ภาพโดยผู้เขียนเอง ต๊ะต่อนยอน ต๊ะต่อนยอน ต๊ะต่อนยอน บ่ายของวันหยุดพักร้อนยาว ท่ามกลางอากาศหนาวที่ 10 องศา ใจก็คิดไปว่า อากาศหนาวแบบนี้ ถ้าเจอร้านกาแฟสักร้านฉันจะรีบเข้าไป พร้อมสั่งคาปูชิโน่ร้อนๆกับเค้กชีสสักชิ้น นั่งแก้หนาวให้สะใจ แต่หลังจากปั่นจักรยานออกจากวัดร่องขุ่นมาได้สักพัก ก็ไม่เจอร้านกาแฟสักที มือจับแฮนด์ ตาสอดส่ายหาร้านไปมา ขาก็ปั่นไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ทันใดนั้นตาก็เหลือบเห็นร้านอะไรสักอย่างอยู่ลิบตา สุดท้ายแล้วร้านที่เจอกลับเป็นร้านขนมจีนน้ำเงี้ยวข้างทาง แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ท้องเรามันเรียกร้อง งั้นก็ฝากท้องที่นี้แล้วกัน ภาพโดยผู้เขียนเอง ภาพโดยผู้เขียนเอง เราไม่รอช้า รีบจอดจักรยานแล้วก็เดินเข้าไปในร้าน ร้านนี้ไม่มีชื่อนะ แต่เราขอตั้งชื่อให้เองแล้วกันว่า "น้ำเงี้ยวห้อยขา" เพราะว่าร้านนี้เป็นแบบชั้นเดียวยกพื้นสูง ร้านนี้มีความเก๋ตรงที่สามารถนั่งทานไปห้อยขาไปท่ามกลางวิวทุ่งข้าวและภูเขาแบบ 180 องศากันเลยทีเดียว แอบตกใจเลยตอนได้เห็นวิวแบบนี้ หลังตกตะลึงจากวิวกันไปแล้ว ก็จัดแจงหาที่นั่ง เราเลือกสั่งเป็นขนมจีนน้ำเงี้ยว (ราคา20 บาท) ราคาถูกมาก ๆ เครื่องแกงถึง เนื้อแน่นล้นหม้อ แบบว่าตักไปตรงไหนก็เจอแต่กระดูกหมู ดอกงิ้ว ซดน้ำที เสียงดังไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน กระดูกหมูก็เนื้อเยอะแทะมันมาก เราชอบที่เครื่องเคียง อย่างผักกาดดองเปรี้ยว มะนาว พริกแห้งคั่ว พริกผัด ที่ให้แบบตักเอง เราก็ตักแบบหนำใจเลยจ้า ของชอบอยู่แล้ว แถมยังรสชาติดี ไม่เหม็นหืนด้วย สรุปกินไป 2 ชาม แถมยังหิ้วกลับที่พักอีก 2 ถุง พี่เจ้าของร้านเขาขายผลไม้ ของสด ของแห้งด้วยนะ เขาใจดีปอกบัวหิมะให้ลองชิมด้วย เน้นว่าลองให้ชิม แต่ลองชิมของพี่เขาคือ ให้ชิมทั้งลูก (ชอบบรรยากาศความเป็นมิตรของชาวบ้านจริง ๆ ) ภาพโดยผู้เขียนเอง เมื่อท้องอิ่มก็ได้เวลากลับที่พักละ ปั่นปั่นต่อ ระหว่างสองข้างทาง ชมนกชมไม้ชมวิวช่างดีจริงๆ ใจพลันคิดไปว่า วันหยุดยาวของฉันคราวนี้ช่างแสนมหัศจรรย์เกินบรรยาย ทั้งอิ่มท้อง อิ่มใจ อยากหยุดแบบนี้ไปอีกนาน ๆ เลย แต่ก็ไม่เป็นไรได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ใจมันชุ่มชื่นพร้อมกลับไปทำงานได้แล้ว แล้วตาก็เหลือบมอง 2 ถุงนั้นที่วางอยู่ในตระกร้าหน้ารถ โอ๊ยๆความสุขของฉัน พิกัดร้าน : ร้านขนมจีนน้ำเงี้ยว (ไม่มีชื่อ) อยู่ระหว่างทางไป ไร่บุญรอด ร้านอยู่ทางซ้ายมือหากขับรถเข้าซอยถนนใหญ่