ช่วงนี้หลายคนก็อาจจะเริ่มเห็นว่ามี อินทผลัม ซึ่งเป็นผลไม้รสหวานชนิดหนึ่ง กำลังออกวางขายกันเป็นจำนวนมากในตลาด เพราะว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ลูกอินทผลัมก็จะเริ่มสุกพร้อมทาน ใครที่ชื่นชอบรสหวานๆ ของผลไม้ชนิดนี้ ถ้าซื้อมาทานกันแล้วอยากรู้ข้อมูลเพิ่มขึ้น มาอ่านจากบทความนี้กันได้เลย ชวนทำความรู้จัก "อินทผลัม" (Date) ผลไม้ลูกเล็ก หวานฉ่ำ อินทผลัม หรือ Date จัดเป็นพืชตระกูลปาล์มที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศร้อนและค่อนข้างแห้งแล้ง จึงพบการปลูกอย่างแพร่หลายในช่วงแถบตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ยังสามารถปลูกต้นอินทผลัมในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนอีกหลากหลายแห่ง รวมถึงประเทศไทย โดยพบการปลูกในหลายจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ ราชบุรี พิษณุโลก ชุมพร เป็นต้น โดยต้นอินทผลัมมีลำต้นสูง ใบยาวคล้ายขนนก และออกผลรวมกันเป็นพวงขนาดใหญ่ ผลมีลักษณะยาวรี ภายในมีเมล็ดแข็งแบบเดี่ยว เป็นเมล็ดทรงยาวรีเช่นเดียวกัน ขนาดของผล สี และความแน่นของเนื้อ รวมถึงรสชาติความหวานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกไว้เพื่อรับประทาน เช่น เดกเลตนัวร์ (Deglet Noor), เมดจูล (Medjool), บาฮีแดง (Red Barhi), บาฮีเหลือง (Yellow Barhi) และบาฮี (Barhi) ผลก็จะมีหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง ส้ม แดง น้ำตาล และเกือบดำก็มี ระยะตั้งแต่การปลูกไปจนถึงสุกแห้งพร้อมทาน ก็จะมีอายุประมาณ 150-250 วัน แตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ ทราบไหมคะว่าอินทผลามันมีช่วงกินในอายุที่ต่างกันไปด้วย บางคนอาจเคยเห็นการทานตั้งแต่แบบผลสด และผลอบแห้งที่ขายตามร้านของฝากก็มี โดยพอจะแบ่งเป็นระยะหลักๆ ดังนี้ ระยะคิมรี (Kimri) ผลสีเขียว เนื้อแข็ง รสฝาด ยังไม่เหมาะทาน ระยะคาลาล (Khalal) ผลโตเต็มที่ สีข้างนอกจะเริ่มเปลี่ยนไปตามเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ เนื้อกรอบ มีความหวาน แต่บางพันธุ์อาจยังมีรสฝาดเบาๆ ในระยะนี้ ระยะรูทับ (Rutab) ผลเริ่มสุกนุ่ม สีเข้มขึ้น ความฝาดลดลง และมีรสหวานฉ่ำชัดเจน ระยะนี้มักเจอเอามาขายกินกันแบบสดๆ ระยะทามาร์ (Tamar) ผลสุกเต็มที่ สีน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำ เนื้อนุ่มหรือเหนียวหนึบ ผิวจะย่น รสหวานชัดมากเพราะน้ำในผลเริ่มลดลงแล้ว อย่างอินทผลัมที่เราได้เอามาทานวันนี้ เป็นแบบสด ผิวด้านนอกยังเต่งตึง เต็มดีเลย เป็นสีเหลืองสด คิดว่าระยะน่าจะอยู่ที่คาลาล - รูทับ ผลสีเหลืองสวย ลูกดูค่อนข้างใหญ่เลย รสชาติก็อร่อยเลย ผิวด้านนอกเขาจะกรอบ แน่น บริเวณด้านนอกเวลาเรากัดลงไปมันจะมีความฝาดเบาๆ ที่ตัวเปลือก แต่ด้านในเนื้อจะออกหวานฉ่ำ สดชื่น ไม่ขม ทานได้เรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าถ้าเอาไปแช่เย็นก่อนทานสักหน่อยน่าจะอร่อยฟิน เหมาะกับช่วงอากาศร้อนๆ ของไทยตอนนี้ วิธีเลือกซื้ออินทผลัม ให้สดใหม่ รสชาติอร่อย เราเลือกซื้ออินทผลัมได้หลายแบบ ตามแต่ความสุกที่เราต้องการ ถ้าเป็นอินทผลัมก็ควรซื้อลูกที่ยังติดเป็นพวงแน่น สีสวยสม่ำเสมอเท่ากัน ผลอินทผลัมไม่แตก ไม่เป็นรอยเน่าหรือเชื้อรา สัมผัสด้านนอกเบาๆ เนื้อจะต้องแน่น ไม่ยวบ ไม่มีรอยบุ๋ม ส่วนอินทผลัมแบบอบแห้ง ก็จะต้องมีเนื้อที่ดูนุ่มเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือแห้งเกินไปเพราะจะทานไม่อร่อย กลิ่นจะต้องออกหวานๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือมีน้ำเยิ้มไหลออกมา ยิ่งถ้าเป็นแบบอบแห้งที่เป็นกล่อง เราก็จะต้องดูว่าบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทดี ไม่มีรอยฉีกหรือขาด รวมถึงตรวจสอบวันที่ผลิต-หมดอายุ เพื่อความมั่นใจมากขึ้น ส่วนเรื่องประโยชน์ของอินทผลัม ก็มีเยอะเหมือนกัน แต่เราอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมากเท่าไหร่ แต่โดยหลักๆ ด้วยความที่เป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ก็จะเป็นแหล่งพลังงานที่ดี มีใยอาหาร อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามเราต้องรับประทานกันในปริมาณที่พอดี เหมาะสม ควบคู่ไปกับอาหารชนิดอื่นๆ เพื่อความหลากหลาย ส่วนวิธีการรับประทานอินทผลัมก็ทานได้ทั้งแบบสด เอามาเพิ่มเทกเจอร์ในสลัด หรือถ้าแบบอบแห้งนี่ยิ่งกินสนุก เอามากินคู่กับเนยถั่วก็ได้ ใส่ในโยเกิร์ต หรือจะเอามาปั่นเป็นสมูตตี้ก็ได้เหมือนกัน หน้าปก ออกแบบโดย ผู้เขียน ภาพที่1 สร้างโดย ChatGPT / ภาพเนื้อหาที่ 2,3,4 โดย ผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !