หมูมะนาวเป็นเมนูที่หลายคนรู้จักกันดีในวงสังสรรค์ เป็นที่นิยมแพร่หลายในบ้านเรา เมนูนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงรสชาติจัดจ้านแซ่บลิ้นเท่านั้นแต่ยังมีวัตถุดิบหลักสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จุดเด่นของอาหารประเภทยำคือการนำเนื้อสัตว์หรือผักนำมาปรุงรสด้วยน้ำยำที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่น สามารถทำได้ง่ายและมีรสชาติดี จึงเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน ในน้ำยำของหมูมะนาวมีส่วนประกอบของกระเทียม พริกสดและมะนาว ซึ่งวัตถุดิบแต่ละอย่างมีสรรพคุณทางยาที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป กระเทียม จะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อรับประทานสด สามารถรับประทานแกล้มกับข้าวหรือนำมาปรุงเป็นส่วนผสมในอาหารได้เลย ในกระเทียมมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด มีฤทธิ์ช่วยยังยั้งแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย พริกสด มีวิตามินเอและซีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งและมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์อีกหลายชนิด มะนาว ไม่เพียงแค่เพิ่มรสชาติให้อาหารแต่ยังมีวิตามินซีที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ล้างพิษออกจากร่างกาย ควบคุมความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นพืชที่รับประทานได้ง่าย จึงนิยมนำไปทำเป็นเครื่องดื่มและนำไปประกอบอาหาร วัตถุดิบ เนื้อหมู 300 กรัม พริกสด 8-10 เม็ด กระเทียมสด 8-10 กลีบ มะนาว 3 ลูก น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา สามารถเพิ่มหรือลดปริมาณส่วนผสมของน้ำยำได้ตามชอบ ขั้นตอนการปรุงจะแบ่งเป็นการทำน้ำยำและการเตรียมเนื้อหมู วิธีทำน้ำยำ นำพริก กระเทียม มาตำให้ละเอียด หรือใช้เครื่องปั่นก็ได้ เมื่อตำพริกกระเทียมละเอียดแล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาล เกลือ ชิมรสตามชอบ วิธีเตรียมเนื้อหมู ต้มน้ำให้เดือด นำหมูลงลวกให้พอสุก ถ้าใช้เนื้อหมูแช่เย็นควรพักไว้ที่อุณหภูมิห้องให้หายเย็นก่อน เมื่อหมูสุกแล้วใช้กระชอนตักขึ้นใส่ชามผสม ระวังอย่าลวกสุกเกินไปเนื้อหมูจะแข็ง ตักน้ำยำลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจัดเสิร์ฟ เมนูนี้นิยมรับประทานคู่กับผักสด เช่น ก้านคะน้า แตงกวา ผักกาดหอม กะหล่ำปลี เป็นต้น โดยนำไปแช่เย็นก่อนรับประทานจะชูรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น ผลพลอยได้ของการรับประทานอาหารประเภทยำก็คือได้รับประทานผักแกล้มหลากหลายชนิด ซึ่งได้ทั้งวิตามินแร่ธาตุและไฟเบอร์จากผักชนิดต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่เป็นประจำเพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง รูปภาพทั้งหมดจากนักเขียน