เราเป็นคนที่ชอบดื่มชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ ต้องได้ดื่มทุกวันไม่ว่าจะเป็นชาเขียวเย็น ชาเขียวนม หรือชาเขียวที่มีรสชาติหอม ๆ เราก็ชอบไปหมด สำหรับเรา ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น แถมยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย ถ้าวันไหนที่ไม่ได้ดื่ม วันนั้นเราจะไม่มีความสุข เรียกได้ว่าชาเขียวคือความสุขในทุก ๆ วันของเรา แต่แล้ววันหนึ่ง เราก็ได้ลองดื่มมัทฉะเป็นครั้งแรก ตอนแรกเราคิดว่ามันก็คงเหมือนชาเขียวทั่วไปนั่นแหละ เพราะทั้งสองอย่างก็มีสีเขียวเหมือนกัน แถมชื่อก็ยังเกี่ยวข้องกับชาเหมือนกันอีกด้วย เราเลยไม่ได้คิดว่ามันจะต่างกันมากนัก แต่พอได้ลองดื่มจริง ๆ กลับรู้สึกว่ารสชาติของมัทฉะไม่เหมือนชาเขียวที่เราดื่มเป็นประจำ จนทำให้เราเริ่มสงสัยขึ้นมาว่า จริง ๆ แล้วชาเขียวกับมัทฉะต่างกันยังไงกันแน่ หลังจากนั้น เราก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับชาเขียวและมัทฉะมากขึ้น เพราะอยากรู้ว่าทำไมเครื่องดื่มที่ดูคล้ายกันถึงมีรสชาติแตกต่างกันได้ เราลองค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต อ่านบทความต่าง ๆ และลองสังเกตเครื่องดื่มตามคาเฟ่ ยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะสิ่งที่เราเคยคิดว่าเหมือนกันมาตลอด กลับมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเลย สิ่งแรกที่เราได้รู้ก็คือ ชาเขียวกับมัทฉะมาจากต้นชาชนิดเดียวกัน นั่นก็คือต้นชา Camellia sinensis แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองอย่างจะเหมือนกันทุกอย่าง เพราะวิธีการปลูก การเก็บเกี่ยว และการนำใบชาไปแปรรูปนั้นแตกต่างกัน เราได้รู้ว่ามัทฉะที่ผลิตตามวิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่นมักใช้ใบชาที่ผ่านการพรางแสงก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยให้ใบชามีสีเขียวสดและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนชาเขียวทั่วไปก็มีวิธีการปลูกหลายแบบ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าถึงจะมาจากต้นชาเหมือนกัน แต่ก็สามารถมีลักษณะที่แตกต่างกันได้ อีกเรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจก็คือ วิธีการผลิตของชาเขียวกับมัทฉะไม่เหมือนกัน ชาเขียวทั่วไปมักนำใบชาไปผ่านความร้อนเพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ จากนั้นก็แปรรูปให้เหมาะกับชาแต่ละชนิด ส่วนมัทฉะจะนำใบชาที่ผ่านกระบวนการผลิตเฉพาะมาบดจนกลายเป็นผงละเอียดสีเขียว พอรู้แบบนี้เราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมมัทฉะถึงเป็นผง ในขณะที่ชาเขียวที่เราดื่มเป็นประจำมักอยู่ในรูปของใบชาสำหรับนำไปชงกับน้ำ พอรู้เรื่องการผลิตแล้ว เราก็เริ่มสังเกตวิธีการชงของเครื่องดื่มทั้งสองชนิดมากขึ้น ชาเขียวทั่วไปจะนำใบชาไปแช่ในน้ำแล้วกรองใบชาออกก่อนดื่ม ส่วนมัทฉะจะนำผงชามาผสมกับน้ำแล้วตีให้เข้ากันโดยไม่ต้องกรองผงชาออก นั่นหมายความว่าเวลาที่เราดื่มมัทฉะ เราจะดื่มผงใบชาที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มเข้าไปด้วย ต่างจากชาเขียวทั่วไปที่เราดื่มน้ำชาที่สกัดออกมาจากใบชาเป็นหลัก นอกจากนี้ สีของชาก็ยังแตกต่างกันด้วย โดยชาเขียวทั่วไปอาจมีสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอมเขียว ส่วนมัทฉะมักมีสีเขียวสดและดูเข้มข้นกว่า ส่วนเรื่องรสชาติเป็นสิ่งที่เราสนใจมากที่สุด เพราะเราเป็นคนที่ชอบชาเขียวอยู่แล้ว เลยอยากรู้ว่ามัทฉะจะมีรสชาติแตกต่างกันมากแค่ไหน จากที่ได้ลองดื่มและศึกษาข้อมูล เราพบว่าชาเขียวทั่วไปมักมีรสชาติที่ดื่มง่าย มีกลิ่นหอมสดชื่น และอาจมีรสฝาดเล็กน้อย ส่วนมัทฉะมักมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า มีทั้งความขม ความฝาด และรสอูมามิที่ให้ความรู้สึกกลมกล่อม แต่มัทฉะแต่ละชนิดก็มีรสชาติไม่เหมือนกัน บางชนิดมีความนุ่มนวลและมีรสหวานตามธรรมชาติ ทำให้ดื่มง่ายกว่าที่เราคิดไว้ หลังจากนั้น เราก็เริ่มออกไปลองชิมชาเขียวและมัทฉะตามร้านต่าง ๆ มากขึ้น เพราะอยากรู้ว่ารสชาติที่อ่านเจอในบทความจะเหมือนกับที่ได้ลองจริงหรือเปล่า บางร้านมีชาเขียวที่หอมและดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ส่วนบางร้านก็มีมัทฉะที่เข้มข้นและมีกลิ่นชาอย่างชัดเจน ทำให้เราเริ่มสังเกตว่าแม้จะเป็นเครื่องดื่มชื่อเดียวกัน แต่รสชาติของแต่ละร้านก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไป เพราะยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของชา ปริมาณที่ใช้ อุณหภูมิของน้ำ และวิธีการชงด้วย ถ้าใช้ใบชาชงด้วยน้ำที่ร้อนเกินไปก็อาจทำให้มีรสขมและฝาดมากขึ้น ส่วนการเติมนม น้ำตาล หรือน้ำเชื่อมก็ทำให้รสชาติเปลี่ยนไปได้เหมือนกัน นอกจากเรื่องสี กลิ่น และรสชาติแล้ว เรายังลองศึกษาถึงประโยชน์ของชาเขียวและมัทฉะด้วย เราได้รู้ว่าทั้งสองชนิดมีสารจากใบชา เช่น คาเทชิน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ แต่เพราะมัทฉะเป็นผงใบชาที่เราดื่มเข้าไปด้วย จึงอาจได้รับสารบางชนิดแตกต่างจากการดื่มชาเขียวที่กรองใบชาออก นอกจากนี้ มัทฉะอาจมีคาเฟอีนต่อหนึ่งแก้วมากกว่าชาเขียวทั่วไปด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดชาและปริมาณที่ใช้ชงเหมือนกัน พอได้รู้เรื่องเหล่านี้ เราก็เข้าใจมากขึ้นว่าถึงจะเป็นเครื่องดื่มที่ดูคล้ายกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันหลายอย่างเลย สุดท้ายแล้ว การได้ลองดื่มมัทฉะในวันนั้นทำให้เราเกิดความสงสัยและเริ่มค้นหาคำตอบในเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะสนใจมาก่อน เมื่อก่อนเราแค่รู้ว่าตัวเองชอบชาเขียว และคิดว่ามัทฉะก็คงไม่ต่างกันเท่าไร แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทั้งสองอย่างมีวิธีการผลิตและวิธีการชงที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อสี กลิ่น และรสชาติ แม้ว่าเราจะยังชอบชาเขียวเหมือนเดิม แต่มัทฉะก็กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่เราอยากลองชิมมากขึ้น สำหรับเรา การดื่มชาไม่ได้มีแค่ความอร่อยหรือความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และค้นพบว่าบางครั้งการลองอะไรใหม่ ๆ เพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้เราได้รู้เรื่องที่น่าสนใจมากกว่าที่เคยคิดไว้ก็ได้🍵 เครดิตรูปภาพ : ผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !