9 ไอเดียเตรียมอาหารแจก ในวันเด็กแห่งชาติ แบบไหนถูกสุขลักษณะ เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล วันเด็กแห่งชาติเป็นวันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และกิจกรรมมากมายที่ผู้ใหญ่ตั้งใจมอบให้เด็ก แต่หนึ่งในสิ่งที่มักมาพร้อมงานเฉลิมฉลองเสมอคืออาหารแจก ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่ากลับเป็นจุดที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพของเด็กจำนวนมากในเวลาเดียวกันค่ะ เพราะอาหารเพียงหนึ่งกล่อง หากขาดการวางแผนหรือดูแลที่เหมาะสม อาจเปลี่ยนความตั้งใจดีให้กลายเป็นความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมอาหารในงานวันเด็กควรถูกมองให้ลึกกว่าความอร่อยหรือความสะดวกนะคะ และถ้าเราลองนึกถึงข่าวที่เคยมีเด็กกินอาหารแล้วท้องเสีย ไม่ว่าจะจากกิจกรรมกีฬาสีหรืออะไรก็ตามแต่ ก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากที่เรามองไม่ออกว่าอาหารเป็นสื่อนำโรคได้ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการเตรียมอาหารก่อนไปแจกในวันเด็กกันค่ะ เพื่อทำให้เรามองภาพออกบ้างว่ามีความเสี่ยงตรงจุดไหนบ้าง อะไรคือแนวทางที่ต้องทำจริงๆ ที่จะทำให้การไปแจกอาหารในวันเด็กมีความปลอดภัยมากขึ้น ที่จะช่วยให้อาหารทุกคำที่ส่งถึงมือเด็ก เป็นทั้งความสุขและความปลอดภัยไปพร้อมกันค่ะ กับแนวทางที่จำเป็นต้องรู้ดังต่อไปนี้ 1. เลือกเมนูที่สุกใหม่และทนต่ออุณหภูมิ การเลือกเมนูอาหารสำหรับแจกในวันเด็กแห่งชาติ หัวใจสำคัญคือต้องสุกใหม่และทนต่ออุณหภูมิค่ะ ต่อให้ตอนไปแจกจะเป็นช่วงอากาศหนาวก็ตาม เพราะอาหารที่ผ่านความร้อนอย่างทั่วถึงจะช่วยลดความเสี่ยงจากจุลินทรีย์ได้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเป็นกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีการแจกอาหารต่อเนื่องเป็นเวลานาน เมนูอย่างข้าวผัด ข้าวอบ ไข่ต้ม ขนมปังอบ หรืออาหารกล่องที่ปรุงสุกเต็มที่ จึงเหมาะกว่าของดิบหรือกึ่งสุกนะคะ เพราะสามารถคงความปลอดภัยได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แม้จะยังไม่ได้รับประทานทันทีก็ตาม ดังนั้นการเลือกเมนูตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องความอร่อย แต่เป็นการออกแบบความปลอดภัยให้เด็กตั้งแต่คำแรกที่กินเข้าไปค่ะ อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือความสามารถของอาหารในการอยู่ได้ในอุณหภูมิห้อง อาหารบางชนิดแม้ปรุงสุกแล้ว แต่เสียง่ายเมื่อวางทิ้งไว้นาน เช่น อาหารที่มีครีม กะทิ หรือโปรตีนสูงผสมความชื้น หากเลือกเมนูที่ไม่เหมาะ อาจกลายเป็นแหล่งเพาะจุลินทรีย์โดยไม่รู้ตัว เราจึงควรเลือกอาหารที่โครงสร้างแน่น ไม่แฉะ และไม่ต้องพึ่งการแช่เย็นตลอดเวลา โดยแนวคิดนี้จะช่วยให้การแจกอาหารในงานวันเด็กเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษ และทำให้ผู้จัดงานดูมีมาตรฐานด้านสุขาภิบาลที่ชัดเจนตั้งแต่การวางแผนเมนูค่ะ 2. วัตถุดิบต้องสด สะอาด และมีแหล่งที่มาเชื่อถือได้ วัตถุดิบคือจุดเริ่มต้นของความปลอดภัยทางอาหารค่ะ ต่อให้อาหารปรุงสุกดีแค่ไหน หากเริ่มจากวัตถุดิบที่ไม่สดหรือปนเปื้อน ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ สำหรับการเตรียมอาหารแจกในวันเด็ก เราควรเลือกวัตถุดิบที่ดูสดใหม่ตามธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นผิดปกติ สีไม่ซีดหรือคล้ำ และไม่มีร่องรอยการเน่าเสีย แหล่งซื้อควรเป็นร้านหรือผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ มีการเก็บรักษาเหมาะสม โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ไข่ และผักสด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ได้ง่าย การใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนนี้ช่วยลดความเสี่ยงก่อนเข้าครัวได้มากค่ะ นอกจากความสดแล้ว ความสะอาดของวัตถุดิบก็เป็นอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ก่อนนำมาปรุงควรล้างผักและวัตถุดิบทุกชนิดด้วยน้ำสะอาด แยกการล้างเนื้อสัตว์ออกจากผักอย่างชัดเจน และหลีกเลี่ยงการแช่รวมกันเพื่อลดการปนเปื้อนข้าม วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะปิดมิดชิด ไม่ชื้น และไม่ปะปนกับของดิบทั้งหมด ซึ่งแนวทางเหล่านี้ช่วยให้เราเตรียมอาหารแจกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพด้านสุขาภิบาลอาหารที่คนทั่วไปก็สามารถทำตามได้ทันทีค่ะ 3. ผู้ปรุงและผู้แจกต้องใส่ใจสุขอนามัยส่วนบุคคล ผู้ปรุงและผู้แจกอาหารถือเป็นด่านสำคัญที่จุลินทรีย์สามารถเข้าสู่อาหารได้ง่ายที่สุด หากสุขอนามัยส่วนบุคคลไม่ดี ต่อให้อาหารและวัตถุดิบสะอาดเพียงใดก็ยังเกิดความเสี่ยงค่ะ สำหรับการเตรียมอาหารแจกในวันเด็ก เราควรเริ่มจากการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนเริ่มงาน ระหว่างปรุงอาหาร และทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งสกปรก ควรสวมหมวกคลุมผม หน้ากากอนามัย และเสื้อผ้าที่สะอาด เพื่อป้องกันเส้นผม น้ำลาย หรือสิ่งปนเปื้อนตกลงสู่อาหารโดยไม่รู้ตัว ในขั้นตอนการแจกอาหาร ผู้แจกควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอาหารโดยตรงด้วยมือเปล่า ใช้ถุงมือ คีม หรืออุปกรณ์ตักอาหารที่สะอาดแทน หากถุงมือสกปรกหรือขาดควรเปลี่ยนทันที และไม่ควรจับเงิน โทรศัพท์ หรือของใช้ส่วนตัวขณะให้แจกอาหาร โดยแนวทางเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ช่วยลดการปนเปื้อนจากคนสู่เด็กได้อย่างชัดเจน และทำให้การจัดงานวันเด็กเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสะท้อนความใส่ใจด้านสุขาภิบาลอาหารอย่างแท้จริงนะคะ 4. ใช้อุปกรณ์ที่สะอาดและแยกใช้งานชัดเจน อุปกรณ์ประกอบอาหารเป็นแหล่งปนเปื้อนที่เกิดขึ้นได้ง่าย หากใช้งานปะปนหรือทำความสะอาดไม่เหมาะสม ในการเตรียมอาหารแจกสำหรับวันเด็ก เราควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของเขียง มีด ภาชนะ และอุปกรณ์ทุกชนิดก่อนเริ่มใช้งาน อุปกรณ์ที่ใช้กับอาหารดิบควรแยกออกจากอุปกรณ์สำหรับอาหารสุกอย่างชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้าม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการอาหารเป็นพิษในกิจกรรมแจกอาหารจำนวนมาก นอกจากนี้หลังใช้งานอุปกรณ์แต่ละประเภทควรล้างทำความสะอาดทันทีด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำสะอาด แล้วผึ่งให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ควรวางอุปกรณ์ที่สะอาดปะปนกับพื้นที่หรือภาชนะที่ยังสกปรก การจัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ แยกโซนชัดเจน จะช่วยให้การทำงานหน้างานเป็นระบบมากขึ้น แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขาภิบาลอาหาร แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของผู้จัดงานที่ใส่ใจสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ 5. ควบคุมเวลาและอุณหภูมิหลังปรุง หลังจากอาหารปรุงสุกแล้ว ช่วงเวลาการรอแจกถือเป็นช่วงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนมากที่สุดค่ะ หากปล่อยให้อาหารอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม จุลินทรีย์สามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแจกอาหารในวันเด็ก เราควรคำนึงถึงระยะเวลาหลังปรุงเป็นหลักค่ะ โดยอาหารที่สุกแล้วไม่ควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องเกินประมาณ 2 ชั่วโมง และควรมีแผนการปรุงให้สอดคล้องกับเวลาการแจก เพื่อลดช่วงรอที่ไม่จำเป็นและรักษาความปลอดภัยของอาหาร ในกรณีที่ต้องรอแจกหรือแจกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรใช้อุปกรณ์ช่วยรักษาอุณหภูมิ เช่น ภาชนะมีฝาปิด หม้ออุ่นอาหาร หรือกล่องเก็บความร้อน เพื่อให้อาหารอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยมากที่สุด หลีกเลี่ยงการเปิดฝาภาชนะบ่อยครั้ง เพราะจะทำให้อุณหภูมิลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน การควบคุมเวลาและอุณหภูมิหลังปรุงอย่างเหมาะสม เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยให้อาหารแจกในวันเด็กปลอดภัย เด็กกินได้อย่างมั่นใจ และผู้จัดงานลดความเสี่ยงด้านสุขาภิบาลอาหารได้อย่างชัดเจนค่ะ 6. บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาดและเหมาะกับอาหารที่แจก บรรจุภัณฑ์เป็นด่านสุดท้ายก่อนอาหารถึงมือเด็ก หากเลือกไม่เหมาะสมหรือไม่สะอาด ความเสี่ยงด้านสุขาภิบาลก็อาจเกิดขึ้นได้ทันที สำหรับการแจกอาหารในวันเด็ก เราควรเลือกภาชนะที่สะอาด ปลอดภัยต่ออาหาร และเหมาะกับลักษณะเมนู เช่น กล่องอาหารหรือถุงที่ทนความร้อน ไม่ละลาย ไม่มีกลิ่น และไม่แตกง่าย ภาชนะควรเป็นแบบใช้ครั้งเดียวและผ่านการเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อลดการปนเปื้อนก่อนนำมาใช้งาน นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ควรมีฝาปิดมิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่น แมลง และการสัมผัสจากภายนอก โดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานกลางแจ้งหรือมีคนจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงการวางภาชนะเปลือยหรือเปิดฝาทิ้งไว้นานเกินไป การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร แต่ยังทำให้การแจกอาหารเป็นระเบียบ สวยงาม และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่าอาหารที่เด็กได้รับผ่านการใส่ใจในทุกขั้นตอนจริงๆ 7. หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงสำหรับเด็ก ประเด็นนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึง เพราะมักจะโฟกัสไปที่ตัวเราอยากแจกอะไรให้กับเด็กมากกว่า แต่คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า เด็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ ทั้งในเรื่องการย่อย การแพ้ และการสำลัก ดังนั้นการเลือกเมนูอาหารแจกในวันเด็กจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีลักษณะแข็ง เหนียว กลม หรือมีชิ้นเล็กแข็ง เช่น ถั่ว เม็ดบัว ลูกชิ้นขนาดใหญ่ หรือขนมที่เคี้ยวยาก เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายขณะรับประทานได้โดยไม่ตั้งใจ การเลือกอาหารเนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย และกลืนได้สะดวก จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หวานจัด หรือมีส่วนผสมที่กระตุ้นการแพ้ได้ง่าย เช่น ถั่ว นม ไข่ ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรมีการให้ข้อมูลอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ปกครองตัดสินใจแทนเด็ก ซึ่งแนวคิดนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันอุบัติเหตุและอาการไม่พึงประสงค์ แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมการกินของเด็ก และความรับผิดชอบด้านสุขาภิบาลอาหารที่ผู้จัดงานควรให้ความสำคัญอย่างแท้จริงนะคะ 8. จัดจุดแจกอาหารให้สะอาดและเป็นระเบียบ จุดแจกอาหารเป็นพื้นที่ที่อาหารสัมผัสกับสภาพแวดล้อมโดยตรง หากจัดการไม่ดีอาจกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว ในงานวันเด็กเราควรเลือกพื้นที่แจกอาหารที่สะอาด อากาศถ่ายเทดี และอยู่ห่างจากถังขยะ แหล่งฝุ่น ควัน หรือสัตว์เลี้ยง โต๊ะวางอาหารควรเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้งาน และยกอาหารให้พ้นจากพื้นอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากสิ่งสกปรกที่อาจปนเปื้อนเข้าสู่อาหาร นอกจากนี้การจัดพื้นที่ให้เป็นระเบียบยังช่วยลดความแออัดและการสัมผัสอาหารโดยไม่จำเป็น ควรจัดลำดับการต่อแถวให้ชัดเจน แยกจุดรับอาหารกับจุดรับประทาน หากเป็นไปได้ควรมีผู้ดูแลคอยควบคุมความเรียบร้อย ที่โดยสรุปแล้วแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยให้อาหารปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังทำให้บรรยากาศการแจกอาหารเป็นมิตร เด็กได้รับอาหารอย่างเป็นระบบ และผู้ปกครองรู้สึกมั่นใจในมาตรฐานสุขาภิบาลของงานตั้งแต่แรกเห็นค่ะ 9. ติดป้ายหรือให้ข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับอาหารที่แจก การให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่แจกเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเสริมความปลอดภัยทางอาหาร โดยเฉพาะในงานวันเด็กที่ผู้รับอาหารมีหลายช่วงวัย การติดป้ายสั้นๆ ระบุชื่อเมนู วันที่หรือช่วงเวลาที่ปรุง และคำแนะนำพื้นฐาน เช่น ควรกินทันทีหรือไม่ควรเก็บไว้นาน ช่วยให้ผู้ปกครองตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารที่ไม่ตรงกับความพร้อมของเด็กแต่ละคน นอกจากนี้หากอาหารมีส่วนผสมที่เด็กแพ้ง่าย เช่น นม ไข่ หรือถั่ว ควรระบุให้ชัดเจนในรูปแบบที่อ่านง่ายและมองเห็นได้ทันที แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันอาการแพ้หรือผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้จัดงาน การสื่อสารข้อมูลอาหารอย่างตรงไปตรงมา ทำให้การแจกอาหารในวันเด็กไม่ใช่แค่การให้ แต่เป็นการให้ที่ปลอดภัย รอบคอบ และมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของเด็กอย่างแท้จริงค่ะ ก็จบแล้วค่ะ พอจะมองเห็นภาพกันแล้วนะคะ จากแนวทางข้างต้นจะเห็นได้ว่าการเตรียมอาหารแจกในวันเด็กไม่ใช่เพียงการทำให้เด็กอิ่มเท่านั้น แต่คือการจัดการความปลอดภัยทางอาหารในสถานการณ์ที่มีผู้รับบริการจำนวนมาก ซึ่งภาพใหญ่ของเรื่องนี้อยู่ที่การคิดล่วงหน้าค่ะ ตั้งแต่การวางแผนเมนู วิธีเตรียม ไปจนถึงการจัดการหน้างาน เพราะทุกขั้นตอนเชื่อมโยงกัน หากจุดใดจุดหนึ่งถูกละเลยไป ความเสี่ยงจะส่งต่อไปถึงเด็กทันที ซึ่งการมองอาหารเป็นระบบมากกว่าแค่ของแจก จะช่วยให้การจัดงานมีมาตรฐานและลดปัญหาที่มักเกิดซ้ำในกิจกรรมสาธารณะนะคะ และในทางปฏิบัติการทำให้อาหารปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนอะไรค่ะ แต่ต้องชัดเจนและมีวินัย ตั้งกติกาการทำงานให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน แยกหน้าที่ แยกพื้นที่ และควบคุมขั้นตอนสำคัญให้ได้จริง โดยหน้างานที่ดีคือหน้างานที่คนทำไม่สับสน อาหารไม่ถูกจับซ้ำโดยไม่จำเป็น และเด็กได้รับอาหารอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ช่วยลดความผิดพลาดที่มักเกิดจากความเร่งรีบและความเคยชินได้ค่ะ ซึ่งสุดท้ายแล้วความสำเร็จของการแจกอาหารในวันเด็กวัดได้จากความสบายใจของผู้ปกครองและความปลอดภัยของเด็กค่ะ ไม่ใช่จำนวนกล่องที่แจกหมด ดังนั้นการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้จัดงานต่อสังคมนะคะ และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กิจกรรมโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูง เมื่อเรามองเห็นภาพรวมและนำไปใช้จริงอย่างต่อเนื่อง งานวันเด็กจะเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ปลอดภัย และน่าเชื่อถือในระยะยาว และทำให้ประเทศไทยของเราลดการเจ็บป่วยได้จากการจัดกิจกรรมงานวันเด็กค่ะ สำหรับปีนี้ผู้เขียนคงไม่ได้พาหลานๆ ไปงานวันเด็กที่ไหนค่ะ เพราะต้องไปโรงเรียนตามปกติ เนื่องจากมีการปิดภายในช่วงหลังปีใหม่ที่ผ่านมา จากที่ทางโรงเรียนมองเห็นว่าการข้ามถนนในช่วงนั้นเป็นไปได้ยากลำบากและมีความเสี่ยง เพราะรถติดแน่นยาวต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน เพราะคนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาไปยังที่ทำงานในช่วงวันหยุดยาว จึงต้องไปเรียนชดเชยในวันเด็กค่ะ แต่ที่โรงเรียนน่าจะมีการแจกอาหารและจัดวันเด็กไปในตัวเลย ก็มีเพียงแนะนำว่าให้เขาเลือกอาหารยังไงเท่านั้น ยังไงนั้นหากคุณผู้อ่านวางแผนว่าจะไปแจกอาหารในวันเด็กตามที่ต่างๆ ก็อย่าลืมนึกถึงเรื่องความปลอดภัยของอาหารนะคะ เพราะอาหารสามารถนำความเจ็บป่วยมาสู่คนเราได้ โดยอาหารแจกในวันเด็กก็เป็นอีกจุดหนึ่งสำคัญที่มีความเสี่ยงได้ หากเราไม่ได้จดการให้ดีค่ะ #อาหารสำหรับเด็ก #วันเด็กแห่งชาติ #สุขาภิบาลอาหาร #ความปลอดภัยของอาหาร #การป้องกันโรค เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก ถ่ายภาพโดย Jcomp จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา ถ่ายภาพโดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 วิธีเลือกส้มเขียวหวาน ให้อร่อย ผลต้องเป็นแบบไหน น่าซื้อ 9 ทริคเลือกมันฝรั่งแช่แข็ง มาทอดเอง แบบไหนดี มีคุณภาพน่าซื้อ 9 อาหารเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ หากเก็บไม่ถูกวิธี! หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !