มะยงชิด ผลไม้ที่มักจะโผล่มาในช่วงหน้าร้อนควบคู่ไปกับมะปราง ผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับมันเพียงแค่มีผลเล็กกว่า แล้วยังมีปริมาณเนื้อนี้น้อยกว่าตามขนาดผล ตลาดในปัจจุบันจึงมักจะเห็นแต่มะยงชิด ตัวผมเองก็มีผลไม้ทั้งสองอย่างนี้เต็มบ้านเลยล่ะครับ พอกินหมดไปถุงนึงแล้ว อีกถุงนึงก็โผล่มาในเย็นวันนั้นทันที เป็นวงจรอยู่อย่างนี้จนกว่าคนในบ้านจะเบื่อไปเลย ด้วยเปลือกเปรี้ยว ๆ กรอบ ๆ เนื้อสีส้มที่มีรสหวาน ผลไม้ชนิดนี้จึงสามารถกินเปล่า ๆ ก็ได้ จะนำไปทำขนมอย่าง เค้กมะยงชิด ก็ทำได้เช่นกัน หรือว่าจะนำมาใส่ในเครื่องดื่มเหมือนกับเมนูที่ผมกำลังจะนำเสนอในบทความนี้ก็จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้หน้าร้อนนี้เป็นอย่างมาก เมนูที่ผมจะพาผู้อ่านมาทำในวันนี้คือ มัทฉะยูสุ ผสมเนื้อมะยงชิด (และเนื้อมะปราง) ครับ วัตถุดิบที่ต้องเตรียม ได้แก่ 1) ผงมัทฉะ 5 กรัม 2) ไซรัปส้มยูสุ 1.5 - 2 ช้อนโต๊ะ 3) เนื้อมะปรางหรือเนื้อมะยงชิด แบบหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ (หรือถ้าชอบเคี้ยวก็เพิ่มมากกว่านี้) 4) น้ำเปล่า (น่าจะประมาณ 165 - 180 มิลลิลิตร ต้องแบ่งผสมไซรัปและผงมัทฉะ) 5) น้ำแข็ง สำหรับวิธีทำนั้น อาจไม่ตายตัวนะครับ ผู้อ่านสามารถปรับตามใจชอบได้เลย ถ้าใครชอบความเป็นมัทฉะที่แรงกว่านี้ ก็ปรับเพิ่มผงมัทฉะเป็น 10 กรัม ถ้าใครไม่ค่อยชอบหวาน ก็ปรับลดไซรัปส้มยูสุให้เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ 1) ผสมไซรัปส้มยูสุกับน้ำเปล่า 150 มิลลิลิตร 2) ชงผงมัทฉะกับน้ำเปล่า 15 - 30 มิลลิลิตร ในอีกภาชนะหนึ่ง 3) เติมเนื้อมะปรางหรือเนื้อมะยงชิดในไซรัปส้มยูสุ 4) ใส่น้ำแข็ง ตามด้วยการเทมัทฉะที่ชงแล้วลงไป เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้วก็เป็นอันเสร็จ สามารถนำมาดื่มเพิ่มความสดชื่นหรือทานพร้อมขนมที่ร้อน ๆ เช่น คุกกี้ ขนมถ้วยฟู ฯลฯ แล้วแต่ความชอบเลยครับ รสชาติของมัทฉะยูสุผสมเนื้อมะยงชิดจะเด่นในจุดที่เป็นผลไม้รสชาติหวานอมเปรี้ยว รองลงมาคือรสของมัทฉะ หลักจากที่ทดลองทำมาสักพัก ผมว่าผงมัทฉะที่เหมาะสำหรับการทำเมนูนี้ควรจะเป็นโทนสาหร่ายครับ หากใช้โทนถั่วแล้วรสชาติจะตีกันซึ่งมันแปลกไปสำหรับผมนิดนึง พอเปลี่ยนมาใช้โทนสาหร่าย รู้สึกว่ามันไปทางเดียวกันมากขึ้น ตอนจะดื่มให้ผู้อ่านลองตักเนื้อผลไม้ขึ้นมาทานด้วยเป็นพัก ๆ ยิ่งถ้าปอกเอาเปลือกมะปรางใส่เข้าไปด้วย รสอมเปรี้ยวก็จะยิ่งชัดเจน (อย่าลืมล้างผลไม้ให้ดีก่อนจะปอกเปลือกใส่ด้วยนะครับ) มีผู้อ่านท่านไหนได้ลองทำเมนูนี้ตามผมกันบ้างหรือยังครับ คุณคิดว่าเมนูนี้เหมาะสำหรับการทานคู่กับขนมอะไรบ้าง แล้วจากที่คุณลองปรับอัตราส่วนเอง คิดว่าใส่ส่วนผสมไหน ปริมาณเท่าไหร่ดีที่สุด มาแบ่งปันกันได้นะครับ สำหรับบทความนี้ ผมคงต้องลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไป สวัสดีครับ เครดิตรูปภาพ ภาพปกและภาพประกอบทั้งหมด ถ่ายโดยผู้เขียน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !