12 เมนูอาหารไทยเสียง่าย ในหน้าฝน ต้องเลือกและเก็บให้ถูกวิธี อ่านกันเลย! เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ในช่วงหน้าฝนหลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่า อาหารที่เรากินทุกวันนั้นมีความเสี่ยงต่อการบูดเสียเร็วกว่าปกติ จากที่สภาพอากาศที่ชื้น อบอ้าว และอุณหภูมิที่ไม่คงที่ กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น จนอาหารหลายชนิดที่เคยเก็บไว้ได้ทั้งวัน กลับเริ่มส่งกลิ่นเปรี้ยวหรือเน่าเสียภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าหากเผลอรับประทานก็อาจก่อให้เกิดอาการต่างๆ จากความเจ็บป่วยที่มากับอาหารได้ทันทีค่ะ ซึ่งหลายคนมักมองภาพไม่ออกอีกว่า เมนูที่เสียง่ายในหน้าฝนมักเป็นอาหารที่มีความชื้นสูง มีส่วนผสมของกะทิ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผักสดที่ผ่านการปรุงแล้ว เพราะทั้งหมดนี้เป็นแหล่งอาหารที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ ดังนั้นการรู้ว่าเมนูใดบูดเสียเร็วและควรเก็บรักษาอย่างไร จึงเป็นความรู้ที่จำเป็นค่ะ เพราะไม่เพียงเพื่อคงรสชาติให้อร่อยเหมือนเดิมเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านสุขอนามัยที่มากับอาหารในช่วงหน้าฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และต่อไปนี้คือตัวอย่างของเมนูอาหารไทยที่เสียได้ง่าย ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยเราค่ะ 1. ปลาเผา ปลาเผาเป็นอาหารที่เสียง่าย เพราะเนื้อปลามีความชื้นและโปรตีนสูง จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ เมื่อเผาแล้วบริเวณท้องปลาและใกล้ก้าง จะยังคงมีความชุ่มน้ำมาก ซึ่งในหน้าฝนที่อากาศชื้นและไม่เย็นพอ จุลินทรีย์จึงเจริญเติบโตเร็ว โดยจะทำให้เนื้อปลามีเมือก ส่งกลิ่นคาวหรือเปรี้ยวในเวลาไม่นาน ซึ่งการปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวค่ะ โดยเราควรเลือกปลาเผาจากร้านที่ปิ้งใหม่ต่อเนื่อง เนื้อดูฉ่ำ ไม่แห้งแข็ง และร้านมีความสะอาด เมื่อซื้อมาแล้วถ้ายังไม่กินทันที ถ้าทำได้ควรแกะเนื้อปลาออกจากก้างแล้วเก็บในกล่องปิดสนิทแช่ตู้เย็น ไม่ควรทิ้งไว้ในถุงพลาสติกหรือหม้อที่อับชื้น การอุ่นซ้ำควรใช้ไฟแรงให้อุณหภูมิถึงแกนกลางเนื้อปลา และควรบริโภคให้หมดภายใน 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบูดเสียและความเจ็บป่วยที่มีอาหารเป็นสื่อค่ะ 2. ข้าวสวย หลายคนยังไม่รู้ว่าข้าวสวยที่หุงแล้วเป็นอาหารที่เสียง่ายมาก โดยเฉพาะในหน้าฝนที่อากาศชื้นและอุ่น ทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้เร็ว โดยเวลาข้าวเริ่มเสียนั้น ข้าวที่วางทิ้งไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยว เนื้อข้าวจับตัวเหนียวผิดปกติ และเปลี่ยนสีได้ง่าย หากยังเก็บในหม้อหรือทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ยิ่งเสี่ยงต่อการบูดเสียเร็วกว่าปกติค่ะ ดังนั้นควรหุงข้าวในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันการเหลือเกินความจำเป็น หากมีข้าวเหลือควรตักใส่กล่องปิดสนิท แล้วเก็บเข้าตู้เย็นทันทีเมื่อข้าวเย็นลง การอุ่นซ้ำควรใช้ไฟแรงให้ทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการใช้ช้อนที่ตักกินแล้วกลับมาตักซ้ำ เพราะเป็นตัวเร่งให้ข้าวบูดเร็ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 1 วัน เพื่อคงรสชาติและลดความเสี่ยงที่คุกคามสุขอนามัยได้ 3. ผักลวก คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า ผักรวมที่ลวกหรือนำมาปรุงสุกแล้วเป็นอาหารที่เสียง่ายมาก เพราะมีน้ำเกาะตามเนื้อผักสูง ซึ่งความชื้นนั่นเองที่เป็นตัวเร่งให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในหน้าฝนที่อากาศชื้นและความเย็นไม่ถึง จะทำให้ผักเปลี่ยนสี มีเมือก และมีกลิ่นผิดปกติได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเน่าเสียอย่างรวดเร็วคะ ซึ่งเราควรเลือกผักที่สด กรอบ และล้างสะอาดก่อนนำมาลวกหรือปรุง เมื่อเตรียมเสร็จแล้วถ้าทานไม่หมด ควรสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนเก็บในกล่องปิดสนิทและแช่ตู้เย็น อาจใช้กระดาษซับน้ำรองไว้เพื่อป้องกันความชื้นส่วนเกินก็ได้ ก่อนนำมารับประทานอีกครั้งควรอุ่นหรือลวกซ้ำให้ร้อนทั่วถึง และควรบริโภคให้หมดภายใน 1 วัน เพื่อรักษาความปลอดภัยและรสชาติของผักค่ะ 4. แกงกะทิ หลายคนอาจยังมองภาพไม่ออกว่า แกงกะทิเป็นเมนูที่เสียง่ายมาก เพราะกะทิเป็นวัตถุดิบที่มีทั้งไขมันและโปรตีนสูง ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ เมื่อผ่านการปรุงร้อนแล้ว หากทิ้งไว้ในอากาศชื้นของหน้าฝน อุณหภูมิที่ไม่เย็นพอจะทำให้กะทิเริ่มบูด มีกลิ่นเปรี้ยว น้ำแกงขุ่น และมีการแยกชั้นระหว่างน้ำมันกับน้ำภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงค่ะ ยิ่งถ้ามีเนื้อสัตว์ร่วมด้วยก็ยิ่งเน่าเสียเร็วขึ้น และอาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยผ่านทางอาหารได้ง่าย หากเราเผลอไปรับประทานนะคะ และวิธีแก้ปัญหาคือให้เลือกใช้กะทิสดที่สะอาด หรือกะทิสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน และหากปรุงแกงแล้วควรรับประทานให้หมดทันที ไม่ควรทิ้งไว้ในหม้อที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป หากมีเหลือควรแบ่งใส่กล่องปิดสนิทและเก็บในตู้เย็นทันทีเมื่อแกงเย็นตัวลง ก่อนทานซ้ำต้องอุ่นจนเดือด และควรเก็บไว้ไม่เกิน 1–2 วันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการปฏิบัติตามนี้ไม่เพียงช่วยรักษารสชาติ แต่ยังป้องกันการเจ็บไข้ไปได้ป่วยจากที่มีอาหารเป็นสื่อในช่วงหน้าฝนนะคะ 5. ลาบหมู เป็นเรื่องปกติที่ลาบหมูเป็นเมนูที่เสียง่ายมากค่ะ เนื่องจากใช้หมูสับที่มักลวกพอสุกหรือบางครั้งไม่สุกทั่วถึง ร่วมกับเครื่องปรุงสด เช่น มะนาว น้ำปลา และสมุนไพรต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในหน้าฝนที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิไม่เย็นพอ ทำให้ลาบหมูบูดเปรี้ยว มีกลิ่นผิดปกติ และอาจเสี่ยงต่อปัจจัยชักนำที่ก่อความเจ็บป่วยในคนเราได้จากอาหาร ซึ่งอาจเป็นเวลาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังปรุงนะคะ ดังนั้นเราควรเลือกใช้หมูสดสะอาด ปรุงให้สุกทั่วถึง และล้างผักสมุนไพรให้สะอาดก่อนนำมาคลุกเคล้า หากทำลาบแล้วควรรับประทานทันที ไม่ควรทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง หากเหลือควรเก็บในกล่องปิดสนิทแช่ตู้เย็น และอุ่นซ้ำด้วยไฟแรงก่อนรับประทาน แต่ไม่ควรเก็บเกิน 1 วัน เพราะทั้งเนื้อหมูและสมุนไพรจะสูญเสียรสชาติและเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขอนามัย ซึ่งการใส่ใจขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากอาหารได้มากในหน้าฝนค่ะ 6. น้ำพริกปลาทู เนื่องจากว่าน้ำพริกปลาทูเป็นเมนูที่รวมทั้งเนื้อปลาทูที่ตำละเอียดกับเครื่องปรุงสด เช่น พริก กระเทียม มะนาว และน้ำปลา โดยส่วนผสมเหล่านี้เมื่อตำรวมกันแล้วมีความชื้นสูง ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตได้เร็วนะคะ โดยเฉพาะในหน้าฝนที่อากาศชื้นและอุณหภูมิไม่เย็นเพียงพอ น้ำพริกเริ่มจึงมีกลิ่นเปรี้ยว เนื้อปลาคายมันและแยกน้ำออกมาในเวลาไม่นาน ซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่เสียง่ายมากหากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องค่ะ โดยแนวทางการเลือกและเก็บ คือ เราควรเลือกปลาทูสดและปรุงสุกใหม่ก่อนนำมาตำ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อจุลินทรีย์ เมื่อทำเสร็จแล้วควรรับประทานทันที หากเหลือควรเก็บในกล่องปิดสนิทและนำเข้าตู้เย็น ไม่ควรเก็บรวมกับผักแนมหรือเครื่องเคียง การอุ่นซ้ำควรใช้การนึ่งหรือตั้งไฟอ่อนเพื่อให้ร้อนทั่วถึงค่ะ และควรบริโภคให้หมดภายใน 1 วัน เพื่อรักษารสชาติและลดโอกาสเสี่ยงด้านสุขอนามัย จากที่มีอาหารเป็นตัวกลางนำความเจ็บป่วยมาให้ในช่วงหน้าฝนนี้นะคะ 7. แกงจืด ถึงแม้ว่าแกงจืดเป็นอาหารที่มีน้ำซุปเป็นหลัก ร่วมกับผักสดและเนื้อสัตว์ก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้สามารถกลายเป็นตัวเร่งให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดีค่ะ โดยเฉพาะในหน้าฝนที่อากาศชื้นและความเย็นไม่พอ ทำให้น้ำซุปบูดเร็ว มีกลิ่นเปรี้ยวและขุ่น ผักในแกงก็จะนิ่มเละและส่งกลิ่นผิดปกติ หากปล่อยไว้ในอุณหภูมิห้องไม่กี่ชั่วโมงก็อาจเริ่มเสียได้ทันทีนะคะ และแนวทางการเลือกและจัดเก็บที่ถูกต้องนั้น ควรเลือกผักสดสะอาด เนื้อสัตว์คุณภาพดี และปรุงให้สุกทั่วถึง เมื่อทำแกงเสร็จหากรับประทานไม่หมด ควรแบ่งใส่กล่องปิดสนิทแล้วเก็บในตู้เย็นทันทีเมื่อแกงเย็นตัวลง การอุ่นซ้ำต้องทำให้เดือดแรง และไม่ควรเก็บเกิน 1–2 วัน เพราะรสชาติและคุณภาพจะเปลี่ยนไป ที่โดยสรุปแล้วการดูแลอย่างถูกวิธีนี้ จะช่วยให้แกงจืดยังปลอดภัยและคงรสชาติได้นานขึ้นในหน้าฝนค่ะ 8. ส้มตำ หลายคนยังไม่รู้ว่า ส้มตำเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบูดเสีย เพราะใช้วัตถุดิบสดอย่างมะละกอดิบ มะเขือเทศ และมะนาว รวมทั้งน้ำปลาและกุ้งแห้งที่ตำรวมกันโดยไม่ผ่านการให้ความร้อน เมื่อเจอกับอากาศชื้นในหน้าฝน สถานการณ์นี้จุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วค่ะ จึงทำให้ส้มตำเปรี้ยวผิดปกติ มีกลิ่นหมักคล้ายบูด และบางครั้งน้ำในจานอาจขุ่นหรือฟองลอย หากทิ้งไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มไม่ปลอดภัยแล้วนะคะ โดยเราควรเลือกผักสดสะอาด ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านหรือวิธีอื่นๆ ที่สะดวก เพื่อช่วยลดสิ่งที่ปนเปื้อน หากทำแล้วควรรับประทานให้หมดทันที ไม่ควรทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนะคะ เพราะส้มตำไม่เหมาะสำหรับการเก็บซ้ำ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรแยกน้ำปรุงออกจากเส้นมะละกอแล้วเก็บในกล่องปิดสนิทแช่เย็น และนำมาคลุกใหม่ก่อนกิน เพราะวิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ก็ไม่ควรเก็บเกิน 1 วันอยู่ดีค่ะ 9. เนื้อสัตว์ปรุงสุก เนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงสุก เช่น หมูทอด ไก่ต้ม หรือเนื้อผัด เป็นอาหารที่มีความชื้นและโปรตีนสูงค่ะ ซึ่งเป็นอาหารที่จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดีมาก โดยเฉพาะในหน้าฝนที่อากาศอบอ้าวและชื้น ทำให้เนื้อสัตว์เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็ว เช่น มีกลิ่นเปรี้ยว เนื้อแฉะหรือมีเมือก หากปล่อยไว้ในอุณหภูมิห้องเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจบูดเสียและก่อให้เกิดสภาวะที่เสี่ยงด้านสุขอนามัยได้ทันที ดังนั้นควรเลือกเนื้อสัตว์สดสะอาดและปรุงให้สุกทั่วถึงก่อนนำมาบริโภคค่ะ หากทานไม่หมดควรรีบเก็บในภาชนะปิดสนิท และแช่ตู้เย็นทันทีหลังอาหารเย็นตัวลง การอุ่นซ้ำต้องใช้ไฟแรงจนร้อนถึงแกนกลาง เพื่อลดความเสี่ยงจากจุลินทรีย์ และไม่ควรเก็บเกิน 1–2 วัน เพราะคุณภาพของเนื้อจะเปลี่ยนและรสชาติจะด้อยลง ซึ่งการดูแลจัดเก็บที่ถูกสุขลักษณะ จะช่วยป้องกันการบูดเสียและคงความปลอดภัยในการบริโภคได้มากในช่วงหน้าฝนค่ะทุกคน 10. ขนมหวานมีกะทิ ลองนึกภาพตามค่ะ ขนมหวานที่มีกะทิ เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน บัวลอย ฟักทองแกงบวด หรือขนมต้มกะทิ เป็นเมนูที่เสียง่ายมากนะคะ เนื่องจากกะทิมีทั้งไขมันและโปรตีนสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ เมื่ออยู่ในสภาพอากาศหน้าฝนที่ชื้นและอบอ้าว ยิ่งเร่งให้กะทิเสียเร็วขึ้น ขนมจะมีกลิ่นเปรี้ยว น้ำกะทิแยกชั้นเป็นน้ำมันลอย และเนื้อขนมเละ ไม่เหมาะสมต่อการบริโภคภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหากวางไว้ที่อุณหภูมิห้องค่ะ โดยเราควรเลือกซื้อขนมจากร้านที่ทำสดใหม่และสะอาด หากทำเองควรใช้กะทิสดที่ผ่านการต้มจนเดือด หลีกเลี่ยงการใช้กะทิที่คั้นแล้ววางทิ้งไว้นาน หากรับประทานไม่หมดควรรีบเก็บในภาชนะปิดสนิทและแช่ในตู้เย็นทันที การอุ่นซ้ำต้องให้เดือดทั่วถึง และควรบริโภคให้หมดภายใน 1 วัน เพราะแม้จะเก็บในความเย็น กะทิก็ยังคงเน่าเสียง่าย การจัดเก็บที่ถูกต้องจะช่วยคงรสชาติของขนมหวาน และลดความเสี่ยงต่อความเสี่ยงด้านสุขอนามัยในช่วงหน้าฝนได้มากค่ะ 11. ต้มยำกุ้ง ต้มยำกุ้งเป็นเมนูที่มีทั้งกุ้งสด เห็ด และสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแม้จะผ่านการต้มแล้ว แต่ก็ยังเป็นอาหารที่เสียง่ายอยู่ดีค่ะ เพราะน้ำซุปมีความชื้นและโปรตีนจากกุ้งที่เป็นแหล่งเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ในช่วงหน้าฝนที่อากาศชื้นและไม่เย็นพอ ทำให้ต้มยำกุ้งบูดเสียได้เร็ว น้ำซุปขุ่น มีกลิ่นเปรี้ยว และกุ้งจะนิ่มเละจนไม่ปลอดภัย หากปล่อยทิ้งไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มเสื่อมคุณภาพทันทีนะคะ ดังนั้นควรเลือกกุ้งที่สดและล้างสะอาดก่อนนำมาปรุง เพื่อช่วยลดสิ่งที่อาจปนเปื้อน เมื่อทำต้มยำแล้ว หากรับประทานไม่หมด ควรรีบแบ่งใส่กล่องปิดสนิทและเก็บในตู้เย็นทันทีเมื่อเย็นตัวลง การอุ่นซ้ำควรต้มน้ำแกงให้เดือดแรง และควรบริโภคให้หมดภายใน 1 วัน เพราะต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่แม้เก็บเย็นก็ยังเสียง่าย หากปฏิบัติถูกวิธีก็จะช่วยคงรสชาติและความปลอดภัยได้ในช่วงหน้าฝนนะคะ 12. อาหารทะเลสุก หลายคนยังไม่รู้ว่า อาหารทะเลที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว เช่น กุ้งต้ม ปลาหมึกย่าง หรือหอยนึ่ง จัดเป็นเมนูที่เสียง่ายมาก เนื่องจากเนื้อจากสัตว์ที่มาจากทะเลมีความบอบบางและชื้นสูง ทำให้เป็นแหล่งอาหารที่จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดี ยิ่งในหน้าฝนที่อากาศชื้นและอุณหภูมิไม่เย็นพอ จะยิ่งเร่งให้เกิดกลิ่นคาวแรง เนื้อยุ่ยเละ และมีกลิ่นเปรี้ยวได้อย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้ในอุณหภูมิห้องเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มักจะเริ่มเสียคุณภาพและไม่ปลอดภัยต่อการบริโภคค่ะ โดยเราควรเลือกวัตถุดิบทะเลที่สดใหม่ก่อนนำมาปรุง และปรุงให้สุกทั่วถึงเพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังรับประทานหากมีเหลือควรรีบเก็บในภาชนะปิดสนิทและแช่ในตู้เย็นทันทีเมื่ออาหารเย็นตัวลง การอุ่นซ้ำควรทำให้ร้อนจัดถึงแกนกลางเนื้อเพื่อความปลอดภัย และควรรับประทานให้หมดภายใน 1 วัน เนื่องจากอาหารทะเลแม้จะแช่เย็นก็ยังเสียง่าย การเลือกและจัดเก็บที่ถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงจากอาหารในช่วงหน้าฝนได้อย่างมากค่ะ ก็จบแล้วค่ะ กับตัวอย่างของเมนูอาหารไทยที่เสียได้ง่าย ในช่วงที่มีฝนตกหนักนี้นะคะ จะเห็นได้ว่าในช่วงหน้าฝนอาหารหลายชนิดเสียง่ายกว่าปกติ เพราะความชื้นและอุณหภูมิที่ไม่คงที่ ไปเป็นปัจจัยเร่งให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้รวดเร็ว อาหารที่มีความชื้นสูง เช่น แกงกะทิ แกงจืด หรือต้มยำ รวมถึงอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ ปลา และอาหารทะเลสุก ก็ล้วนแล้วแต่มีโอกาสบูดเสียได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากเราเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องนะคะ นอกจากนี้อาหารสดตำและทำใหม่ เช่น ส้มตำ หรือน้ำพริกปลาทู ก็ยิ่งเปราะบางต่อการปนเปื้อนจุลินทรีย์และทำให้เสื่อมคุณภาพได้เร็วมาก โดยเมื่ออาหารบูดเสียแล้ว หากยังเผลอบริโภคเข้าไปก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยผ่านทางอาหาร ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือในบางกรณีอาจรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลค่ะ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก คนชรา และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ดังนั้นการเข้าใจว่าอาหารใดเสียง่ายและควรจัดเก็บอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาสุขอนามัยได้อย่างมากในหน้าฝนนะคะ และหลักการง่ายๆ ที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยง คือ การเลือกวัตถุดิบสดใหม่ สะอาด และปรุงให้สุกทั่วถึง หลังจากทำอาหารแล้วควรรีบรับประทานให้หมด ไม่ทิ้งไว้นานในอุณหภูมิห้อง หากมีเหลือต้องรีบเก็บในภาชนะปิดสนิทและแช่ในตู้เย็นทันที การอุ่นซ้ำต้องทำให้ร้อนถึงแกนกลางอาหาร และควรบริโภคให้หมดภายใน 1–2 วันในกรณีของเมนูเสียง่าย ซึ่งการใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงช่วยคงรสชาติเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันสำคัญต่อความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารในช่วงหน้าฝนนี้อีกด้วย ที่โดยส่วนตัวแล้วเมนูอาหารต่างๆ ที่ผู้เขียนได้นำเสนอมานั้น ผู้เขียนเองก็ได้เฝ้าระวังตลอดหากปรุงขึ้นมารับประทานภายในบ้านค่ะ รวมไปถึงในบางครั้งก็ได้ซื้อเมนูอาหารไทยข้างต้นจากข้างนอกด้วย ซึ่งนอกจากผู้เขียนจะตรวจสอบการบูดเสียแล้ว หากไม่ได้รับประทานทันที ผู้เขียนก็จะจัดเก็บให้ถูกต้อง เพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันความเจ็บป่วยผ่านทางอาหารค่ะ เพราะเคยได้เห็นการบูดเสียของอาหารหลายอย่างมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเกิดจากการวางอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องในหน้าฝนนะคะ ยังไงนั้นหากคุณผู้อ่านไม่อยากเจ็บป่วยจากที่มีอาหารเป็นสื่อ ข้อมูลข้างต้นคือตัวช่วยในการสังเกต เฝ้าระวังและบริหารจัดการอาหารของเราค่ะ และด้วยความตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากสนใจเนื้อหาเช่นนี้อีก อย่าลืมกดติดตามหรือบุ๊กมาร์กโปรไฟล์ไว้ เพื่อรับข้อมูลใหม่ๆ ในบทความต่อไป ถ้าต้องการอ่านบทความทั้งหมดโดยผู้เขียน ให้กดดูโปรไฟล์ได้เลยค่ะ #อาหารเป็นสื่อนำโรค #สุขาภิบาลอาหาร #ความปลอดภัยในอาหาร #FoodborneDisease #FoodSafety เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก โดย Jcomp จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหาโดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 สัญญาณอาหารเริ่มบูดเสีย ที่ต้องสังเกต และหลีกเลี่ยงไม่กิน 10 พฤติกรรมในครัว ทำให้จุลินทรีย์สะสมแบบไม่รู้ตัว ที่ควรรู้! 9 ทริคกินอย่างไรดี ช่วยโลกลดขยะอาหาร สร้างสิ่งแวดล้อมยั่งยืน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !