#หีบหายรีวิว Yellow Submarine Coffee Tank เหลี่ยมแบบนี้ พี่ชอบ! #หีบพากิน #หีบหายรีวิว #เรื่องเล่าจากเจ้าถิ่น เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีความน่าสนใจมากๆ สำหรับสายอาร์ตที่รักกาแฟ ทั้งรสชาติและมุมถ่ายภาพเก๋ๆ ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าที่ไหนแบบนี้ ย่อมมีความน่าสนใจอยู่แน่นอนครับ วันนี้ผมพามาที่ร้าน Yellow Submarine Coffee Tank ครับ ถ้าหากหลายๆ คนจะสงสัยว่าทำไมชื่อร้านแปลว่า “เรือดำน้ำสีเหลือง” แต่ตัวร้านกลับเป็นสีดำสนิท แถมไม่มีความเหมือนเรือดำน้ำเลยสักตรง นั่นก็เพราะว่าเจ้าของร้านนั้นตั้งชื่อร้านนี้ขึ้นมาจากชื่อเพลงของวงดนตรีระดับตำนานอย่าง The Beatles นั่นเองครับ ทราบแบบนี้แล้ว ต้องเปิดเพลงฟังไปพร้อมๆ กับการอ่านรีวิวนะครับ เพื่ออรรถรสอย่างถึงที่สุดครับ ตัวร้านที่นี่ค่อนข้างแปลกตาครับ เพราะว่ามีความยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แถมยังมีกำแพงสูงมากๆ เอาเสียด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนถูกกักขัง แต่จริงๆ แล้วผมแอบรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนแนวกั้นที่ช่วยกันเราออกจากโลกภายนอกที่วุ่นวายแล้วหลบเร้นอยู่ในนี้พร้อมกับกาแฟหอมกรุ่นมากกว่านะครับ แต่การมาที่นี่ในวันหยุดก็ขอบอกเลยว่าอาจจะวุ่นวายกว่าโลกภายนอกเสียหน่อยครับ (หัวเราะ) นั่นก็เพราะว่ามุมประจำของทางร้านนั้นรวมๆ แล้วมีอยู่จุดเดียวเลยครับ ด้านหน้าที่มีกำแพงและตัวร้านที่มีความเป็นเรขาคณิต ซึ่งใครๆ ก็ต้องมาถ่ายมุมนี้ครับ เป็นซิกเนเจอร์ที่เรียกว่าแค่ถ่ายตรงนี้ใครๆ ก็รู้แล้วครับ ซึ่งกว่าจะเก็บภาพสวยๆ แบบนี้มาฝากได้ก็ต้องอาศัยข่วงเวลาเล็กน้อยครับ เพราะยังไงซะสถานที่ฮิตก็ต้องมีคนสนใจเป็นธรรมดา ดังนั้นผมจึงรอที่จะหามุมสวยๆ มาฝากทุกคนนี่เลยครับ ร้าน Yellow Submarine Coffee Tank ตั้งอยู่ที่ถนนผ่านศึกครับ เลี้ยวขวาจากถนนธนะรัชต์ช่วงหมู่บ้านกุดค้า ตรงเข้ามาประมาณ 6 กิโลเมตร เมื่อเห็นป้ายทางด้านซ้ายมือว่า “วัดเหวปลากั้ง” ก็เลี้ยวเข้ามาเลยครับ ตัวร้านตั้งอยู่ท่ามกลางสวนแมกไม้แค่ 50 เมตรจากทางเข้าเท่านั้นเองครับ มาถึงภายในและเมนูต่างๆ กันบ้าน ที่นี่จะมีเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ตรงกลางเลยครับ มีแทบเลตที่คอยแสดงรูปเมนูไว้ด้วย เพื่อง่ายต่อการเลือกสรรครับ ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 80 ขึ้นไป จนถึง 100 นิดๆ ครับ ส่วนเค้กก็อยู่ในเรทเดียวกัน คาราเมล มัคคีอาโต้ ราคา 95 บาท ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วเข้ม คัดมาอย่างดีครับ รสชาติเข้มข้นโดดเด่นขึ้นมาตั้งแต่จิบแรกเลยครับ มีกลิ่นและความหวานจากคาราเมลไซรัปที่ไม่แรงจนกลบกลิ่นกาแฟ เรียกได้ว่าสูตรของทางร้านนั้นใช้คาราเมลเสริมรสสัมผัสของตัวกาแฟได้อย่างลงตัวครับ ชอบที่ทางร้านใช้น้ำแข็งแบบลูกบาศก์ที่ละลายช้าและไม่ทำให้กาแฟเสียรสชาติเร็วเกินไป ชอกโกแลตเค้ก 105 บาท เป็นเค้กที่เนื้อแน่น นุ่ม สู้ฟัน มีความเข้นข้นของชอกโกแลตอย่างมากมายมหาศาล รสชาติเข้มข้น หวานน้อยแบบสุดๆ เพื่อให้เราได้รับรสชาติของตัวชอกโกแลตที่ทางร้านถูมิใจนำเสนอได้อย่างเต็มที่ ไม่ผิดหวังกับทั้งรสชาติและราคาครับ หนึบหนับจนอยากจะขอเพิ่ม แต่ก็กลัวทานไม่หมด (หัวเราะ) แบล็คโทสต์ ซิกเนเจอร์ของร้าน 185 บาท ขนมปังชาโคลที่อบมากำลังดี มีความหอมเนยมาๆ กรอบนอก ฉ่ำใน มีความเหนียวหนึบหนับ รู้ทันทีว่าไม่ใช่ขนมปังทั่วๆ ไป เพราะรสสัมผัสที่ได้รับ รวมทั้งการแพลนรสชาติที่จัดวางมาทำให้ได้เมนูที่มีทั้งความหอม เข้มข้น และความหวานที่ลงตัว ไม่มีเมนูไหนหวานเกินไป เลี่ยนเกินไป หรือว่าไม่ลงตัวครับ ราดไซรัปราคาเมลด้านบน ทานกับไอศกรีมและวิปปิ้งที่ไม่หวาน ทำให้เมนูนี้กลายเป็นหนึ่งในเมนูที่บรรดาผองเพื่อนต้องสั่งมาลองทานสร้างความเพลิดเพลินไม่น้อยเลยครับ ซึ่งทางร้านจะมีที่นั่งหลักๆ ประมาณ 3 จุดครับ เลือกนั่งได้ตามความสะดวก ทั้งส่วนในร่ม ที่อยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ ส่วนเอาท์ดอร์ที่มีความร่มรื่นจากแมกไม้ที่รายล้อมครับ มีทั้งด้านข้างของร้าน รวมทั้งส่วนหลังของเคาน์เตอร์ และเป็นส่วนห้องแอร์ครับ ที่มีโต๊ะนั่งอยู่ เพียงพอจะรับลูกค้าได้ประมาณ 20 คน อยู่ด้านหลังของร้านติดกับส่วนเอาท์ดอร์ครับ สะดวกนั่งจุดไหน ก็มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปตรงนั้นครับ หรือจะเวียนถ่ายจนครบเลยก็ไม่ว่ากัน เป็นร้านที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกร้านหนึ่งของคาเฟ่ในโซนเขาใหญ่นะครับ ความน่าสนใจมีไม่น้อยเลยทีเดียว และขอกระซิบไว้ก่อนนะครับ ว่าร้านไม่ได้เปิดบริการทุกวัน แต่ให้บริการในช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้นครับ (ศุกร์ – อาทิตย์) สอบถามเวลาเปิดปิดรวมทั้งวันหยุดพิเศษได้ที่เพจของทางร้านนะครับ ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ และแน่นอนว่าผมก็ยังจะกลับมาที่นี่เพื่อชิมทุกๆ เมนูให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของทุกท่านครับผม ยังมีอีกหลายร้านที่รอทุกๆ คนที่เขาใหญ่ เพราะฉะนั้นน้องหีบก็จะยังไม่หยุดที่จะค้นหาความน่าสนใจเหล่านั้นมาฝากทุกท่านกันครับ ดังนั้นก็เช่นเคยนะ...ติดตามน้องหีบไว้ แล้วเรื่องกินเรื่องเที่ยวเขาใหญ่จะง่ายกว่าที่คิด เรื่อง - ภาพ // น้องหีบ