เมื่อพูดถึงผลไม้ที่ชื่อ "ละมุด" หลายคนจะนึกถึงผลไม้ลูกเล็กสีน้ำตาล เนื้อหวานนุ่มที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีการนำเข้าสายพันธุ์ละมุดส่ยพันธุ์ผลใหญ่จากต่างประเทศ จนเกิดกระแส "ละมุดยักษ์" ที่สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ และเกษตรไทย ด้วยผลที่มีขนาดใหญ่กว่าละมุดทั่วไปหลายเท่า บางผลมีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว ซึ่งละมุดยักษ์นี้นอกจากผลมีขนาดใหญ่แล้ว สีของเนื้อยังเป็นที่โดดเด่นคือมีเนื้อสีแดงส้มที่ชัดเจน ปัจจุบัน ละมุดยักษ์ที่ได้รับความสนใจในประเทศไทยมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ละมุดยักษ์เวียดนาม และ ละมุดยักษ์มาเลเซีย ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นทั้งในเรื่องขนาดผล ความหวาน เนื้อสัมผัส และศักยภาพในการปลูกเชิงการค้า วันนี้เราจะพาไปรู้จักทั้งสองสายพันธุ์แบบละเอียด พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่าง เพื่อให้คุณรู้ว่าทำไมละมุดยักษ์จึงกลายเป็นผลไม้ที่หลายคนกำลังจับตามอง 1.ละมุดยักษ์เวียดนาม สายพันธุ์นี้โดดเด่นด้วยผลทรงรียาว ขนาดใหญ่ เนื้อแน่นละเอียด รสหวานหอม เมล็ดค่อนข้างน้อย ให้ผลดกและเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของประเทศไทย จึงเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรบ้านเรา 2.ละมุดยักษ์มาเลเซีย ละมุดยักษ์มาเลเซียมีผลค่อนข้างกลม เนื้อหนา ฉ่ำ และหวานเข้มข้น ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ชื่นชอบผลไม้เนื้อละเอียด อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่นักสะสมไม้ผลให้ความสนใจกันอย่างมาก เพราะผลใหญ่มากซึ่งใหญ่กว่าพันธุ์เวียดนาม แต่ค่อนข้างจะปลูกยากกว่าสายพันธุ์เวียดนาม คุณค่าทางโภชนาการจากละมุดยักษ์ ละมุดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด เช่น 1.ใยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย 2.วิตามินซี ให้ประโยชน์เกี่ยวกับผิวและภูมิต้านทาน 3.วิตามินเอ มีส่วนประกอบสารอาหารเกี่ยวกับด้านการมองเห็น 4.โพแทสเซียม มีส่วนช่วยด้านกระดูก 5.สารต้านอนุมูลอิสระ 6.คาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาลธรรมชาติ ให้พลังงานแก่ร่างกาย วิธีรับประทาน ละมุดควรรับประทานเมื่อสุกเต็มที่ เพราะผลดิบจะมีรสฝาดจากสารแทนนิน และยางเยอะ เมื่อสุกแล้วเนื้อจะนิ่ม หวาน และมีกลิ่นหอม สามารถรับประทานสด นอกจากนี้ยังทำเมนูอื่นได้ เช่น ทำสมูทตี้ น้ำผลไม้ ไอศกรีม หรือใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานได้ ด้านการปลูกและการดูแล ละมุดยักษ์ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดเต็มวัน และควรรดน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงติดผล เมื่อต้นมีอายุมากขึ้นจะให้ผลผลิตต่อเนื่องหลายปี หากได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสม สรุป ละมุดยักษ์ทั้ง สายพันธุ์เวียดนาม และ สายพันธุ์มาเลเซีย กำลังกลายเป็นผลไม้ทางเลือกที่น่าจับตามองในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นเรื่องผลขนาดใหญ่ ที่มีความแปลกใหม่ของเกษตรกรไทย ที่นอกจากจะผลใหญ่แล้ว ด้วยทั้งรูปลักษณ์ภายในยังโดดเด่นเรื่องสีของเนื้อ ที่มีสีส้มแดงแบบชัด อีกทั้งมี เนื้อแน่น รสหวาน และศักยภาพในการปลูกเชิงการค้า จึงไม่แปลกที่ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคต่างให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจเป็นอีกหนึ่งผลไม้เศรษฐกิจที่น่าจับตามองในอนาคต ของเกษตรไทย เครดิตภาพ: ปลายฝัน2023 ตกแต่งภาพ: โดย Canva เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !