุข น้ำสะอาด ห้องน้ำ และการจัดการขยะล่มสลาย เพราะผู้คนต้องอยู่อย่างแออัดในพื้นที่อพยพ ใช้น้ำและอาหารที่ไม่ปลอดภัย ทำให้โรคติดต่อแพร่กระจายได้ง่าย สงครามจึงสร้างผลกระทบซ้อนทับ ทั้งความหิวโหย โรคภัย และคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ การเข้าใจผลกระทบเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นว่าวิกฤติจากความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือบทเรียนสำคัญของโลกที่เชื่อมโยงกันผ่านระบบอาหาร สุขอนามัย และความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคน 4. การพึ่งพาอาหารจากแหล่งไกลเกินไป หลายคนยังไม่รู้ว่าการพึ่งพาอาหารจากแหล่งไกลเกินไป จะทำให้ระบบอาหารของเรามีความเปราะบางมากกว่าที่คิด เพราะเมื่ออาหารต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล ใช้เวลาขนส่งนาน และผ่านกระบวนการเก็บรักษาหลายขั้น ความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารย่อมลดลงตามลำดับ หากเกิดปัญหาด้านพลังงาน ภัยพิบัติ หรือความขัดข้องของระบบขนส่ง อาหารอาจขาดแคลนหรือไม่สามารถกระจายไปถึงผู้บริโภคได้ทันเวลา และจะส่งผลให้ความมั่นคงทางอาหารสั่นคลอนอย่างรวดเร็ว ในมุมของด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมนั้น การขนส่งระยะไกลยังเพิ่มความเสี่ยงการเน่าเสียและการปนเปื้อนของอาหาร โดยเฉพาะอาหารสดที่ต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง เมื่อควบคุมไม่เหมาะสม จุลินทรีย์สามารถเติบโตได้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคจึงต้องรับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว การเข้าใจข้อจำกัดของระบบอาหารทางไกลช่วยให้เราเห็นความสำคัญของอาหารท้องถิ่น การผลิตใกล้บ้าน และการกระจายอาหารระยะสั้น ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยเสริมทั้งความปลอดภัย สุขอนามัย และความยั่งยืนของการใช้ชีวิตในระยะยาวค่ะ 5. การจัดการทรัพยากรน้ำที่ไม่ยั่งยืน การจัดการทรัพยากรน้ำที่ไม่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของวิกฤติหลายด้านที่เชื่อมโยงถึงกันค่ะ ทั้งอาหาร สุขอนามัย และคุณภาพชีวิต เมื่อแหล่งน้ำถูกใช้อย่างเกินขีดความสามารถ น้ำใต้ดินลดลง แหล่งน้ำผิวดินเสื่อมโทรม หรือมีการปล่อยน้ำเสียโดยไม่บำบัด การเกษตรจึงขาดน้ำที่เพียงพอและปลอดภัย ที่จะส่งผลให้ผลผลิตลดลง อาหารมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ และความเสี่ยงการปนเปื้อนเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมการขาดแคลนน้ำสะอาดหรือการใช้น้ำที่มีคุณภาพต่ำ ยังบีบให้ผู้คนต้องลดมาตรฐานความสะอาดในชีวิตประจำวัน การปรุงอาหาร การล้างภาชนะ และการดูแลสุขาภิบาลขั้นพื้นฐานทำได้ไม่เต็มที่ น้ำที่ปนเปื้อนยังเป็นพาหะของจุลินทรีย์หลายชนิด ส่งผลให้โรคจากน้ำและอาหารแพร่กระจายง่ายขึ้น การเข้าใจปัญหาการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคเท่านั้นค่ะ แต่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า วางระบบน้ำให้รอบด้าน เพื่อคงความมั่นคงด้านอาหาร สุขอนามัย และความเป็นอยู่ของสังคมในระยะยาว 6. การสูญเสียและทิ้งอาหารจำนวนมาก รู้ไหมคะว่าการสูญเสียและการทิ้งอาหารจำนวนมาก สะท้อนความไม่สมดุลของระบบอาหารอย่างชัดเจน เพราะอาหารจำนวนไม่น้อยสูญหายตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการบริโภค ทั้งที่ยังอยู่ในสภาพที่สามารถรับประทานได้ การจัดการที่ไม่เหมาะสมนี้จะทำให้ทรัพยากรน้ำ พลังงาน แรงงาน และพื้นที่เพาะปลูกถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของโลกยังมีผู้คนจำนวนมากขาดแคลนอาหารและสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมการจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหารที่ไม่ดี ยังนำไปสู่ปัญหากลิ่น แมลง หนู และการสะสมของจุลินทรีย์ในชุมชน อาหารที่ถูกเก็บทิ้งหรือจัดการไม่ถูกวิธีสามารถกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายจุลินทรีย์และปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม เมื่อขยะอาหารเพิ่มขึ้น ระบบกำจัดขยะและสุขาภิบาลก็ถูกกดดันมากขึ้น ดังนั้นการตระหนักถึงคุณค่าอาหารและการลดการสูญเสียในทุกขั้นตอน จึงเป็นส่วนสำคัญของการยกระดับสุขอนามัย คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนของระบบอาหารในระยะยาวค่ะทุกคน 7. การเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมีสูง น้อยคนจะมองออกว่า การเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมีในปริมาณสูง เป็นรูปแบบการผลิตอาหารที่สร้างความเปราะบางให้ทั้งระบบเกษตรและสุขภาพของผู้คน ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าเมื่อปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำๆ บนพื้นที่เดิม ดินจะเสื่อมสภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพตะลดลง และพืชอ่อนแอต่อโรคและศัตรูพืชมากขึ้น เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาปุ๋ยและสารเคมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อคงผลผลิต ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและคุณค่าทางอาหารของผลผลิตลดลงในระยะยาว นอกจากนี้ในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ระบุว่าการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงสารตกค้างในอาหาร น้ำ และดิน ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายและกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว กลุ่มคนปลูก คนแปรรูป และผู้บริโภคต่างได้รับผลกระทบเชื่อมโยงกัน เมื่อสิ่งแวดล้อมรอบแหล่งผลิตเสื่อมโทรม ระบบอาหารก็ไม่อาจปลอดภัยได้อย่างแท้จริง การเข้าใจผลกระทบของเกษตรเชิงเดี่ยวจึงช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการผลิตอาหารที่หลากหลาย ใช้สารเคมีอย่างจำกัด และฟื้นฟูดินและน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน 8. ระบบสุขาภิบาลและสาธารณสุขไม่พร้อมรับวิกฤติ คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า ระบบสุขาภิบาลและสาธารณสุขที่ไม่พร้อมรับวิกฤติ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากกว่าที่หลายคนคาดคิดมากๆ เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ โรคระบาด ความขาดแคลนอาหาร หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ระบบน้ำสะอาด ห้องน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูล และขยะมักไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ สภาพแออัด ความสกปรก และการปนเปื้อนจึงเกิดขึ้นตามมา และทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนเสื่อมโทรมในเวลาอันสั้น และกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ปัญหาสุขภาพลุกลามหนักขึ้น และในด้านสาธารณสุขนั้น ความไม่พร้อมของระบบยังทำให้การเฝ้าระวังโรค การสื่อสารความเสี่ยง และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นไปได้อย่างจำกัด จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องดูแลตนเองท่ามกลางข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือทรัพยากรทีไม่เพียงพอ โรคที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ และสุขาภิบาลจึงแพร่กระจายได้ง่าย กระทบทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ระบบสุขาภิบาลที่แข็งแรงจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นเกราะป้องกันคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความมั่นคงของสังคมในระยะยาว โดยเฉพาะในโลกที่ความเสี่ยงและวิกฤติกำลังเกิดขึ้นถี่และรุนแรงมากขึ้น 9. ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหารและความรู้ น้อนคนมองออกว่า ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหารและความรู้ เป็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก แม้โลกจะสามารถผลิตอาหารได้เพียงพอ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมต่อสุขภาพได้ เพราะมีข้อจำกัดด้านรายได้ พื้นที่อยู่อาศัย และโอกาสทางสังคม ทำให้บางกลุ่มต้องพึ่งพาอาหารราคาถูก คุณค่าทางโภชนาการต่ำ หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปสูง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมิติของสุขอนามัยความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะผู้คนที่ขาดข้อมูลด้านโภชนาการ การเลือกอาหาร การเก็บรักษา และการปรุงอย่างปลอดภัย มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากอาหารและน้ำมากขึ้น เมื่อความรู้ไม่เท่ากัน ความสามารถในการป้องกันตัวเองก็ไม่เท่ากัน การลดช่องว่างด้านอาหารและความรู้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องความยุติธรรมทางสังคม แต่เป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพ ศักยภาพชีวิต และคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในภาพรวมค่ะ โดยสรุปแล้ววิกฤติอาหาร สุขอนามัย และความเป็นอยู่ที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันเป็นผลสะสมของหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกันทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ระบบพลังงาน ระบบอาหาร และโครงสร้างสังคมค่ะ เมื่อปัจจัยเหล่านี้สั่นคลอนพร้อมกัน ผลกระทบจะถูกส่งต่อมาถึงชีวิตคนธรรมดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามการแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้หมายความว่าเราต้องควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมด แต่คือการเข้าใจภาพรวม รู้ขอบเขตของความเสี่ยง และปรับการใช้ชีวิตให้ยืดหยุ่นและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในระดับที่ทำได้จริงนะคะ ซึ่งในระดับครัวเรือนคนทั่วไปสามารถลดความเปราะบางของตัวเองได้ ด้วยการปรับระบบอาหารในบ้านให้เรียบง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น การเลือกอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาล ลดอาหารแปรรูป สำรองวัตถุดิบพื้นฐานที่เก็บได้นาน และจัดการอาหารอย่างมีวินัย เพราะช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากการขาดแคลนหรืออาหารปนเปื้อน สำหรับการปลูกผักเล็กๆ รอบบ้านหรือในกระถางไม่ได้เป็นแค่เรื่องประหยัดค่ะ แต่คือการสร้างแหล่งอาหารสำรองที่ปลอดภัยและควบคุมได้ด้วยตัวเอง ในด้านน้ำและสุขอนามัย การดูแลความสะอาดไม่ควรถูกมองเป็นภาระนะคะ แต่เป็นกลไกป้องกันปัญหาในระยะยาว ให้เรียนรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ดูแลแหล่งน้ำให้สะอาด แยกขยะอย่างถูกต้อง และรักษาความสะอาดพื้นที่ครัว ห้องน้ำ และจุดทิ้งขยะ ช่วยลดการสะสมของจุลินทรีย์ได้อย่างมาก การเตรียมอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น น้ำสะอาดสำรอง ภาชนะอาหารปลอดภัย อุปกรณ์ทำความสะอาด และชุดปฐมพยาบาล คือการเตรียมพร้อมที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนในยามที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถเข้าถึงได้ทันทีค่ะ และสิ่งสุดท้ายคือความรู้และการตัดสินใจอย่างมีสติ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดของเรา เพราะการเข้าใจที่มาของอาหาร วิธีเลือก วิธีเก็บ และวิธีใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม มีส่วนอย่างมากที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเราปรับจากการพึ่งพาระบบภายนอกทั้งหมด มาเป็นการเตรียมพร้อมและดูแลตัวเองในระดับพื้นฐานได้ วิกฤติระดับโลกอาจยังคงเกิดขึ้น แต่คุณภาพชีวิต สุขภาพ และความมั่นคงของครอบครัวจะไม่พังลงพร้อมกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการรับมือวิกฤติอย่างมีศักยภาพและยั่งยืนค่ะทุกคน โดยจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้เจอมานั้น ในช่วงที่ที่นี่กลายเป็นพื้นที่สีแดงจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชานั้น ด้วยความที่ไม่ได้อพยพไปไหน ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงว่า ในช่วงที่มีความไม่สงบจากสงครามนั้น ผู้คนกลัวมากและหลังจากนั้นไม่นาน ก็จะมาเครียดมากจากอาหารที่มีอยู่ค่อยๆ ลดลง และถ้าตอนนั้นเหตุการณ์ไม่จบก็จะมีปัญหาด้านสุขอนามัยจากความมั่นคงทางอาหารตามมา จากการกินที่จำกัดและลดคุณภาพของอาหารลง โดยในตอนนั้นร้านขายของที่เกี่ยวกับอาหารปิดเกือบหมด ร้านที่มีอยู่ของในสต๊อกก็เริ่มหมด ผู้คนที่ไม่ได้เรียนรู้การทำอาหารกินเองเจอปัญหาว่าไม่มีอาหารพร้อมทานขาย ความต้องการเสบียงสูงขึ้นทั้งๆ ที่ในยามปกติบางคนแทบจะไม่ได้ซื้อสิ่งนั้นเลย แต่พอสถานการณ์คับขันที่ไม่เคยกินก็ต้องซื้อมากินเพื่อให้ผ่านจุดนั้นไปก่อน ก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่ต้องจำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ แต่จริงๆ ตอนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นผู้เขียนไม่ได้ตื่นตระหนกมากค่ะ เพราะที่นี่สำรองอาหารไว้ทุกที่ที่เป็นไปได้ ในตู้เย็น ข้างนอก การแปรรูปอาหาร ที่สำคัญมีการปลูกเองด้วย เลยง่ายขึ้นมาหน่อย และในส่วนของการเรียนรู้เรื่องการเลือกซื้ออาหาร การจัดเก็บ การปรุงประกอบที่ถูกสุขลักษณะ รวมไปถึงการจัดการขยะอาหาร สิ่งเหล่านี้โดยส่วนตัวแล้วเรียนรู้และปรับใช้ตลอดเวลานะคะ ต่อให้ต้องไปอยู่ในที่ที่ต้องอพยพไป ก็ยังสามารถจัดการสิ่งเหล่านั้นได้เหมือนเดิมค่ะ ดังนั้นการมีความรู้และทักษะด้านการจัดการอาหารในระดับครัวเรือน คือด่านแรกของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ค่ะ อ่านมาตรงนี้แล้วก็อย่าลืมนำข้อมูลในบทความนี้ไปปรับใช้สู่การปฏิบัตินะคะ ต้องตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงค่ะ อย่างน้อยให้เรียนรู้การจัดการอาหารอย่างเป็นระบบที่บ้าน บางอย่างปลูกได้ก็ปลูก ใช้พื้นที่ พื้นดินให้เกิดประโยชน์ แสงแดดก็มีแบบฟรีๆ เพราะบางประเทศเจอว่าไม่มีแดด เขายังกระตือรือร้นปลูกโน่นปลูกนี่นะคะ ประเทศไทยถือว่าได้เปรียบมากๆ ในหลายอย่าง การเข้าถึงอาหารก็ยังง่ายกว่า มีตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ร้านค้าที่ได้มาตรฐานต่างๆ ก็เข้าใจเรื่องสุขาภิบาลอาหารมากขึ้น อาหารในท้องถิ่นตามฤดูกาลก็มีเยอะ และราคายังจับต้องได้ การทำการเกษตรในไทยก็พัฒนาขึ้น ผู้คนเริ่มหันมาพึ่งความเป็นธรรมชาติ ใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น มาตรฐานต่างๆ ด้านอาหารก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อควบคุมเรื่องอาหารให้เรา และปัจจุบันผู้คนในไทยเริ่มหันมาทำการเกษตรแบบปลอดสารมากขึ้นด้วย และนั่นคือสิ่งต่างๆ ที่เกิดรอบตัวเรา ยังไงก็ลองขยับมาเริ่มทำจากที่บ้านของตัวเองกันด้วยค่ะทุกคน และด้วยความตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากคุณผู้อ่านชื่นชอบเนื้อหาแนวนี้ อย่าลืมกดติดตามหรือบันทึกโปรไฟล์ไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลใหม่ๆ ในบทความถัดไป หากสนใจอ่านบทความทั้งหมดของผู้เขียน ก็สามารถกดเข้าไปดูได้จากโปรไฟล์เช่นกันค่ะ #ความมั่นคงทางอาหาร #วิกฤติอาหารโลก #อนามัยสิ่งแวดล้อม #EnvironmentalHealth #FoodCrisis เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก ถ่ายภาพโดย Jcomp จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1 ถ่ายภาพโดย Freepik จาก FREEPIK และภาพที่ 2-4 ถ่ายภาพโดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 แนวทางลดขยะอาหาร ประเภทผลไม้สด ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 9 แนวทางสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในระดับครัวเรือน ต้องทำอะไร 9 เคล็ดลับปลูกผักกินเองในบ้าน ปลอดสารพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียว หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !