"สังขยา" เป็นสิ่งที่มักเห็นคู่กับขนมปังปิ้งหรือขนมปังนึ่งบ่อย ๆ ด้วยเนื้อสังขยาที่ข้น รสชาติที่หวานมัน การได้ทานคู่ขนมปังที่เหนียวนุ่ม แถมด้วยการซดน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ จึงเป็นสิ่งที่อยู่กับตลาดเช้าในประเทศไทยมาช้านาน ตัวผมเองก็จะคุ้นเคยกับสังขยาใบเตยหรือว่าสังขยาชาไทย เมื่อโตขึ้นหน่อยก็ได้เห็นการประยุกต์ทำสังขยาที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสังขยามันม่วง สังขยาไข่เค็ม และสังขยาที่ผมกำลังจะนำสูตรมาแบ่งปันให้กับผู้อ่านในบทความนี้ "สังขยาโกโก้" นั่นเองครับ วัตถุดิบที่ใช้ในการทำสังขยาโกโก้ ได้แก่ 1) ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ 2) ไข่เป็ด หรือไข่ไก่ 1 ฟอง (ถ้าจะทำตามผมเป๊ะ ๆ ก็ให้ใช้ไข่เป็ด) 3) กะทิ 1/2 ถ้วยตวง 4) นมสด หรือน้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง (การใช้นมสดแทนน้ำเปล่าจะช่วยเพิ่มความนัวให้สังขยา แต่ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำเปล่าแทนได้เช่นกัน) 5) แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ 6) น้ำตาลทรายแดง 5 ช้อนโต๊ะ สัดส่วนระหว่างกะทิ นมสด และน้ำเปล่าสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้สังขยาที่ทำหนืดมากแค่ไหน ถ้าอยากให้หนืดมากก็ใส่กะทิมากหน่อย ถ้าอยากให้เหลวมาหน่อยก็ใส่นมสดไม่ก็น้ำเปล่าไปแทนสัดส่วนของกะทิ ที่มากไปกว่านั้นจะแทนสัดส่วนของวัตถุดิบสามอย่างนี้ด้วยนมข้นจืดหรือว่านมจากพืชก็ได้เช่นกันครับ พอเตรียมวัตถุดิบกันเสร็จแล้ว พวกเรามาดูที่วิธีทำกันต่อเลย 1) ตอกไข่ ตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากันดี 2) ผสมกะทิ เข้ากับนมสดหรือน้ำเปล่า ลงในชามไข่ 3) ใส่น้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนจนน้ำตาลละลาย 4) ร่อนแป้งข้าวโพดและผงโกโก้ คนให้เข้ากันอีกครั้งก่อนนำไปเคี่ยว (ถ้าอยากให้สังขยามีเนื้อเนียนทั่วถึง ให้นำส่วนผสมไปกรองก่อน) 5) ตั้งไฟอ่อน นำส่วนผสมทั้งหมดไปกวนจนกว่าจะหนืดเป็นเนื้อสังขยา (ขั้นตอนนี้ต้องเฝ้าเตาและกวนอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นสังขยาจะไหม้) 6) นำออกจากเตา เท่านี้สูตรสังขยาโกโก้ก็เป็นอันเสร็จ สูตรนี้จะได้สังขยาโกโก้ไม่เกินหนึ่งถ้วย (ถ้วยตามภาพประกอบที่ผมแนบมาข้างล่างข้อความนี้) ด้านรสชาติจะมีความขมของโกโก้เล็กน้อย ความมันของกะทิ และความหวานจากน้ำตาลแต่ก็ไม่ได้หวานมาก สามารถนำมาทานกับขนมปังนึ่ง ขนมปังปิ้ง หรือจะนำไปใส่เป็นไส้ขนมปังก็อร่อยเช่นกัน ในส่วนของผม ผมได้นำมาทาเป็นชั้นหนา ๆ ก่อนหนึ่งชั้นตามด้วยกล้วยที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ได้เป็นเมนูกล้วยโกโก้อะไรประมาณนั้นครับ ใช้เป็นของว่างกินระหว่างการเดินทางได้เลย สูตรนึงทาขนมปังได้ 6 - 8 ชิ้นแล้วแต่ปริมาณที่ใช้หากคิดว่าจะทานไม่หมดภายในวันเดียว เพียงแค่หาภาชนะที่พอดีกับปริมาณที่อยากเก็บ เพื่อลดการสัมผัสของสังขยากับออกซิเจน ปิดฝาแล้วใส่ในตู้เย็น ตอนเอาออกมาจากตู้เย็นไม่จำเป็นต้องเอาไปอุ่นร้อนเลยครับ แค่เอามาคนนิดเดียวก็ได้เนื้อสัมผัสเหมือนกับตอนทำใหม่ ๆ แล้ว มีคำถามเดียวที่ผมไม่อาจตอบได้เกี่ยวกับสังขยาสูตรนี้ คือระยะเวลาที่เก็บได้ บอกได้อย่างเดียวครับคือผมพกสังขยานี้ไปเดินทางด้วย มันผ่านการอยู่ในอุณหภูมิร้อนมากในรถมาแล้ว มาถึงอีกวันก็ยังสามารถทานได้ตามปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ครับ แต่ทางที่ดีควรเก็บไว้ในตู้เย็นอย่างที่ผมได้แนะนำไปดีที่สุด สุดท้ายก็ขอฝากสังขยาสูตรนี้ไว้ในอ้อมอกของท่านผู้อ่านด้วย ทานให้อร่อยนะครับ สวัสดีครับ ภาพปกและภาพประกอบทั้งหมดถ่ายโดยผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี