วันก่อนดิฉันไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตมาค่ะคุณ แล้วก็ได้พบกับผลไม้ที่ต้องขอสารภาพว่าไม่เคยพิศวาสมันมาก่อนเลยค่ะ สิ่งนั้นคือ ชมพู่ ค่ะคุณ สำหรับดิฉันแล้วชมพู่ก็เป็นผลไม้ที่มีรสชาติงั้น ๆ เพียงแค่ว่าให้องค์ประกอบสีที่สวยเวลามันอยู่ในจานสลัดผลไม้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้อยากซื้อมากินเลย กระทั่งวิกฤตโควิด 19 มาเยือน คาดว่าหลายคนก็คงจะรู้สึกว่าได้เปิดโลกใหม่ในหลาย ๆ เรื่อง อะไรที่ไม่เคยคิดจะทำก็ทำ อะไรที่ไม่เคยคิดจะกินก็กิน ซึ่งชมพู่ก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดิฉันค่ะ ดิฉันถือตะกร้าเดินไปยังจุดที่วางผลไม้หลากชนิด ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะซื้อผลไม้ชนิดไหน เพียงแค่เดินไปดูซิว่ามีอะไรน่ากินมั่ง แล้วก็สะดุดตากับชมพู่พันธุ์สีแดงก่อนค่ะ เพราะสีมันสวยมาก ถัดจากตะกร้าชมพู่แดงก็เป็นชมพู่พันธุ์สีเขียวซึ่งผิวก็เนียนมาก จึงตัดสินใจซื้อมันมาทั้งสองพันธุ์เลยค่ะคุณ แค่อยากจะรู้ว่ารสชาติมันจะอร่อยเหมือนสีที่เห็นมั้ย และขอสารภาพว่าจำชื่อสายพันธุ์ไม่ได้ ครั้นจะเสิร์จหาข้อมูลก็เห็นมีอยู่หลายสายพันธุ์เลยทีเดียว แถมดิฉันยังแยกไม่ออกด้วยว่าไอ้ที่ซื้อมามันตรงกับสายพันธุ์อะไร ในบทความนี้จึงขอเรียกสั้น ๆ ว่า ชมพู่แดง กับ ชมพู่เขียว ละกันค่ะ เมนูที่ดิฉันนำมาแชร์กันเกิดจากความรู้สึกที่ว่าอยากกินชมพู่ในแบบที่ยังไม่เคยกิน ปกติถ้าจะกินคือต้องกินกับครีมสลัดเท่านั้น ไม่ชอบกินเปล่า ๆ เพราะมันไม่อร่อย แต่จะกินเป็นครีมสลัดแบบเดิมก็คงจะไม่แปลกใหม่ ดิฉันจึงทำเป็นสลัดแบบน้ำใสค่ะ ส่วนประกอบ ชมพู่แดงกับชมพู่เขียวปริมาณตามชอบ (ดิฉันใช้สีแดงลูกใหญ่ 2 ลูก กับสีเขียวลูกเล็กลงมาหน่อย 3 ลูก) ลูกเกด 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับเพิ่มความหวานให้สลัด เพราะชมพู่เป็นผลไม้ที่ไม่มีรสชาติเท่าไหร่) อัลมอนด์สติ๊กอบ 2 ช้อนโต๊ะ (บางคนจะใช้อัลมอนด์สไลด์หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบก็ได้ แต่ไม่แนะนำเมล็ดทานตะวันเพราะกลิ่นมันจะกลบรสชาติของชมพู่ ทำให้เสียอารมณ์ค่ะ) เดรซซิ่งสำหรับราด วิธีทำ หั่นชมพู่เป็นชิ้นลักษณะตามภาพด้านบน ตัดไส้กลางออก วางชมพู่เรียงสลับสีกันใส่จาน ในที่นี้ชมพู่สีแดงสีสวยมาก ดิฉันจึงจัดให้องค์ประกอบของสีแดงเด่นกว่าสีเขียวค่ะคุณ โรยลูกเกดให้ทั่ว โรยอัลมอนด์ให้ทั่ว ดิฉันวางสะระแหน่ที่มีสีเขียวเข้มเข้ามาตัดสีของเมนูนี้ให้น่าสนใจยิ่งขึ้นค่ะ สูตรเดรซซิ่ง น้ำมันมะกอกแบบ Extra Virgin 2 ช้อนโต๊ะ Apple Cider 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งป่า 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 หยิบมือ พริกไทยดำบด 1 หยิบมือ ดิฉันนำทุกอย่างเทใส่ขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็กแล้วเขย่าแรง ๆ ให้เข้ากัน ก็จะได้เดรซซิ่งสำหรับราดตามภาพด้านล่างเลยค่ะ นอกจากจะได้สีทองนิดหน่อยของ Extra Virgin Olive Oil แล้ว ยังได้สีทองสวยจากน้ำผึ้งป่าที่เราใส่ลงไปด้วย ก่อนทานก็ราดเดรซซิ่งให้ทั่ว เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยกับเมนูสลัดชมพู่คลายร้อน ทางด้านรสชาตินั้น ขอบอกว่ามันมหัศจรรย์มากค่ะคุณ สดชื่นมากอย่างไม่น่าเชื่อ เปลี่ยนทัศนคติที่ดิฉันมีต่อชมพู่โดยสิ้นเชิง รสชาติชมพู่คือจะฉ่ำน้ำมาก ซึ่งมันเป็นหัวใจหลักของความสดชื่นในจานนี้เลย เคล้ากับเดรซซิ่งที่จะรสชาติแบบไลท์ ๆ สลับกับการทานโดนรสหวานจัดของลูกเกดและความนัวกรอบและหอมมันของอัลมอนด์สติ๊ก ได้กลิ่นสะระแหน่หน่อย ๆ อร่อยมากจริง ๆ ค่ะ น้องชายร่วมสายโลหิตถึงกับออกปากชมว่านี่เป็นสลัดที่ให้ความสดชื่นมากอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นความภาคภูมิใจที่ดิฉันอยากนำเสนอสำหรับเมนูหน้าร้อนนี้เลยค่ะคุณ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะให้ประโชน์แก่คุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ รักค่ะคุณ บาย เครดิตภาพ : พริกเผ็ด(ผู้เขียน)