9 วิธีดูอาหารทะเลสด เลี่ยงเน่าเสีย เลือกยังไงดีสะอาด ปลอดภัย เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล อาหารทะเลเป็นวัตถุดิบที่หลายคนชื่นชอบ ทั้งอร่อย ทำอาหารได้หลากหลาย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารที่เสื่อมสภาพได้ง่ายที่สุด หากเลือกไม่ดีอาจกระทบทั้งรสชาติและความปลอดภัยต่อสุขภาพค่ะ โดยหลายครั้งอาหารทะเลที่ดูสดจากภายนอก อาจผ่านการเก็บที่ไม่เหมาะสม หรือเริ่มเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งการเลือกอาหารทะเลจึงไม่ควรอาศัยแค่ความเคยชินหรือราคา แต่ควรอาศัยการสังเกตจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกความสดได้จริง ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่า หากต้องเลือกซื้ออาหารทะเลสดเราควรดูอะไรบ้าง โดยเมื่ออ่านจบแล้วแนวทางต่างๆ จะช่วยให้คุณผู้อ่านเข้าใจวิธีดูอาหารทะเลสดแบบเป็นขั้นตอนได้ดีขึ้น ไม่ว่าใช้เพียงสายตา จมูก และการสัมผัสเบาๆ ก็สามารถแยกของสดออกจากของเก่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูสี ดมกลิ่น สัมผัสเนื้อ ไปจนถึงจุดเฉพาะของวัตถุดิบแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปลา ปลาหมึก หรือหอย รวมถึงการสังเกตความสะอาดของร้าน สิ่งเหล่านี้หากเรารู้จักดูให้ถูกจุด คุณผู้อ่านจะเลือกอาหารทะเลได้อย่างมั่นใจ เลี่ยงของเน่าเสีย ลดความเสี่ยง และได้วัตถุดิบที่สด สะอาด และปลอดภัยตั้งแต่หน้าร้านได้ค่ะ และต่อไปนี้คือวิธีการ 1. ดม “กลิ่น” เป็นอย่างแรก กลิ่นคือสัญญาณความสดที่ดีที่สุดของอาหารทะเลค่ะ เพราะต่อให้หน้าตาดูดี สีสวย หรือแช่น้ำแข็งมาอย่างดีก็ตาม แต่ถ้าเริ่มมีกลิ่นผิดปกติ นั่นคือของที่ไม่สดแล้ว อาหารทะเลสดจริงจะมีกลิ่นอ่อน สะอาด คล้ายกลิ่นทะเลหรือกลิ่นน้ำเค็มจางๆ ไม่ฉุน ไม่เปรี้ยว และไม่ทำให้รู้สึกแสบจมูกนะคะ หากได้กลิ่นเหม็นเน่า เหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นคาวแรงผิดปกติ แปลว่าของเริ่มเสื่อมสภาพและไม่ควรนำไปปรุงอาหารต่อค่ะ โดยเวลาซื้ออาหารทะเลเราควรเริ่มจากการใช้จมูกช่วยตัดสินใจก่อนทุกครั้ง ก้มดมใกล้ๆ อย่างสุภาพ ไม่ต้องจับหรือคนของในร้านก็ได้ หากกลิ่นแรงจนรู้สึกไม่สบายใจ ให้เชื่อความรู้สึกนั้นและเดินผ่านไปค่ะ และอย่าคิดว่าล้างหรือปรุงสุกแล้วกลิ่นจะหายนะคะ เพราะกลิ่นคือสัญญาณของความสดที่เสียไปแล้ว ให้เลือกร้านที่มีกลิ่นสะอาดโดยรวม ไม่มีน้ำขังหรือกลิ่นอับ จะช่วยลดความเสี่ยงและได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยกว่าอย่างชัดเจนค่ะ 2. กุ้งต้อง “หัวไม่หลุด” ตัวไม่งอผิดรูป กุ้งสดจะสังเกตได้ง่ายจากสภาพของหัวและลำตัวค่ะ โดยหัวต้องติดแน่นกับตัว ไม่หลวม ไม่แยก และไม่หลุดออกง่าย ลำตัวควรตรงหรือโค้งตามธรรมชาติ ไม่งอแข็งผิดรูป สีของเปลือกต้องใส ไม่ขุ่น และไม่คล้ำ หากกุ้งเริ่มเก่า หัวจะหลุดง่าย ตัวจะงอ เนื้อเริ่มนิ่ม และอาจมีน้ำขุ่นหรือกลิ่นแรงออกมาจากบริเวณหัว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความสดกำลังลดลงอย่างชัดเจนค่ะ และเวลาซื้อกุ้งควรสังเกตทั้งภาพรวมและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เช่น ใช้นิ้วจับเบาๆ ที่ตัวกุ้งเพื่อดูความแน่น หลีกเลี่ยงกุ้งที่หัวหลุดออกจากตัว หรือมีลักษณะตัวงอแข็งผิดธรรมชาติ หากเห็นน้ำสีขาวขุ่นไหลออกจากหัว ควรเลี่ยงทันที ให้เลือกกุ้งที่ดูใส แข็งแรง และจัดเรียงเป็นระเบียบในน้ำแข็งสะอาด จะช่วยให้ได้กุ้งที่สดจริง ปลอดภัย และเหมาะกับการนำไปปรุงอาหารมากที่สุดค่ะ 3. ดู “สี” ต้องสดใส ไม่หมองคล้ำ สีของอาหารทะเลเป็นสัญญาณความสดที่สังเกตได้ง่ายที่สุดตั้งแต่แรกเห็นค่ะ โดยของที่สดจริงจะมีสีที่ดูเป็นธรรมชาติ ใส และมีความเงาเล็กน้อย ไม่ซีด ไม่หม่น และไม่คล้ำผิดปกติ ถ้าเป็นกุ้งสดจะมีเปลือกใสอมชมพูหรือใสอมเทา ไม่ขุ่น ไม่ขาวซีด แต่ถ้าเป็นปลาหมึกต้องขาวใส ไม่เหลือง ไม่ออกน้ำตาล ส่วนปูและปลา สีต้องชัด ดูมีชีวิต ไม่ดูแห้งหรือเก่า เพราะสีที่หมองคล้ำมักบอกว่าอาหารทะเลเริ่มเสื่อมสภาพ แม้ยังไม่มีกลิ่นแรงก็ไม่ควรเลือกค่ะ ดังนั้นเวลาซื้ออาหารทะเลควรใช้สายตามองภาพรวมก่อนหยิบจับ ดูว่าของวางอยู่บน น้ำแข็งสะอาดหรือไม่ และน้ำที่แช่มีความใสแค่ไหน หากเห็นน้ำขุ่น สีของวัตถุดิบดูซีดหรือคล้ำเป็นหย่อมๆ ควรเลี่ยงทันที อย่าหลงคิดว่าสีไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยนะคะ เพราะสีที่สดใสคือสัญญาณว่าของยังใหม่ ไม่ผ่านการเก็บนาน และยังเหมาะสำหรับนำไปปรุงอาหาร การเลือกจากสีตั้งแต่แรก จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ได้วัตถุดิบที่สด สะอาด และน่ากินมากขึ้นค่ะ 4. สัมผัส “เนื้อ” ต้องเด้ง ไม่เละ คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า เนื้อสัมผัสคืออีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่บอกความสดของอาหารทะเลได้ชัดเจน โดยของทะเลที่สดจริงจะมีเนื้อแน่น เด้ง และไม่แฉะ เมื่อใช้นิ้วกดเบาๆ เนื้อจะคืนรูปเร็ว ไม่ยุบค้าง และไม่เละติดมือ กุ้งและปลาที่สดจะให้ความรู้สึกแข็งแรง ไม่นิ่มผิดปกติ ส่วนปลาหมึกหรือปลา หากเนื้อเริ่มยุ่ยหรือเหลว แสดงว่าความสดลดลงแล้ว แม้สีและกลิ่นอาจยังดูปกติ แต่เนื้อสัมผัสจะเป็นจุดที่โกหกไม่ได้ค่ะ โดยเวลาซื้ออาหารทะเลคุณผู้อ่านควรสัมผัสอย่างสุภาพและเบามือ คือใช้นิ้วกดเพียงเล็กน้อยเพื่อทดสอบความแน่น หลีกเลี่ยงการจับแรงหรือบีบจนเนื้อเสีย หากเนื้อยุบแล้วไม่คืนรูป หรือรู้สึกนิ่ม เละ หรือแฉะเกินไป ควรเลือกชิ้นอื่นทันที ให้เลือกอาหารทะเลที่ให้ความรู้สึกเด้งแน่น แข็งแรง และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แบบนี้จะช่วยให้มั่นใจว่าวัตถุดิบยังสด เหมาะกับการปรุงอาหาร และปลอดภัยต่อการบริโภคได้มากกว่าค่ะ 5. ดู “ตา” ของปลา ต้องใส ไม่ขุ่น หลายคนยังไม่รู้ว่า ตาของปลาเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดที่ใช้ดูความสด เพราะเป็นส่วนที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากเมื่อปลาเริ่มเก่า ปลาที่สดจริงจะมีตาใส แววตาชัด ดูนูนเล็กน้อย ไม่ยุบ ไม่แห้ง และไม่เป็นฝ้าขาว ตาจะดูเหมือนยังมีชีวิตและสะท้อนแสงได้ดี หากปลาถูกเก็บไว้นาน ตาจะเริ่มขุ่น หมอง หรือมีลักษณะขาวขุ่นคล้ายฝ้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความสดลดลง แม้สีผิวหรือกลิ่นจะยังดูไม่ชัด แต่ดวงตาจะบอกความจริงได้ชัดเจนที่สุดค่ะ ดังนั้นเวลาซื้อปลาควรยืนดูดวงตาปลาให้ชัดก่อนตัดสินใจ อย่ารีบหยิบเพียงเพราะตัวปลาใหญ่หรือราคาถูก ให้เลือกปลาที่ตาใส นูน และดูสด ไม่เลือกปลาที่ตายุบ ขุ่น หรือแห้ง หากซื้อปลาทั้งตัว การดูตาควบคู่กับกลิ่นและสีผิวจะช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นนะคะ ที่โดยสรุแล้วการให้ความสำคัญกับดวงตาปลา จะช่วยให้เราได้วัตถุดิบที่สด ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการนำไปปรุงอาหารอย่างแท้จริงค่ะทุกคน 6. ดู “เหงือกปลา” ต้องแดง ไม่คล้ำ เหงือกปลาเป็นจุดสำคัญที่ใช้บอกความสดได้แม่นยำมากค่ะ เพราะเป็นส่วนที่เสื่อมสภาพเร็วเมื่อปลาถูกเก็บไว้นาน ปลาที่สดจริงจะมีเหงือกสีแดงสด ดูชุ่ม มีความเงาเล็กน้อย และไม่แห้งกรัง สีแดงต้องดูเป็นธรรมชาติ ไม่คล้ำ ไม่ออกน้ำตาล และไม่เทา หากเหงือกเริ่มซีด คล้ำ หรือมีสีหม่น แสดงว่าปลาเริ่มเก่าแล้ว นอกจากนี้หากมีเมือกหนาเกาะ หรือมีกลิ่นแรงผิดปกติ ก็เป็นสัญญาณว่าความสดลดลงอย่างชัดเจนแล้วนะคะ ต่อให้ตัวปลายังดูสมบูรณ์ เหงือกจะเป็นจุดที่หลอกกันไม่ได้ค่ะ ดังนั้นเวลาซื้อปลาควรขอให้ร้านเปิดเหงือกให้ดูอย่างสุภาพ แล้วสังเกตทั้งสีและความชุ่มของเหงือกเป็นหลัก ควรเลือกปลาที่เหงือกแดงสด สะอาด และไม่มีกลิ่นฉุน หลีกเลี่ยงปลาที่เหงือกคล้ำ แห้ง หรือมีเมือกมากผิดปกติ การดูเหงือกควบคู่กับการดูตา กลิ่น และสีผิว จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเลือกปลาให้สดจริง ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัย และเหมาะสำหรับนำไปปรุงอาหารให้ได้รสชาติที่ดีและมั่นใจมากขึ้นนะคะ 7. ปลาหมึกต้อง “ผิวตึง เมือกใส” ปลาหมึกสดจะสังเกตได้จากผิวและเมือกเป็นหลักค่ะ โดยผิวของปลาหมึกต้องตึง เรียบ และดูใส ไม่ย่น ไม่เหี่ยว และไม่แห้ง ผิวควรสะท้อนแสงเล็กน้อย ดูสดเหมือนพึ่งขึ้นจากทะเล เมือกที่เคลือบผิวต้องใส บาง และไม่เหนียว หากเมือกขุ่น หนา หรือจับแล้วรู้สึกเหนียวติดมือ แสดงว่าปลาหมึกเริ่มเก่าแล้วนะคะ นอกจากนี้สีของปลาหมึกไม่ควรเหลืองหรือหม่น หากดูหมองคล้ำ แปลว่าความสดลดลงอย่างชัดเจนแล้วค่ะ ดงนั้นเวลาซื้อปลาหมึกควรดูตั้งแต่ผิวด้านนอกไปจนถึงลำตัวโดยรวม ให้เลือกปลาหมึกที่ผิวตึง เมือกใส และไม่มีกลิ่นแรง ใช้นิ้วแตะเบาๆ เพื่อดูความลื่นตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงปลาหมึกที่ผิวเหี่ยว มีเมือกขุ่น หรือมีกลิ่นฉุน การเลือกปลาหมึกจากผิวและเมือกจะช่วยให้ได้วัตถุดิบที่สดจริง เหมาะกับการปรุงอาหาร และปลอดภัยต่อการบริโภคมากกว่าค่ะ 8. หอยต้อง “ปิดสนิท” ฝาไม่เปิด ไม่ตาย หอยสดจะดูได้จากการปิดของฝาเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะหอยที่ยังมีชีวิตจะพยายามปิดฝาเพื่อป้องกันตัวเอง โดยฝาหอยต้องปิดแน่นหรือเปิดเพียงเล็กน้อย และเมื่อมีการกระทบเบาๆ จะสามารถหุบกลับได้เองอย่างรวดเร็ว หากฝาหอยเปิดค้าง แยกออกจากกัน หรือดูหลวมผิดปกติ แปลว่าหอยตายแล้วนะคะ ซึ่งไม่ควรนำมาบริโภค เพราะหอยที่ตายจะเสื่อมสภาพเร็วและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจุลินทรีย์ นอกจากนี้เปลือกหอยที่สดควรดูสะอาด ไม่แตก และไม่มีกลิ่นเหม็นแรงออกมา เวลาซื้อหอยควรเลือกดูทั้งกอง ไม่หยิบเฉพาะตัวที่ดูใหญ่หรือราคาถูก ใช้นิ้วแตะหรือเคาะเบาๆ ที่ฝาหอยเพื่อดูการตอบสนอง หากเป็นหอยสด ฝาจะหุบกลับเองอย่างเห็นได้ชัด หลีกเลี่ยงหอยที่ฝาเปิดค้าง แตก หรือมีกลิ่นผิดปกติ การใส่ใจเรื่องฝาหอยตั้งแต่ขั้นตอนเลือกซื้อ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกินหอยตาย และทำให้ได้วัตถุดิบที่สด สะอาด ปลอดภัย เหมาะกับการนำไปปรุงอาหารมากที่สุดค่ะ 9. สังเกต “ความสะอาดร้าน” และน้ำแข็ง รู้ไหมคะว่าต่อให้อาหารทะเลดูสด สีสวย และหน้าตาดีแค่ไหน หากร้านไม่สะอาดก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ดีค่ะ เพราะความสะอาดของร้านสะท้อนวิธีการจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นจนจบ ร้านที่ดูแลดีจะจัดอาหารทะเลเป็นระเบียบ วางบน น้ำแข็งที่ใส สะอาด และไม่ละลายจนเป็นน้ำขัง บริเวณแผงขายควรดูแห้ง ไม่เลอะ และไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นค้างอยู่ หากเห็นน้ำขุ่น น้ำแข็งเก่า หรือมีเศษสกปรกปะปน แสดงว่าวัตถุดิบอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมนะคะ ดังนั้นเวลาซื้ออาหารทะเล ควรหยุดดูภาพรวมของร้านก่อนเลือกของเสมอ ควรเลือกร้านที่เติมน้ำแข็งใหม่อย่างสม่ำเสมอ ที่ไม่ปล่อยให้อาหารทะเลแช่น้ำละลาย และจัดของแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน สังเกตมือและอุปกรณ์ของคนขายว่าดูสะอาดหรือไม่ อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง การเลือกร้านที่สะอาดตั้งแต่แรก จะช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และทำให้เราได้อาหารทะเลที่สด ปลอดภัย และมั่นใจมากขึ้นก่อนนำไปปรุงอาหารค่ะ ก็จบแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ พอจะมองภาพออกกันบ้างแล้วใช่ไหม? โดยจากเนื้อหาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การเลือกอาหารทะเลสดไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ซับซ้อน เพียงเข้าใจจุดสังเกตสำคัญของวัตถุดิบแต่ละชนิด ตั้งแต่กลิ่น สี เนื้อสัมผัส ไปจนถึงรายละเอียดเฉพาะอย่างตาและเหงือกของปลา หัวและลำตัวของกุ้ง ผิวและเมือกของปลาหมึก รวมถึงการปิดของฝาหอย โดยทุกอย่างล้วนเป็นสัญญาณที่บอกความสดได้อย่างตรงไปตรงมาได้ หากเริ่มมีจุดใดผิดปกติ แม้เพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าความสดได้ลดลงแล้ว ความสดจึงไม่ใช่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่สังเกตและตัดสินใจได้จากข้อเท็จจริงตรงหน้าค่ะ และตอนต้องนำเทคนิคข้างต้นไปใช้จริง เราควรเริ่มจากการเลือกซื้ออย่างมีสติ ไม่รีบ และไม่ยึดติดกับราคาเป็นหลัก ให้มองภาพรวมของร้าน ความสะอาด และการจัดการวัตถุดิบก่อน จากนั้นจึงค่อยพิจารณารายละเอียดของอาหารทะเลแต่ละชนิดค่ะ ให้ใช้สายตา จมูก และการสัมผัสเบาๆ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ หากของดูไม่สด อย่าลังเลที่จะเลี่ยง เพราะการเลือกตั้งแต่ต้นคือด่านสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยง การใส่ใจตั้งแต่หน้าร้านจะช่วยให้เราได้อาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจทุกครั้งก่อนนำไปปรุงบนโต๊ะอาหารนะคะ เพราะอาหารเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความเจ็บป่วยในคนเราได้ ดังนั้นก็อย่าลืมนำเคล็ดลับในบทความนี้ไปปรับใช้กันค่ะ สำหรับผู้เขียนนั้นจริงๆ เป็นที่คนชอบไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารด้วยตัวเองค่ะ ชอบสังเกต ชอบเลือกที่สดใหม่ ซึ่งอาหารทะเลเป็นอีกหนึ่งอย่างที่มีโอกาสได้ซื้อมาทำอาหารเรื่อยๆ ค่ะ ชนิดที่ซื้อก็หมุนเวียนไปตามโอกาสนะคะ โดยล่าสุดที่ซื้อเยอะเลยคือซื้อกุ้งและหมึกมาย่างช่วงปีใหม่ค่ะ การดมกลิ่นคือสิ่งที่ผู้เขียนใช้เป็นกลยุทธ์แรกๆ และชอบประเมินสภาพแวดล้อมของร้านโดยรอบก่อนเสมอ ต่อให้ไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ยังสังเกตจุดนี้ตลอดค่ะ จากนั้นมักเลือกของทะเลสดด้วยมือ เพราะจากที่มีประสบการณ์มานั้น การสัมผัสด้วยมือบอกได้ดีกว่าคีบด้วยที่คีบมากๆ การดูตาปลาและเหงือก การดูการหลุดของหัวกุ้ง และสีที่เปลี่ยนไปของปู โดยสิ่งเหล่านี้คือเทคนิคที่ผู้เขียนมักนำไปใช้ในสถานการณ์จริงค่ะ #อาหารทะเล #อาหารเป็นสื่อนำโรค #ความปลอดภัยของอาหาร #วิธีเลือกวัตถุดิบทำอาหาร #FoodSafety เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปกและออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา ถ่ายภาพโดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 เทคนิคใช้เก็บของสด ลดโอกาสอาหารเน่าเสีย ช่วงอากาศร้อนขึ้น 9 วิธีสังเกตยังไงว่า อาหารหมดอายุ หรือเสื่อมสภาพก่อนวันจริง 9 วิธีลดควันและเขม่า ก่อไฟเตาถ่าน เพื่อบ้านปลอดภัย จากมลพิษ หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !