เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสกินมะละกอสุกเต็มที่ จนรู้สึกอยากมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าทำไมมะละกอสุกถึงเป็นผลไม้ที่หลงรักในช่วงเวลานี้ มะละกอไม่ใช่แค่ผลไม้ธรรมดาแต่อย่างใดเลยนะ แล้วก็ไม่ใช่แค่ความหวานอย่างเดียวที่ทำให้เพลิดเพลินกับการกิน มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ประสบการณ์กินมะละกอสุกนี้พิเศษขึ้นมาก เริ่มแรกเลยต้องเล่าถึงรสชาติ มะละกอสุกที่กินนี้หวานแบบพอดีๆ ไม่หวานจัดเกินไปจนเลี่ยน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ธรรมชาติสุดๆ ไม่เหมือนกับบางครั้งที่ผลไม้บางชนิดถึงจะหวานแต่กลับกลิ่นอาจจะค่อนข้างแรงหรือแปลกๆ แต่สำหรับมะละกอสุกที่กิน มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้รู้สึกอยากกินต่อเนื่อง เหมือนกลิ่นทำให้สมองรับรู้ว่ากำลังจะได้รสชาติหวานปังแบบธรรมชาติจริงๆ เนื้อของมะละกอสุกละมุน นุ่มมากจนแทบจะละลายในปากเลยทีเดียว เวลากัดเข้าไป เนื้อมะละกอจะมีความชุ่มฉ่ำที่ทำให้น้ำหวานละลายรวมกับน้ำลายในปาก สมูทและไม่ทำให้รู้สึกแห้งหรือแข็ง สิ่งนี้แหละที่ทำให้ยิ่งหลงรักมากขึ้น อีกอย่างคือเม็ดเล็กๆ สีดำที่แทรกอยู่ในเนื้อมะละกอ เวลาจะกินก็ต้องค่อยๆ แกะออกเพราะไม่เหมือนเม็ดผลไม้ชนิดอื่นที่เคี้ยวได้ แต่จริงๆ การที่มีเม็ดเล็กๆ อยู่ในผลไม้แบบนี้ก็เพิ่มความน่าสนใจและความหลากหลายของเนื้อสัมผัสได้ดี สิ่งที่ทำให้มะละกอสุกน่าประทับใจมากขึ้นอีกอย่างคือกินได้ง่ายมาก แค่ผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักกินได้เลย ไม่ต้องลำบากกับการปอกเปลือกหรือเตรียมอะไรมากมาย เหมาะกับการกินเป็นอาหารว่างแบบฉุกเฉินมาก หรือถ้าวันไหนอยากอะไรเบาๆ ก็แค่หยิบมะละกอหนึ่งชิ้นมากิน รู้สึกอิ่มท้องได้เล็กๆ อีกด้วย จะเล่าถึงความสะดวกอีกนิด เวลาที่ซื้อหรือเก็บมะละกอจากตลาด หรือจากสวนผลไม้ จะเลือกที่สุกพอดีๆ ไม่สุกมากจนเละ หรือดิบเกินไป มะละกอที่สุกพอดีจะมีสีส้มอมแดงสดดูน่ากินมาก เวลานำกลับบ้านก็จะเก็บไว้ในตู้เย็น ไม่เก็บทิ้งไว้นานเกิน สุกเกินไปจะทำให้เสียเร็วง่าย เวลากินจะได้รสชาติหวานชัดและเนื้อสัมผัสยังคงความนุ่มกำลังดี พูดถึงมะละกอสุกแล้วก็อดคิดถึงความทรงจำวัยเด็กไม่ได้ ที่บ้านมักจะมีต้นมะละกออยู่หลังบ้าน เวลาโตขึ้นมักจะตัดมะละกอมากินสดๆ กันเอง รสชาติมะละกอที่บ้านก็เป็นแบบนี้เลย หวานธรรมชาติ หอมกรุ่น และกินง่ายแบบไม่ต้องแต่งเติมอะไร มันคือความสุขแบบเรียบง่ายที่มาจากธรรมชาติจริงๆ สำหรับผู้เขียน มะละกอสุกไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ แต่คือประสบการณ์ที่เติมเต็มความสุขให้กับชีวิตในวันธรรมดาๆ การได้กินมะละกอหวานฉ่ำหลังจากเหนื่อยๆ หรือแค่หยิบมากินตอนเดินเล่นในสวน ถือเป็นโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้วันนั้นพิเศษขึ้น ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของผลไม้ชนิดนี้มากขึ้น ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่เคยลองกินมะละกอสุกจริงๆ อยากจะบอกว่าไม่ควรพลาดเลย ไม่ใช่แค่ผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย แต่คือผลไม้ที่เต็มไปด้วยความหวานละมุน กินแล้วรู้สึกดี รสชาติดี สุดท้ายนี้ ถ้ามีโอกาส ลองหามะละกอสุกหนึ่งผลมาชิมดู ตอนเลือกให้ดูที่ผิวสีสันสดใส ไม่ช้ำ หรือมีรอยดำเยอะๆ จะได้ผลไม้ที่รสชาติดีที่สุด รับรองว่าจะเปิดประสบการณ์ใหม่ที่น่าสนุกสำหรับการกินมะละกอสุกแน่นอน! ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !