จะมีช่วงหนึ่งของปีที่พืชผักสวนครัวออกดอกออกผลในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ในช่วงนั้นของปีผู้คนในหมู่บ้านของผมมักจะนำผักที่ได้มาแบ่งกัน บางบ้านก็เอามาแจกแค่ในระยะใกล้เคียง บางบ้านก็มีผักมากจนแทบจะตั้งเป็นร้านค้าขายได้เลยทีเดียว ส่วนบ้านของผมแม้จะไม่มีผักอะไรมากมาย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนเย็นก็มักจะมีถุงผักห้อยรออยู่หน้าบ้านเสมอ บ้านที่ทำกับข้าวกันเป็นประจำ แน่นอนว่าต้องมีการซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารเก็บไว้ในตู้เย็นกันอยู่แล้ว แม้แต่บ้านที่ไม่ค่อยทำกับข้าวเอง ก็คงมีผักผลไม้จำนวนหนึ่งอยู่ดี และปัญหาที่ว่า ซื้อผักมาทีไรก็จะลืมไว้ในตู้เย็นจนผักเน่าประจำ ก็เป็นเหมือนปัญหาหลักสำหรับบ้านหลายหลัง ในบทความนี้ ผมมีวิธีเก็บรักษาผักในตู้เย็นให้อยู่ได้นานตามฉบับชาวบ้านธรรมดาที่มีเนื้อที่ตู้เย็นอย่างจำกัดให้ผู้อ่านได้ทำตามกันครับ 1) ทำให้ผักแห้งก่อนใส่ตู้เย็น การเน่าเสียของผักนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นของพื้นที่เก็บและของความชื้นในผักเอง ที่บ้านผมจึงไม่ค่อยล้างผักก่อนเก็บเข้าตู้เย็นครับ ถ้าได้ผักมาก็จะนำไปใส่ช่องแช่ผักทันที หากจะล้างจริง ก็ต้องมั่นใจแล้วว่าผักเหล่านั้นจะถูกนำไปประกอบอาหารในวันเดียวกันแน่นอน หรือว่าในตอนที่ล้างผักเกินปริมาณที่จะใช้ ก็ควรผึ่งในที่ร่มให้แห้งเสียก่อนจึงนำเก็บไว้ในตู้เย็นได้2) แกะมัดผัก ตัดแต่งส่วนที่เน่าเสียออก ผักที่ไปซื้อตามตลาด ห้างสรรพสินค้าหรือว่าได้มาจากเพื่อนบ้านมักจะมีการแบ่งออกเป็นมัด ๆ ด้วยหนังยางรัดแกงเอย ตอกเอย บางทีก้านผักก็จะพันกันยุ่งเหยิงไปหมด เพราะฉะนั้นหากคุณพอมีเวลา ให้นำผักเหล่านั้นมาแยกออกเป็นต้น ๆ ถ้ามีหนังยางหรือตอกพันอยู่ก็ให้แกะออก ยิ่งกว่านั้นคือถ้ามันมีส่วนที่เน่าเสียอยู่แล้ว ก็แยกส่วนเหล่านั้นออกไปทิ้งจะดีที่สุด สิ่งเหล่านี้แหละครับที่จะทำให้ผักของคุณเก็บได้ไม่นานเท่าที่ควร 3) เก็บในถุงหรือกล่องที่แห้ง สะอาด บ้านไหนที่มีกล่องแยกผัก ใช้กล่องพวกนั้นเก็บผักแยกกันเป็นสัดส่วนจะดีเลยครับ แต่บ้านที่มีอุปกรณ์แค่ถุงพลาสติกอย่างผม ปกติก็มักจะใช้ทิชชู่แผ่นหนาห่อผักแบบก้านซักสามสี่ผืน ให้พอจะเป็นตัวซับความชื้นได้ ส่วนพืชที่เป็นผลเป็นหัว จะเก็บไว้ในช่องแช่ผักแบบไม่มีทิชชู่ซับมันก็อยู่ได้เหมือนกันครับ 4) จัดเรียงพืชผักให้เป็นระเบียบ พืชผักอันไหนที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก เช่นฟักทอง มะนาว มะขาม ฯลฯ ให้วางไว้ชั้นล่างสุดของช่องแช่ผัก ตามด้วยผักที่มีก้าน เช่นคะน้า กวางตุ้งอะไรทำนองนั้น ด้านบนสุดก็จะเป็นผักที่ใช้บ่อยหรือไม่ก็เป็นผักที่เน่าเสียง่าย อย่างผักชี เป็นต้นบางที่ผักผลไม้ที่ดูท่าว่าจะเก็บได้นานนอกตู้เย็นผมก็ยังเอาไว้ข้างนอกก่อนเลยครับ ตัวอย่างเช่นมะเขือเทศจากสวนข้างบ้านของผม หลังจากที่เก็บมาแล้ว ผมเอาทิ้งไว้ที่ห้องครัวประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วจึงเก็บเข้าตู้เย็นไว้เหนือช่องแช่ผัก เมื่อเวลาผ่านไปอีกสามสี่วันก็จึงเอาเก็บไว้ที่ช่องแช่ผัก การทำแบบนี้จะทำให้ช่องแช่ผักไม่แออัดจนเกินไปด้วย 5) เคลียร์ตู้เย็นไม่ให้แน่นจนเกินไป เพราะการที่มีของแช่ในตู้เย็นมากเกินไปจะทำให้ความเย็นที่กระจายอยู่ไปได้ไม่ทั่วถึง ผักที่แช่อยู่โซนก็จะเน่าเสียง่าย เท่าที่คิดได้ก็มีประมาณนี้แหละครับ แล้วก็ขอย้ำก่อนว่าวิธีเหล่านี้เป็นเพียงวิธีที่บ้านผมทำเท่านั้น บางวิธีอาจใช้ไม่ได้ผลก็ได้ ถ้าผู้อ่านมีความคิดเห็นหรือมีไอเดียอื่นเกี่ยวกับการเก็บผักผลไม้ในตู้เย็นให้อยู่ได้นานก็มาแบ่งปันกันได้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอื่น ๆ Q1 : ผักกับผลไม้แช่รวมกันได้หรือไม่ ? A1 : ผลไม้บางชนิดมีสารที่อาจทำให้ผักเน่าเร็ว เช่น มะเขือเทศ ฝรั่ง แอปเปิล ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลี่ยงการแช่รวมกันได้โดยการแช่ผลไม้จำพวกนี้ไว้บนชั้นเหนือช่องแช่ผักอีกที หรือเอาไว้นอกตู้เย็นก่อนก็ได้ Q2 : สามารถเก็บผักผลไม้ไว้บนช่องแช่แข็งได้หรือไม่ ? A2 : ผักผลไม้ที่ใส่ช่องแช่แข็งบางเมนูก็สามารถนำมาประกอบอาหารตามปกติได้ เช่น กระเทียมสับ (สับหรือปั่นให้ละเอียดก่อนนำไปใส่บล็อกน้ำแข็ง เมื่อจะใช้ก็นำออกจากบล็อกมาเจียวได้), ผักใบเขียว (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำก่อน สามารถนำมาปั่นเป็นน้ำผักปั่นได้), มะกอก (มะกอกแช่แข็งสามารถนำมาตำส้มตำได้ตามปกติ อร่อยเหมือนเดิมครับ เคยทำมาแล้ว) Q3 : ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ผักมีกลิ่นอาหารติด ? A3 : ปิดภาชนะบรรจุผักและอาหารให้มิดชิดเพื่อไม่ให้มีกลิ่นโชยออกมา วางถ่านหุงต้มไว้ในตู้เย็นเพื่อดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และหมั่นทำความสะอาดตู้เย็นเมื่อเห็นว่าตู้เย็นเริ่มสกปรก หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย สำหรับบทความนี้ผมต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ เครดิตรูปภาพ ภาพปกและภาพประกอบบทความทั้งหมด ถ่ายโดยผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !